Q

เจอด่านลอย สามารถร้องเรียนหรือเอาผิดยังไงได้บ้าง

เกือบ 3 ปีที่ผ่านมา
33 เข้าชม

พบเห็นการตั้งด่านลอยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถร้องเรียนไปในทิศทางไหนหรือเอาผิดด่านลอยด่านนั้นอย่างไรได้บ้างคะ

คำตอบจากทนาย (2)

แนะนำ

A: หากเป็นด่านลอยจริงสามารถร้องเรียนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือแจ้งความได้เลยครับ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีความผิดตามกฎหมายอาญาครับ

เผยแพร่เมื่อ: 2023-07-10
ให้รีวิวคำตอบ

A: หากพบเห็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือสงสัยว่าจะปฏิบัติมิชอบ ท่านแจ้งเรื่องได้ที่หัวหน้าสถานีตำรวจในท้องที่นั้นๆได้ หรือหัวหน้าตำรวจภูธรจังหวัดนั้นได้ทันที เพื่อให้หน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริง ด่านมี 3 ประเภทหลัก คือ ด่านตรวจ จุดตรวจ จุดสกัด หลักการปฏิบัติงานทุกด่านต้องมีเจ้าหน้าที่สัญญาบัตรยศร้อยตำรวจตรี ขึ้นไปเป็นหัวหน้าชุด แต่งเครื่องแบบปฏิบัติหน้าที่แสดงตนชัดเจน ใช้กิริยาวาจาสุภาพอธิบายว่าตั้งด่านเพื่ออะไร มีเครื่องหมายจราจรเช่น ป้ายหยุด ป้ายแสดงรายละเอียดผู้ควบคุม ป้ายชื่อและเบอร์โทรผู้บังคับบัญชา หากปฏิบัติงานช่วงกลางคืนต้องมีแสงสว่างมองเห็นได้ไม่น้อยกว่า 150 เมตร 1.ด่านตรวจ มีจุดการตั้งถาวร ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวง หรือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เช่น ด่านตรวจถาวรตามเส้นทางหลักระหว่างจังหวัดที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง บูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงาน 2.จุดตรวจ เป็นจุดปฏิบัติงานชั่วคราวขนาดเล็กกว่าด่านตรวจ สามารถเคลื่อนย้ายง่าย ข้อบังคับห้ามปฏิบัติงานเกิน 24 ชั่วโมง ด่านลักษณะนี้ประชาชนมักเห็นเป็นประจำ เช่น ด่านตรวจทั่วไป ด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ ด่านตรวจควันดํา 3.จุดสกัด มีขนาดเล็กใช้ปฏิบัติงานกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วน หลังได้รับแจ้งเหตุ มีเหตุเกิดขึ้นแล้ว หรือกระทำผิดจากท้องที่สถานีตำรวจอื่นกำลังจะเข้ามาในท้องที่ของสถานีตำรวจนั้น สกัดจับการลักลอบขนสิ่งของผิดกฎหมาย หรือสกัดจับบุคคลหลบหนี หากสกัดไม่ได้ หรือผู้ต้องสงสัยหลบหนีไปทางเส้นทางอื่นแล้ว เสร็จสิ้นภารกิจก็ต้องหยุดตรวจทันที *** แต่จะให้เจ้าหน้าที่อยู่โรงพักนั่งรอให้คนมามอบตัวไม่จะไม่ได้ ก็ต้องออกปฏิบัติงานข้างนอก เหตุด่วนเหตุร้ายหรืออาชญากรรมมักอยู่ข้างนอก มีเหตุเขาจะได้รีบไปถึงที่เกิดเหตุใช้เวลาไม่นานนัก หากไม่ออกตรวจตราปรากฏกายก็เหมือนตำรวจขี้เกียจไม่ทำงาน ก็จะเปิดโอกาสให้คนร้ายชิงลงมือ กับผู้อ่อนแอกว่าได้ง่าย หรือใครจะเกะกะระรานใครก็ได้ มีกฎหมายหลายร้อยฉบับแต่ไม่มีใครมาดูแล*** จุดสกัดถือว่ามีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการป้องกันเหตุ การปฎิบัติหน้าที่มี 2 แบบ คือ เพื่อกวดขันวินัยจราจร และตรวจค้นปราบปรามสิ่งของ ผิดกฎหมาย 1.การกวดขันวินัยจราจร” เจ้าหน้าที่จะเรียกตรวจหากพบผู้ขับขี่มีความผิดซึ่งหน้า เช่น ไม่สวมหมวกนิรภัย ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร หรือคุยโทรศัพท์ขณะขับรถ หรือรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ก่อนแจ้งรายละเอียดเหตุการกระทำความผิด และเขียนใบสั่งเพื่อให้นำไปชำระพร้อมกับออกใบเสร็จ ซึ่งการชำระค่าปรับ มีอำนวยความสะดวกให้หลายวิธี ตามคำแนะนำในใบสั่ง 2.ตรวจค้นเพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรม เมื่อขับรถเข้าด่านเจ้าหน้าที่จะประเมินบุคคลนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีสิ่งของในความครอบครอง เพื่อกระจะใช้กระทำความผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิด หรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด *ซึ่งจุดนี้ทำให้หลายคนมองจะมองว่าเลือกปฏิบัติ ที่ว่าทำไมไม่ตรวจรถทุกคัน หรือเรียกตรวจเฉพาะคันที่เข้ามีเป้าหมายจากการสืบสวนข้อมูลมาแล้ว* นำเรียนให้ทราบว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในการคัดกรองผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่ส่วนมากจะมองลักษณะท่าทางลักษณะน่าสงสัย มีพิรุธอย่างไร กิริยาท่าทาง การวางมือ สีหน้า แววตา หรือการแสดงออกหลายอย่าง ทำให้เกิดความสงสัย ไม่เหมือนสุจริตชนทั่วไปที่ไม่มีสิ่งของผิดกฎหมาย เรียกว่าอัปกิริยาหรือภาษากาย เจ้าหน้าที่ผู้คัดกรองก็จะให้จอดข้างทาง ก่อนสั่งให้เปิดประตูและกระโปรงรถ พร้อมเชิญผู้ขับขี่ลงก่อนตรวจค้น หากพบสิ่งผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะเชิญเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองสิ่งผิดกฎหมาย ไปสอบสวนที่สถานีตำรวจ ก่อนเขียนบันทึกจับกุมโดยระบุว่ารับหรือไม่รับสารภาพ ***ปัจจุบันต้องมีบันทึกวีดีโอประกอบด้วย พรบ.อุ้มหายฯ***จากนั้นส่งตัวดำเนินคดีต่อศาล ทั้งนี้การทำผิดประเภทนี้พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจปรับ แต่ศาลจะเป็นผู้พิจารณาลงโทษ การทำหน้าที่ของตำรวจมุ่งเน้นเพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรม เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุ เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นแล้วถือเป็นปลายเหตุ เกิดความสูญเสียขึ้นแล้ว ส่วนจะเสียหายมากหรือน้อยก็แล้วแต่กรณีไป ภาครัฐต้องเสียงบประมาณแผ่นดินในการบริหารจัดการ หรือประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือทุนทรัพย์ของคนในครอบครัว ค่าใช้จ่าย ค่าเสียเวลาทำงาน ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ สภาพจิตใจ สรุปว่า 1.หากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติมิชอบ ให้รีบแจ้งท้องที่ทำการตรวจสอบได้ทันที 2.หากเราเป็นสุจริตชนไม่มีสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่ผิดกฎจราจร ก็ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่

เผยแพร่เมื่อ: 2023-07-16

คำถามที่คุณอาจสนใจ

Loading...