ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


เดิมผู้ร้องได้ฟ้องจำเลยกับพวกขอให้โอนที่ดิน 1 แปลงให้ผู้ร้อง ศาลพิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินให้ผู้ร้องโดยให้ผู้ร้องจ่ายเงินให้จำเลยจำนวนหนึ่ง คดีถึงที่สุดแล้ว ต่อมาจำเลยถูกโจทก์ฟ้องให้เป็นบุคคลล้มละลาย และศาลพิพากษาให้จำเลยเป็นคนล้มละลายแล้วผู้ร้องจึงขอให้เจ้าพนักงานปฏิบัติตามคำพิพากษาแทนผู้ล้มละลายแต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ยอมปฏิบัติตาม อ้างว่าที่ดินนั้นยังเป็นของผู้ล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจขออายัดเพื่อรวบรวมเข้ากองทรัพย์สินของผู้ล้มละลายได้ ผู้ร้องจึงได้ร้องต่อศาลขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โอนที่ดินส่วนของจำเลยให้ผู้ร้อง โดยให้ถอนการอายัด
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ถอนการอายัดที่ดินและปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาใน-คดีที่ผู้ร้องฟ้องจำเลย
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 122เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ มีสิทธิที่จะปฏิเสธไม่ยอมรับทรัพย์สินหรือสิทธิตามสัญญาได้ ภายในกำหนด 3 เดือน นับตั้งแต่ทราบถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ปฏิเสธเกินกำหนดหรือไม่ปฏิเสธเลยก็ต้องผูกพันตามภาระนั้น และมาตรา 22(1) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้เดียวมีอำนาจจัดการ จำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้หรือกระทำการตามที่จำเป็นเพื่อให้กิจการที่ค้างอยู่ให้เสร็จไป ผู้ร้องจึงมีสิทธิขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ปฏิบัติตามคำบังคับในคดีที่ผู้ร้องชนะความนั้นได้ ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อ้างว่าเจ้าหนี้จะต้องดำเนินการทางขอพิสูจน์หนี้นั้นเห็นว่า การขอพิสูจน์หนี้เป็นเรื่องขอรับชำระหนี้เป็นเงิน และผู้ขอรับชำระหนี้จะได้รับชำระหนี้เป็นเงินตามส่วนเฉลี่ยจำนวนหนี้ของเจ้าหนี้ แต่กรณีคดีนี้เป็นเรื่องจะต้องทำการโอนทรัพย์โดยเฉพาะเจาะจงมิใช่หนี้เงิน ข้ออ้างจึงฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


