ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้สืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลแพ่ง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงินค่าซื้อขายไม้ โดยระบุในคำฟ้องว่าจำเลยที่ 1 อยู่บ้านเลขที่ 195 ถนนข้าวสารฯ กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 2 อยู่บ้านเลขที่ 151 ตำบลตลาดอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ศาลแพ่งสั่งรับฟ้อง เจ้าพนักงานศาลส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยที่ 1 ณ บ้านเลขที่ 195 ดังกล่าวข้างต้นไม่ได้ โจทก์จึงขอแก้ไขคำฟ้อง ว่าจำเลยที่ 1 มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 555 ถนนเกษมนอกฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ศาลแพ่งอนุญาต จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประเด็น รวมทั้งโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ต่อศาลแพ่ง และยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องเขตอำนาจศาล โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านว่าจำเลยที่ 1 ได้เปิดดำเนินกิจการค้าอยู่ ณ บ้านเลขที่ 195 ถนนข้าวสาร กรุงเทพมหานคร ด้วย และโจทก์เคยติดต่อกับจำเลยณ บ้านเลขที่ดังกล่าว ต่อมาศาลแพ่งมีคำสั่งให้งดการพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์เคยฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นอีกคดีหนึ่งโดยระบุว่ามีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี โจทก์รู้แจ้งชัดแล้วว่าจำเลยที่ 1 มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่โจทก์บิดเบือนฟ้องคดีนี้ว่าจำเลยที่ 1 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานคร ไม่ชอบที่ศาลแพ่งจะรับฟ้องไว้พิจารณา พิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 1 ประกอบการค้าตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดวังสุวรรณ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ในการติดต่อซื้อขายไม้รายพิพาท โจทก์เคยติดต่อกับจำเลยที่ 1 ที่บ้านเลขที่ 195 ถนนข้าวสาร กรุงเทพมหานคร และที่หน้าบ้านก็เขียนป้ายไว้ว่าห้างวังสุวรรณ ดังนี้ ถ้าข้อเท็จจริงเป็นดังที่โจทก์อ้าง ก็ถือได้ว่าบ้านเลขที่ 195 ดังกล่าวเป็นภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 อีกแห่งหนึ่งในการติดต่อค้าขายกับโจทก์ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งในกรณีเช่นนี้แม้จำเลยที่ 2 จะมิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานคร โจทก์ก็ย่อมฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ต่อศาลแพ่งได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4(2) และมาตรา 5 วรรคสอง จึงสมควรที่จะได้มีการสืบพยานเพื่อฟังข้อเท็จจริงในปัญหานี้ต่อไปให้แจ้งชัดก่อน

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th