ผมโดนขู่รีดเอาทรัพย์แบบนี้สามารถแจ้งความได้ไหมครับ
เรื่องของเรื่องก็คือมีผู้หญิงที่เป็นเพื่อนกับผมในเฟซคนหนึ่ง โพสต์ว่าไลค์ทัก พอผมไปกดไลค์เขาก็ทักมา ผมจึงถามไปตามมารยาทว่าทำอะไรอยู่ยังไม่นอนเพราะขณะนั้นเวลาตี 1 แล้ว แต่เธอก็ถามผมว่ามีแฟนแล้วคุยได้เหรอ แล้วก็โทรมา แต่ผมไม่ได้รับเพราะไม่เคยรู้จักกัน ผมก็ตอบไปว่าเข้ากะอยู่ ไม่สะดวกคุย แต่แชทคุยเป็นเพื่อนได้ หลังจากนั้นเขาก็โทรมาอีกผมก็ไม่ได้รับและเขาก็ด่าผมว่าผมมีแฟนแล้วทำไมยังคุยได้ ผมรำคาญจึงบล็อกไป พอมาเห็นอีกที เขาแคปหน้าจอที่ผมกับเขาคุยกันแล้วส่งไปให้แฟนผมดู ผมขอร้องให้เขายกเลิกข้อความที่ส่งไปให้แฟนผมดูเพราะผมกลัวแฟนผมเข้าใจผิด แต่เขาก็ไม่ลบแถมเรียกเงินกับผม 1,500 บาทถึงจะลบให้ ผมไม่ยอมและขู่ว่าจะแจ้งความ เขาจึงยอมลบให้ ผมก็เข้าใจว่าเขาจะลบให้ จึงลบแชทที่ผมคุยกับเขาทั้งหมดเพราะกลัวแฟนมาเห็นจะไม่สบายใจ แต่สรุปแล้วเขาไม่ได้ลบจริงๆเขาแกล้งบอกว่าลบเพื่อที่จะให้ผมไม่ไปแจ้งความแค่นั้น สุดท้ายแล้วแชทยังถูกส่งไปหาแฟนผมอยู่ แบบนี้ผมสามารถแจ้งความในฐานขู่กรรโชกทรัพย์ได้ไหมครับ มีรูปภาพที่แคปไว้บางส่วน แต่แชททั้งหมดได้ลบไปแล้ว
คำตอบจากทนาย (7)
A: การข่มขู่กรรโชกทรัพย์ คือการบังคับให้ผู้อื่นยอมมอบทรัพย์สินให้ โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือข่มขู่ว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขู่หรือบุคคลที่สาม ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท ให้คุณนำหลักฐานต่าง ๆ เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เลยครับ
A: ความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ไม่ได้จำกัดแค่การใช้กำลังประทุษร้ายเท่านั้นครับ แต่รวมถึง การขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของคนอื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดในทางมิชอบ การขู่เข็ญ การที่เขาขู่ว่าจะส่ง/ไม่ลบข้อความที่คุณคุยกับเขาให้แฟนคุณดู ซึ่งเป็นการทำให้คุณเสียชื่อเสียง หรือเสียความสัมพันธ์ การได้มาซึ่งทรัพย์สิน การที่เขาเรียกร้องเงิน 1,500 บาท เพื่อแลกกับการไม่เปิดเผย/ลบข้อความนั้น การกระทำของบุคคลนั้นเข้าองค์ประกอบความผิดชัดเจนครับ ทรัพย์สินที่เขาเรียกเอาไม่จำเป็นต้องได้ไปจริง ก็เป็นความผิดสำเร็จแล้ว การที่คุณไม่ยอมจ่ายเงินและเขายอมลบไปก่อน (แม้ภายหลังจะโกหก) ก็ไม่ทำให้ความผิดนี้หายไปครับ
A: ข้อเท็จจริงที่ว่า ถ้าโอน 1,500 จะลบแชต/ไม่เอาไปให้แฟนดูเพื่อแลกกับการไม่ทำให้คุณเสียหาย แบบนี้ เข้าทรงพวกกรรโชก/รีดเอาทรัพย์ ได้เลย (ขู่ใช้เรื่องส่วนตัวให้เสียหายเพื่อเอาเงิน) ตอนแจ้งความให้เน้นว่าถูกขู่เอาเงินแลกกับการไม่ทำให้เสียหายแล้วให้ตำรวจช่วยดูว่าจะเข้าฐานไหน และจะดำเนินการยังไงต่อ เก็บหลักฐานไปให้ครบถ้วน
A: การเรียกเงิน 1,500 บาทเพื่อแลกกับการลบหรือไม่เผยแพร่แชท ถือเป็นการ “ขู่เข็ญเพื่อเอาทรัพย์” เข้าข่ายกรรโชกทรัพย์ (ม.337) แม้คุณไม่จ่ายเงินก็แจ้งความได้ เพราะความผิดสำเร็จตั้งแต่ตอนข่มขู่เรียกเงิน อีกทั้งการส่งข้อความให้แฟนโดยแต่งเรื่องยังอาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือ พ.ร.บ.คอมฯ ได้ด้วย แม้แชทลบไปแล้ว พนักงานสอบสวนสามารถขอข้อมูลย้อนหลังจากระบบได้ ควรรีบไปร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
A: กรณีของท่านจะเข้าข่ายในกรณีรีดเอาทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามากกว่ากรณีความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ครับ "มาตรา 338 ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่น ให้ยอมให้ หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับซึ่งการเปิดเผยนั้นจะทำให้ผู้ถูกขู่เข็ญหรือบุคคลที่สามเสียหาย จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท"
A: จากข้อเท็จจริงของคุณ เข้าข่าย “ความผิดกรรโชกทรัพย์/ขู่เข็ญเอาทรัพย์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 ได้ค่อนข้างชัดเจน ถึงแม้คุณจะลบแชทไปแล้ว แต่ยังสามารถแจ้งความได้ เพราะ “พยานหลักฐาน” ไม่จำเป็นต้องมีเฉพาะแชทเต็ม มีอย่างอื่นประกอบได้ เช่น พยานคน, รูปแคปบางส่วน, ประวัติการโทร, พฤติการณ์ทั้งหมด ฯ ทำไมเข้าข่าย “กรรโชกทรัพย์”องค์ประกอบความผิดมีดังนี้ 1. ขู่เข็ญ เขาบอกว่าจะ “ลบให้ถ้าจ่ายเงิน 1,500 บาท” และทำให้คุณกลัวเสียชื่อเสียงกับแฟน 2. เพื่อเอาทรัพย์หรือประโยชน์จากผู้อื่น การเรียกเงิน 1,500 บาท 3. ลักษณะขู่ให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือเกียรติยศ การขู่จะไม่นำแชทออก การส่งไปให้แฟนคุณเพื่อบีบให้จ่ายพฤติการณ์แบบนี้สอดคล้องกับ กรรโชกทรัพย์ (มาตรา 337) โทษคือ จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถึงคุณจะลบแชทไปแล้ว ยังแจ้งความได้ไหม? ได้เต็มที่ค่ะเพราะ:• พนักงานสอบสวนสามารถ ออกหมายค้น ขอข้อมูลจากเฟซบุ๊ก หรือดึงข้อมูลในเครื่องอีกฝ่ายได้ • คุณมี หลักฐานภาพแคปบางส่วน ซึ่งถือเป็นพยานเอกสาร พฤติการณ์ ความเชื่อมโยง ข้อความที่แฟนคุณได้รับ ล้วนเป็นหลักฐานพยานได้ แฟนคุณเองก็เป็น พยานบุคคล ว่าได้รับข้อความจากผู้หญิงคนนั้นจริง ดังนั้นการลบแชทของคุณไม่ได้ทำให้คดีล่มค่ะ
A: ตามมาตรา 337"ผู้ใด ข่มขืนใจผู้อื่น ให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดย ใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดย ขู่เข็ญว่าจะทำอันตราย ต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐาน กรรโชก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ห้าปี และปรับไม่เกิน หนึ่งแสนบาท" ซึ่งตามข้อเท็จจริงที่คุณกล่าวมาสามารถนำหลักฐานและข้อเท็จเขาแจ้งความได้ครับ



