โดนหลอกให้ไปรับพัสดุผิดกฎหมาย
สวัสดีค่ะมีเพื่อนโทรให้พ่อของหนูไปรับพัสดุที่บริษัทแฟต ให้ค่อยเค้าติดธุระไปรับเองไม่ได้ พอไปแจ้งชื่อเพื่อรับพัสดุพ่อหนูก็โดนจับกุมทันที ตำรวจถามว่ารู้มั๊ยในกล่องเป็นอะไร พ่อตอบไม่รู้ครับ แล้วเจ้าหน้าที่ก็เปิดกล่องให้ดู เป็นยาไอซ์1กิโลกรัม ยาบ้าอีกสองหมื่นกว่าเม็ด แล้วพ่อหนูก็โดนดำเนินคดี ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เจ้าของพัสดุตัวจริงก็โทรไปที่บริษัท แฟตแล้วว่าจะไปรับพัสดุเอง พอจะมีหนทางไหนช่วยพ่อหนูได้บ้างค่ะ
คำตอบจากทนาย (6)
A: ปฏิเสธในชั้นสอบสวนให้การตามความเป็นจริงว่าเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ไดัเป็นผู้สั่งของ เพื่อนวานให้มารับแทนยอกชื่อเพื่อนให้คำรวจทราบนำไปใช้ในชั้นศาลให้การตรงกันกับชั้นสิบสวน
A: แนะนำว่ารวบรวมหลักฐานที่มีเพื่อสู้ตามข้อเท็จจริงครับ ทั้งชื่อผู้รับ หลักฐานว่าไม่รู้จักหรือไม่มีส่วนรู้เห็นกับผู้ส่ง หลักฐานว่าเป็นผู้มารับแทนโดยไม่ทราบว่าเป็นสิ่งของผิดกฎหมายครับ
A: กรณีตามข้อเท็จจริงทนายแนะนำว่าควรแต่งตั้งทนายความเพื่อไปต่อสู้คดีในชั้นศาล ซึ่งควรมีพยานหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ เช่น แชทบทสนทนา /เบอร์มือถือที่ติดต่อของบุคคลที่ติดต่อมาให้ไปรับพัสดุแทน/ ข้อมูลการสั่งของย้อนหลัง /กล้องวงจรปิด/ พยานบุคคล /เป็นต้นค่ะ ทั้งนี้ ทนายแนะนำว่าไม่ควรรับฝากของหรือรับส่งพัสดุ หรือให้ที่อยู่รับพัสดุแทนบุคคลอื่น ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกจับดำเนินคดี หากสิ่งของที่รับฝากนั้นมีสิ่งผิดกฎหมายบรรจุอยู่ค่ะ.
A: สวัสดีครับคุณลูกค้า เบื้องต้นการต่อสู้คดีต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานที่ยืนยันที่อยู่ ขณะมีการสั่ง/รับ/ส่ง พัสดุ ดังกล่าว ยกตัวอย่างเช่น ประวัติการสนทนาสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ประวัติการซื้อของในห้าง หรือร้านค้าที่ออกใบเสร็จและใบแจ้งหนี้ วันเดียวกันกับที่มีการรับพัสดุเข้าระบบของแฟลช เป็นต้น หากข้อเท็จจริงและหลักฐานที่นำมาประกอบกันทั้งหมดปรากฏแต่เพียงว่าไปรับพัสดุเท่านั้น ไม่มีสิ่งอื่นใด ยึดโยงไปยังการสั่ง/จ่าย/สนทนา กับผู้ส่งพัสดุ ก็สามารถนำไปต่อสู้คดีได้ครับ
A: สู้ตามข้อเท็จจริงแต่ก็ต้องมีหลักฐานครับ เช่นเบอร์ติดต่อที่ให้ไว้กับขนส่งเป็นเบอร์ใคร ประวัติการโทร คำให้การของเจ้าพนักงานขนส่งฯ
A: สู้ตามข้อเท็จจริง และหาหลักฐานเพิ่มเติม เช่น ชื่อผู้ส่ง ชื่อผู้รับ ชื่อเพื่อนที่โทรให้ไปรับ พฤติการณ์ต่างๆ ให้เห็นว่าไม่เกี่ยวข้องอย่างไร



