ผู้เสียหายลงบันทึกประจำวันไม่ติดใจเอาความในคดีอาญายอมความไม่ได้ จะสามารถฟ้องร้องคดีในภายหลังได้หรือไม่
ผมได้ขับรถชนคนจนบาดเจ็บสาหัส (ขาหัก ต้องดามเหล็ก) โดยผมได้เยียวยาและชดใช้เงินให้ผู้เสียหายนั้นพอใจและตกลงกันเรียบร้อย แต่ที่สถานีตำรวจพนักงานสอบสวนไม่ได้ส่งฟ้อง มีเพียงการลงบันทึกประจำวันว่าตกลงกันได้และผู้เสียหายจะไม่ดำเนินคดีฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและอาญาใด ๆ ในภายหลัง ส่วนทางประกันได้ให้ผู้เสียหายเซ็นสัญญาประนีประนอมยอมความพร้อมจ่ายค่าเสียหายครบถ้วนตามในสัญญา ผมจึงอยากสอบถามว่าหากผู้เสียหายเปลี่ยนใจในภายหลัง (เช่นผู้เสียหายมีค่าใช้จ่ายในการถอดเหล็กในภายหลัง อยากฟ้องร้องเพิ่มเติม) ผมยังจะถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาอีกหรือไม่ ขอบคุณมากครับ
คำตอบจากทนาย (6)
A: การลงประจำวันว่าไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีทั้งทาวแพ่งและทางอาญานั้น คดีแพ่งระงับไปด้วยการยินยอมของทั้งสองฝ่าย แต่คดีอาญาไม่ระงับแม้พนักงานสอบสวนยังไม่ได้ส่งฟ้องเพราะคดีขับรถได้ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือสาหัสหรือถึงแก่ความตายก็ตามเป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ยอมความไม่ได้ เมื่อพนักงานสอบสวนบง ประจำวันไว้เฉยๆโดยไม่ได้ส่งฟ้องคุณสามารถจ้างทนายฟ้องเป็นคดีต่างหากได้เพราะคดีอาญาไม่ระงับไปตามมาตรา 39 ป.วิอาญา
A: หากตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยเช่นนั้นแล้ว ก็ถือว่าเรื่องจบยุติค่ะ จะมีค่าอะไรในภายหลังโดยที่ไม่ได้ตกลงกันไว้นั้น ก็ไม่สามารถมาเรียกร้องได้อีก
A: ทางแพ่งถือว่าระงับไปแล้ว ส่วนในคดีอาญาเนื่องจากเป็นอาญาแผ่นดินจะระงับต่อเมื่อได้ทำตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.ไกลเกลี่ยข้อพิพาทฯ ครับ แต่ในทางปฎิบัติหากตกลงกันได้แล้วส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีปัญหา หรืออย่างมากสุดก็รอลงอาญาครับ
A: การขับขี่รถโดยประมาทจนทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัสถึงขาหัก มีโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ เป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดิน ไม่สามารถยอมความ หากผู้เสียหายเปลี่ยนใจไปศาล เจ้าของคำถามคงต้องถูกดำเนินคดีอาญา แม้จะมีข้อตกลงว่าไม่ติดใจก็ตาม ส่วนคดีแพ่ง ผู้เสียหายได้ตกลงยอมความโดยการเซ็นต์สัญญาประนีประนอมแล้ว แม้คดีจะขึ้นสู่ศาลภายหนังก็ไม่สามารถเรียกค่าเสียหายใด ๆ ได้อีก
A: ขออนุญาตตอบคำถามครับ ในคดีอาญาความผิดที่ยอมความไม่ได้ หรือความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหาย(อาญาแผ่นดิน) แม้ผู้เสียหายจะไม่ติดใจเอาความโดยทำข้อตกลงกันถูกต้องตามกฎหมาย ก็ไม่มีผลทำให้สิทธิในการฟ้องคดีอาญาของผู้เสียหายหรือเจ้าพนักงานระงับไปด้วย (ผู้เสียหายยังมีสิทธิฟ้องร้องดำเนินคดีในส่วนของคดีอาญาได้อยู่) ส่วนคดีแพ่งผูกพันตามสัญญาประนีประนอมยอมความเมื่อปฏิบัติตามสัญญาครบถ้วนแล้วย่อมระงับไปครับ : สรุปคือ ผู้เสียหายสามารถดำเนินคดีอาญาได้อยู่ ส่วนคดีแพ่งมีผลผูกพันกับสัญญาประนีประนอมยอมความ เมื่อชำระหนี้ครบถ้วนตามสัญญาแล้ว ก็สิ้นผลผูกพันในส่วนของคดีแพ่งเรื่องค่าเสียหายครับ
A: ไม่สามารถที่จะเรียกร้องอะไรได้อีกแล้วครับยุติทั้งทางแพ่งและทางอาญาครับกรณีนี้ผู้เสียหายไม่ได้ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกร้องไว้สัญญาที่ทำไว้ถูกต้องสมบูรณ์ครบถ้วนตามกฏหมายครับไม่สามารถเรียกร้องต่อไปในปัจจุบันและอนาคตได้อีกครับ



