เมื่อกำลังจะถูกฟ้องหมิ่นประมาท แต่หลักฐานไม่เพียงพอ ควรทำไงครับ
คือว่าเรื่องเริ่มมาจากการที่ผมสงสัยในตัวบุคคลคนนึงว่ามีการแอบอ้างว่าเป็นนักเรียนในสถาบันแห่งหนึ่ง แต่ด้วยความที่ผมคิดน้อยและไม่ได้ตั้งสติ เลยเผลอแคปแชทของเพื่อนที่พูดถึงคนๆนี้ไปส่งต่อให้กับบุคคลที่สามซึ่งเป็นคนใกล้ตัวคู่กรณี และใช้คำพูดว่าคู่กรณี จนกระทั่งเรื่องไปถึงคู่กรณีและจะมีการฟ้องหมิ่นประมาท แต่ว่าหลักฐานที่จะแสดงข้อเท็จจริงมีค่อนข้างน้อย และไม่อยากให้เรื่องมันยืดเยื้อ ผมเลยตัดสินใจจะแสดงความขอโทษคู่กรณี ถือว่าเป็นทางออกที่ดีมั้ยครับ จนถึงตอนนี้ผมยังไม่ได้รับคำฟ้องหรือหมายเรียกจากคู่กรณี แต่ว่าทางคุณแม่ของคู่กรณีมีทักมาขอเบอร์โทรศัพท์เพื่อจะคุยเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นครับ
คำตอบจากทนาย (4)
A: เจรจาตกลงยอมความได้เป็นทางออกที่ดีที่สุดอยู่แล้วครับ
A: ถ้าเรื่องเริ่มจากการแคปแชตไปส่งต่อจนอีกฝ่ายบอกว่าจะฟ้องหมิ่น แต่ “เนื้อหาไม่ได้กล่าวหาว่าเขาทำผิดกฎหมาย หรือทำให้คนอื่นเข้าใจว่าเป็นคนไม่ดีต่อสาธารณะ” แบบนี้ถือว่า น้ำหนักค่อนข้างน้อย เพราะหมิ่นประมาทต้องมี “การใส่ความ” ให้เสียชื่อเสียงจริง ๆ การส่งแชตในวงเพื่อนหรือวงจำกัด ถ้าไม่ได้มีเจตนาเผยแพร่ให้คนหมู่มาก ก็ยิ่งทำให้ฟ้องยากขึ้น สิ่งที่คุณทำถูกแล้วคือแสดงความตั้งใจดี ไม่อยากให้เรื่องบานปลาย ถ้าอีกฝ่ายไม่มีหลักฐานชัดเจน ส่วนใหญ่ศาลไม่รับฟ้อง หรือฟ้องไปก็อ่อนแรงมาก แต่ระหว่างนี้อย่าตอบโต้หรือขยายวงเพิ่ม จะยิ่งช่วยให้ปลอดภัยกว่าเดิม หากอยากให้ช่วยดูข้อความว่าเสี่ยงจริงแค่ไหน ทักส่วนตัวสอบถามเพิ่มเติมได้เลยครับ
A: จากข้อเท็จจริงที่คุณเล่ามา การส่งต่อแชทของเพื่อนที่กล่าวถึงบุคคลหนึ่ง โดยมีข้อความในเชิงสงสัยหรือทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าบุคคลนั้นอาจแอบอ้างสถานะทางการศึกษา แล้วส่งต่อให้ “บุคคลที่สาม” ถือว่าเข้าหลักการของความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ได้ เพราะกฎหมายถือว่า เมื่อมีการเผยแพร่ข้อความที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดต่อบุคคลที่ถูกกล่าวถึง แม้จะเป็นการส่งในวงจำกัด ก็ถือว่ามี “บุคคลที่สามรับรู้” และเข้าข่ายองค์ประกอบความผิดแล้ว อย่างไรก็ดี พฤติการณ์ของคุณยังจัดว่าเป็นการกระทำโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ได้มีเจตนาทำลายชื่อเสียง และไม่มีการเผยแพร่สู่สาธารณะ ซึ่งเป็นเหตุลดความร้ายแรงของคดีได้มาก ประกอบกับอีกฝ่ายยังไม่ได้ดำเนินการแจ้งความ ไม่มีหมายเรียกหรือหนังสือฟ้องใด ๆ แสดงว่าฝ่ายเขาเองต้องการพูดคุยก่อน การเลือกแสดงความขอโทษอย่างจริงใจ ถือเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด เพราะคดีหมิ่นประมาทเป็นความผิดที่ “ยอมความได้” หากคู่กรณียอมรับคำขอโทษ เรื่องก็จะยุติโดยไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการของศาล
A: จากคำถามผมแบ่งตอบให้นะ 1.หลักฐานที่เขาจะเอาผิดฐานหมิ่นประมาทเราว่าพอไม่พอตอบไม่ได้ต้องดูเอกสารโดยละเอียด แต่ฟังจากรูปเรื่องเบื้องต้นถ้าคนที่สนิทของคู่กรณีขึ้นเป็นพยานบอกว่าเราว่าเขาจริงก็น่าจะฟังขึ้นไม่มากก็น้อย 2.คดีหมิ่นประมาทเป็นความผิดส่วนตัวจะมีการฟ้องคดีจริง ต้องมีการฟ้องภายใน 3 เดือนนับตั้งแต่กระทำความผิด กล่าวคือ 3 เดือนนับตั้งแต่เราเอาข้อความไปส่งต่อให้บุคคลที่สาม หรือหากเขาไม่ฟ้องคดีก็ต้องร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน ไม่งั้นคดีขาดอายุความ ซึ่งถ้าคุณตรวจสอบแล้ววันเกิดเหตุเกิน 3 เดือนแล้วเขาไม่ฟ้องหรือร้องทุกข์ ก็วางใจได้ครับ 3.หากจะขอโทษแล้วจะยุติเรื่องกันแนะนำให้ไปลงบันทึกประจำวันกันไว้ร่วมกันทั้งสองฝ่ายและ ลงไว้ว่าไม่ติดใจดำเนินคดีทางแพ่งทางอาญากันต่อไป ถึงจะถือว่าเรื่องจบจริงครับ


