มีหมายศาลมาให้ไปไกล่เกลี่ยคดีฉ้อโกงปลอมแปลงเอกสารค่ะแต่ต้องการเลื่อนออกไปก่อนจะทำได้มั๊ยคะเพราะยังไม่พร้อม หมายมี 2ฉบับ ฉบับแรกวันที่ 4 ธค กับอีกหมายนึงวันที่ 21 มค ปี69 ค่ะ
มีหมายศาลมาให้ไปไกล่เกลี่ยคดีฉ้อโกงปลอมแปลงเอกสารค่ะแต่ต้องการเลื่อนออกไปก่อนจะทำได้มั๊ยคะเพราะยังไม่พร้อม หมายมี 2ฉบับ ฉบับแรกวันที่ 4 ธค กับอีกหมายนึงวันที่ 21 มค ปี69 ค่ะ
คำตอบจากทนาย (8)
A: การที่ศาลได้มีหมายนัดให้ไปไกล่เกลี่ยถือว่าเป็นเรื่องที่ควรไปศาลนะครับเพราะเพื่อเป็นการรักษาสิทธิต่างๆครับ จะได้คุยหรือเจรจาถึงเรื่องที่เราพอจะชดใช้ค่าเสียหายได้ แต่หากเราไม่สะดวกที่จะไปควรแต่งตั้งทนายความไปแทนครับเพื่อ ทนายความจะได้สามารถดำเนินการเจรจาไกล่เกลี่ยแทนท่านได้ เพื่อหาข้อสรุปมาแจ้งกับคุณ แล้วช่วยกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว
A: คดีฉ้อโกงกับปลอมแปลงเอกสารมันเป็นคดีอาญา ศาลไม่น่าจะนัดไปไกล่เกลี่ยเป็นนัดแรกนะครับ ลองตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อน หรือนำหมายไปให้ผู้รู้ตรวจสอบก่อนครับ
A: ไปตามหมายค่ะเพราะศาลนัดต้องไปถ้าจะขอเลื่อนต้องไปศาลก่อนถ้าจะเลื่อนค่อยแถลงศาลอยู่ที่ดุลพินิจของศาลว่าจะให้เลื่อนหรือไม่
A: หากท่านมีนัดไกล่เกลี่ยในคดีอาญาฐานฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสาร แต่ยังไม่พร้อมเข้าร่วม สามารถยื่นคำร้อง “ขอเลื่อนนัด” ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และมาตรา 173/3 การขอเลื่อนต้องแสดงเหตุจำเป็นชัดเจน เช่น เหตุเจ็บป่วย การเตรียมพยานเอกสาร หรืออยู่ระหว่างติดต่อทนาย ทั้งนี้ศาลจะพิจารณาเหตุผลเป็นรายกรณี และต้องยื่นล่วงหน้าหรือยื่นต่อหน้าศาลในวันนัดอย่างเป็นทางการ หากไม่แจ้งเหตุหรือไม่ไปโดยไม่มีเหตุจำเป็น อาจถูกถือว่าขาดนัดและเสี่ยงให้ศาลออกหมายจับได้ เพราะเป็นคดีอาญา แม้ความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารจะเป็น “คดีอาญาแผ่นดิน” ที่ยอมความไม่ได้ แต่ความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 เป็นคดีที่ “ยอมความได้” หากผู้เสียหายยินยอมถอนฟ้อง ศาลจึงมักใช้กระบวนการ “ไกล่เกลี่ยก่อน” เพื่อเปิดโอกาสให้คู่กรณีเจรจาประนีประนอม หรือให้ผู้เสียหายแสดงความประสงค์ต่อศาลก่อนเข้าสู่กระบวนการสืบพยาน ยกเว้นข้อยกเว้นสำหรับความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ที่ไม่สามารถยอมความได้ เพราะอาจมีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย ลองเช็ครายละเอียดคดีความก่อนจะขอเลื่อนนะครับ เนื่องจากมีกระบวนการที่แตกต่างกัน ดังนั้น หากท่านยังไม่พร้อมแต่ไม่มีเหตุจำเป็นหนัก ศาลอาจไม่อนุญาตให้เลื่อนนัด การไปตามนัดก่อน แล้วขอเลื่อนต่อหน้าศาลด้วยเหตุผลและหลักฐานที่ชัดเจน จะปลอดภัยที่สุด และลดความเสี่ยงด้านกระบวนวิธีมากที่สุดครับ.
A: หากได้รับหมายศาลควรจะไปนะครับผม เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์และผลประโยชน์ของตัวท่านเองนะครับ
A: คดีดังกล่าวเป็นคดีอาญา ในกรณีที่เราเป็นผู้เสียหายอาจมอบอำนาจให้ผู้อื่นที่เราไว้ใจไปแทนได้ แต่หากเราเป็นจำเลยต้องไปด้วยตัวเอง หากไม่ไปอาจถูกออกหมายจับได้ครับ แนะนำให้นำชุดสำเนาคำฟ้องที่ได้รับ พร้อมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องปรึกษาทนายดีกว่าครับ
A: 1.ถ้าหมายศาลเป็นนัดไต่สวนมูลฟ้อง ท่านไม่จำเป็นต้องไปศาลครับ เพราะถือว่าท่านยังไม่ได้มีฐานะเป็นจำเลย แต่ควรแต่งตั้งทนายไปศาลเพื่อทำการซักค้านพยานโจทก์ หรือเสนอข้อไกล่เกลี่ย 2.แต่ถ้าหมายศาลเป็นนัดพิจารณาแล้ว ท่านจะต้องไปศาลครับ หากท่านไม่ไปท่านจะถูกออกหมายจับได้ครับ เมื่อไปศาลแล้วให้แถลงต่อศาลว่าท่านยังไม่พร้อม ด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น ยังไม่ได้แต่งตั้งทนายความ เป็นต้น เพื่อให้ศาลเลื่อนการพิจาณาออกไปครับ ทั้งนี้เป็นดุลยพินิจของศาลว่าจะให้เลื่อนหรือไม่ครับ
A: หากเป็นหมายศาลคดีอาญา คุณต้องไปตามนัดศาลทุกครั้งครับไม่งั้นจะถูกศาลออกหมายจับ ยกเว้นในนัดไต่สวนมูลฟ้องจำเลยไม่ต้องมาศาลได้เพราะศาลยังไม่ได้รับเป็นคดี แต่หากไต่สวนมูลฟ้องแล้วและศาลสั่งรับฟ้อง ในนัดต่อมาคุณต้องมาศาลทุกครั้งครับ ส่วนเรื่องจะขอเลื่อนคุณต้องยื่นคำร้องต่อศาลก่อนที่จะถึงวันนัดศาลครับ โดยแจ้งเหตุผลที่จำเป็นต่อศาล แต่ศาลจะวินิจฉัยคำร้องและจะมีคำสั่งครับว่าจะให้เลื่อนหรือไม่ให้ต้องตรวจสอบเองก่อนวันนัดครับ


