ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ได้ความว่า ส.จำเลย กู้เงินโจทก์ไป ๒๓๕๐ บาท และมอบโฉนดซึ่งมีชื่อ ส.และสามีให้ไว้เปนประกัน ต่อมา ส.ไปหลอกลวงโจทก์ว่าจะขอโอนโฉนดรับมฤดกสามี แล้วจะโอนที่ให้แก่โจทก์เพื่อเปนการชำระหนี้ โจทก์จึงนำโฉนดไปส่งให้เจ้าพนักงาน จำเลยทั้ง ๒ สมคบกันแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานว่า ส.ใช้เงินกู้แก่โจทก์แล้ว ขอให้ทำสัญญาโอนขายที่นี้ให้แก่ ต.จำเลย เจ้าพนักงานจึงทำสัญญาซื้อขายให้ บัดนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกง ฐานแจ้งความเท็จ ฐานปลอมหนังสือ และขอให้ทำลายการโอน กับให้จำเลยใช้เงิน ๒๘๐๐ บาท

ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยมีผิดตาม ม.๒๒๖-๓๐๙ ให้จำคุกไว้คนละ ๑ ปี และให้ทำลายการโอน กับให้ ส.จำเลยใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยแก่โจทก์

ศาลอุทธรณ์ตัดสินกลับ ให้ยกฟ้องในคดีอาชญาคงตัดสินยืนในคดีแพ่งที่โจทก์ฟ้อง ส.จำเลย

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลย

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่จำเลยแจ้งแก่เจ้าพนักงานว่า ส.ใช้หนี้โจทก์แล้วนั้น เจ้าพนักงานที่ดินหามีหน้าที่รับแจ้งความเรื่องเช่นนี้ไม่ ฉะนั้นจำเลยจึงไม่มีผิดฐานแจ้งความเท็จ และการที่โจทก์ยึดโฉนดของ ส. ไว้ ก็เปนแต่ ส.แสดงหลักฐานแก่โจทก์เท่านั้น ส.มีสิทธิโอนให้ผู้ใดก็ได้ และเห็นต่อไปว่าที่ศาลเดิมวางบท ๒๒๖-๓๐๙ ลงโทษจำเลยก็ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเรื่องนี้ จึงตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ แต่คดีอาชญานี้โจทก์ตั้งทุนทรัพย์เปนคดีแพ่งปนมาด้วย ซึ่งจำเลยต้องเสียค่าธรรมเนียม จึงให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมแทนจำเลย

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th