Q

ถูกอายัดบัญชีด้วยความไม่เป็นธรรม สามารถฟ้องร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หรือไม่ครับ

4 เดือนที่ผ่านมา
112 เข้าชม

เรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 17/08/2566 เริ่มเรื่องมาจากการที่ผมโดนมิจฉาชีพหลอกในรูปแบบของเคส ABC โดยผมเผลอให้เลขบัญชีกับมิจฉาชีพไป และมิจฉาชีพเอาไปโกงเหยื่อ โดยให้เหยื่อโอนเงินเข้ามาที่บัญชีของผมจำนวนเงิน 1,000 บาท และมิจฉาชีพจะให้ผมโอนเงินต่อไปยังมิจฉาชีพอีกทีหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นผมรู้ตัวว่ากำลังจะโดนหลอก จึงไม่ได้โอนเงินต่อและแจ้งมิจฉาชีพไปว่า ผมจะไม่โอนเงินต่อถ้าไม่ใช่เลขบัญชีเดิม จากนั้นมิจฉาชีพก็ปิด facebook หนีหายไปครับ หลังจากนั้นได้มีการโทรแจ้งทางธนาคาร เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง และมีการขอข้อมูลผู้ที่โอนเงินเข้ามา แต่ธนาคารไม่สามารถให้ข้อมูลได้ สิ่งที่ธนาคารแนะนำมีเพียงว่า รอให้ผู้เสียหายไปแจ้งความ แล้วจะติดต่อประสานงานมาให้ผมโอนเงินคืนผู้เสียหาย ผมได้รับทราบข้อมูลมาแบบนี้ จึงวางใจ ไม่ได้ลงบันทึกประจำวันไว้ และไม่ได้อัดเสียงสนทนาไว้เป็นหลักฐาน เพราะไม่คิดว่า หลังจากนี้ ชีวิตของผมกำลังจะพัง ... 20/08/2566 บัญชีธนาคารต้นเรื่องที่มีเงินโอนเข้ามาถูกอายัด ซึ่งผมเข้าใจได้ว่าต้นเหตุมาจากอะไร ผมยอมรับแต่โดยดี ผมจึงได้ติดต่อธนาคาร จากนั้นก็ได้หมายเลข hr มา และธนาคารให้โทรไปยัง 1441 กด 2 ซึ่งก็จะได้ชื่อตำรวจเจ้าของคดี และเบอร์โทร จากนั้นผมได้ติดต่อประสานไปยังพนักงานสอบสวนเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้ท่านฟัง และได้เบอร์น้องผู้เสียหายมาด้วยจึงได้ทำการโทรคุย เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ซึ่งน้องผู้เสียหายก็เข้าใจและเชื่อว่าผมโดนหลอกจริงๆ ผมได้มีการโอนเงินคืนน้องไปตั้งแต่วันนั้นเลย และวันรุ่งขึ้น น้องผู้เสียหายก็เข้าไปถอนแจ้งความ พร้อมทั้งนำหนังสือถอนอายัดไปยื่นธนาคาร ให้ปลดอายัดให้ หลังจากนั้น 3 วัน บัญชีของผมก็กลับมาใช้งานได้ปกติ 15/11/2566 บัญชีถูกอายัดทุกบัญชี ทุกธนาคาร เราจึงโทรสอบถามกับธนาคารพบว่า ถูกอายัดภายใต้หมายเลข HR เดิม พนักงานสอบสวนคนเดิม คดีเดิม ...และให้โทรไปยัง 1441 กด2 อีกรอบ ซึ่งกระบวนก็จะเป็นเหมือนเดิม คือให้เราติดต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งเราก็โทรสอบถามพนักงานสอบสวนอีกรอบหนึ่ง พนักงานสอบก็ไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร จึงทำหนังสือปลดอายัดอีกรอบ และส่งไปที่ธนาคารซ้ำอีกรอบ แต่ก็ไม่เป็นผล หลังจากนั้นผมได้มีการตามเรื่องเรื่อยๆ แต่บัญชีก็ยังไม่ถูกปลดสักที ซึ่งตัวพนักงานสอบสวนเอง ก็ไม่สามารถให้คำตอบกับผมได้ว่าติดที่อะไร ตัวผมอยู่สมุทรสาคร ซึ่งโชคดีที่ สน เกิดเรื่อง อยู่ที่กรุงเทพ การขับรถใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ผมตามเรื่องรอบที่ 2 โดยการไปที่ สน และโทรหา 1441 กด 2 ให้คุยกับพนักงานสอบสวนโดยตรง เพื่อจะได้รู้ว่าต้องดำเนินการอย่างไร ซึ่งทาง 1441 แจ้งว่า ต้องส่งหนังสือถอนอายัด พร้อมหมายถอนแจ้งความไปที่ธนาคาร จึงจะทำการปลดให้ พนักงานสอบสอนจึงดำเนินการให้ผม แต่ก็ยังไม่ปลดให้ ผมจึงตามเรื่องรอบที่ 3 โดยการขับรถไปที่ สน และต่อสายให้คุยกับ 1441 โดยตรงอีกรอบ ได้ความว่า ต้องทำหนังสือถอนอายัด พร้อมหนังสือถอนแจ้งความไปยืนที่ ธนาคาร และ สอท แจ้งวัฒนะ ตึก B และตัวผมได้ถาม 1441 ว่า ตัวผมสามารถนำหนังสือไปยื่นเองได้ไหมเพื่อความรวดเร็ว เพราะถ้ารอตำรวจส่งเรื่องให้น่าจะช้า ทาง 1441 แจ้งว่า สามารถนำหนังสือไปยื่นเองได้เลย หลังจากตำรวจทำหนังสือให้อีกรอบ ผมจึงขับรถไป สอท แจ้งวัฒนะ ตึก B แต่พบว่า มาผิดที่ ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้เลย ผมจึงโทรหา 1441 อีกรอบ คราวนี้ เค้าแจ้งว่า ต้องไปที่ สอท เมืองทอง ชั้น 5 พอไปถึง เจอประตู scan หน้า ไม่สามารถเข้าได้ ได้แต่ยืนโบกมือ จนมีเจ้าหน้าที่มาเปิดประตูให้ ซึ่งผมโดนเจ้าหน้าที่ตำหนิ เนื่องจาก ตัวประชาชนเองไม่สามารถดำเนินการส่งหนังสือเองได้ ต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ส่ง และกระบวนจริงๆที่ต้องทำคือ พนักงานสอบสวนต้องสอบปากคำโดยละเอียดก่อน พร้อมทั้งแนบ สเตทเม้น ของทุกธนาคาร และชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ทั้งหมด จึงจะถูกต้อง หลังจากนั้น ก็ได้ดำเนินการ ตามที่เจ้าหน้าที่แจ้งทุกอย่าง แต่ก็ยังไม่ปลดสักที ผมได้โทรตามเรื่องอยู่หลายครั้ง ทั้ง 1441 และ พนักสอบสวน แต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไรเลย จนไปเจอไลน์กลุ่ม hr03 ของ สอท จึงได้แอดไปคุย และสอบถามความคืบหน้า สรุปว่า เจ้าหน้าที่เค้าขอหน้า bookbank ทั้งหมด และจะค่อยๆปลดให้ ซึ่งระหว่างนั้น ธนาคารก็ทยอยปลดให้จริงๆ แต่ติดอยู่แค่ ธนาคารเดียว ซึ่งพี่เค้าแจ้งว่า ติดหมายของ ปปง ไม่สามารถปลดได้ ซึ่งตอนนั้นผมก็เหนื่อยที่จะตามเรื่องแล้ว แค่ธนาคารหลักๆใช้งานได้ก็พอ โดยกระบวนการทั้งหมด เสร็จสิ้นช่วงเดือน 02/2567 เดือน 10/2567 แอพเป๋าตังถูกอายัด ไม่สามารถใช้งานได้ (ปกติใช้ซื้อลอตเตอรี่ ใบละ 80 บาท) โทรสอบถามธนาคารพบว่า อายัดตามหมายเลข HR เดิม พนักงานสอบสวนเดิม คดีเดิม ซึ่งธนาคารแจ้งว่าติดหมาย ปปง รอบนี้ เรามีโทรสอบถามไปยัง ปปง ก่อน มีการแจ้งข้อมูลเล่าเรื่องให้ฟังทั้งหมด ทาง ปปง ก็งง และแจ้งว่า เค้าไม่ได้สั่งอายัดนะ ให้เราลองติดต่อพนักงานสอบสวนดูอีกรอบ ผมเลยลองติดต่อพนักงานสอบสวนดูเค้าก็ งง ว่าเรื่องผมยังไม่จบอีกหรอ ก็เล่าให้เค้าฟังไป รวมทั้งแจ้งด้วยว่า รอบที่แล้ว บัญชีไม่ได้ปลดให้ทั้งหมด มีธนาคารหนึ่งที่ติดหมาย ปปง อยู่ ซึ่งเรื่องนี้ พนักงานสอบสวนก็ไม่ทราบเรื่อง และไม่สามารถเช็คให้ผมได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำได้แค่ สอบปากคำอีกรอบ และทำหนังสือปลดอายัด ส่งไปที่ ธนาคาร แต่ก็ไม่ปลดให้ เดือน 11/2567 ธนาคารต้นเรื่องกลับมาอายัดอีกรอบหนึ่ง คราวนี้โทรสอบถามธนาคาร ได้ความเหมือนเดิม อายัดตามหมายเลข hr เดิม คดีเดิม พนักงานสอบสวนคนเดิม เค้าแจ้งว่า ให้เราทำรายการผ่านหน้าเคาร์เตอร์ เท่านั้น ไม่สามารถทำรายการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ซึ่งตอนนี้ ผมต้องรับเงินเดือนเป็นเงินสด และใช้เงินสดอย่างเดียว เพราะผมก็ไม่รู้จะตามเรื่องยังไงต่อแล้ว โทรสอบถามธนาคาร ธนาคารก็วนไปที่ 1441 กด 2 พอโทร 1441 กด2 ก็วนกลับไปพนักงานสอบสวน ซึ่งตัวพนักงานสอบสวนเองก็ไม่ทราบได้ว่าต้องทำอย่างไร เพราะเค้าก็ส่งเรื่องให้ผมทุกอย่างหมดแล้ว ผมจึงทำอะไรไม่ได้ 20/09/2568 ได้มีการตามเรื่องอีกรอบ เนื่องจากมีกระแส อายัดบัญชีมั่วออกมา จึงได้โทรสอบถามพนักงานสอบสวน ซึ่งเค้าแจ้งว่า มันมีระบบที่ใช้ยื่นเรื่องนี้โดยเฉพาะ และแจ้งว่า สถานะบัญชีผมคือ ม้าดำ ต้องยื่นเรื่องปลดรายชื่อออกจาก ปปง ซึ่งผมก้ได้เข้าไปให้ปากคำอีกรอบหนึ่ง และส่งเรื่องเข้าระบบ ณ ปัจจุบันนี้ สิ่งที่ผมโดนคือ ผมสามารถใช้งานได้เพียง 2 ธนาคาร แต่ธนาคารหลักที่รับเงินเดือนไม่สามารถใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่นได้ แอพเป๋าตัง(อดลงทะเบียนคนละครึ่ง) ทรูมันนี่วอลเล็ท บัญชี shopee ที่ใช้ผ่อนของ ถูกระงับการใช้งาน วงเงินโทรศัพท์มือถือก็ถูกระงับเช่นกัน ซึ่งไม่สามารถเติมเกม หรือสมัคบริการต่างๆที่ตัดหมายเลขโทรศัพท์ได้ และแน่นอน ตั้งแต่เกิดเรื่อง ผมไม่สามารถยื่นกู้ ขอสิ้นเชื่อไดๆกับทางธนาคารได้เลย และล่าสุด บัตรเครดิตถูกระงับการใช้งาน พร้อมทั้งโดนบังคับให้ปิดยอดทั้งหมด 100,000 บาท ซึ่งผมไม่ความสามารถที่จะปิดได้ และตลอดระยะเวลาที่ได้บัตรมา ผมไม่เคยเสียประวัติชำระล่าช้า หรือขาดชำระเลยแม้แต่ครั้งเดียว สิ่งที่ผมเสียไปตลอดระยะเวลาคือ เวลาในการตามเรื่อง และความปวดหัวของหน่วยงานที่ไม่สามารถให้ความชัดเจนอะไรกับผมได้สักอย่าง และเสียเครดิตกับธนาคารทุกธนาคาร พร้อมทั้งติดบูโร เนื่องจากกรณีบัตรเครดิตที่บังคับให้ปิดยอด ซึ่งผมไม่สามารถปิดได้ และตอนนี้เลยกำหนดชำระมาเดือนหนึ่งแล้วครับ ผมได้มีโทรสอบถามกับทาง สอท และ ปปง ถึงความรับผิดชอบในความเสียหายนี้ แต่หน่วยงานก็แจ้งว่า ไม่สามารถทำอะไรได้ ผมจึงอยากสอบถามพี่ๆครับ ว่าจริงๆแล้ว ผมสามารถฟ้องเรียกร้องค่าเสียหาย และความรับผิดชอบกับหน่วยงานพวกนี้ได้หรือไม่ครับ และจากเรื่องราวที่ผมเจอ ซึ่งผมก็คิดว่าตัวผมเองไม่ได้ทำผิดอะไร แต่กลับต้องมามีประวัติเสีย กลายเป็นม้าดำ แบบนี้ และน่าจะติดแบล็คลิสกับธนาคารด้วย รบกวนขอคำแนะนำพี่ๆ และแนวทางความเป็นไปได้หน่อยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับผม

คำตอบจากทนาย (1)


A: 1 : สิทธิฟ้องหน่วยงานรัฐ กรณีถูกอายัดบัญชีซ้ำผิดพลาด การอายัดบัญชีของประชาชนโดยเจ้าหน้าที่รัฐ แม้เริ่มต้นมาจากการร้องทุกข์คดีมิจฉาชีพ แต่เมื่อมีหลักฐานชัดเจนว่าผู้ครอบครองบัญชีเป็นผู้เสียหายและได้คืนเงิน พร้อมมี “หนังสือถอนแจ้งความ–ถอนอายัด” แล้ว การอายัดบัญชีซ้ำหรือยืดเยื้อเกินสมควร ถือเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ม.5–8 และเข้าลักษณะ “การใช้อำนาจทางปกครองไม่ชอบ” ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีปกครอง ม.9(3) ลูกค้ามีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ ทั้งความเสียหายด้านการเงิน เครดิตบูโร และค่าเสียโอกาส โดยมีแนวคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด เช่น คดี อ.669/2562, อ.164/2559, อ.179/2563 ที่วินิจฉัยให้ชดใช้ค่าเสียหายเมื่อมีการอายัดบัญชีผิดพลาดหรือเกินความจำเป็น เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังในระดับที่ประชาชนควรได้รับ หากละเลยจนเกิดความเสียหาย ย่อมเป็นละเมิดของรัฐ ฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อ ศาลปกครอง ได้ภายใน 1 ปีนับแต่รู้ถึงความเสียหาย 2 : การถูกขึ้นสถานะ “บัญชีม้า–ม้าดำ” และกระทบสิทธิทางการเงิน การที่ประชาชนถูกบันทึกเป็น “บัญชีม้า” หรือ “ม้าดำ” ทั้งที่ไม่มีพฤติการณ์ร่วมขบวนการ และได้แจ้งความ–คืนเงิน–ให้ปากคำแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ไม่เร่งตรวจสอบหรือปลดออกจากระบบจนเกิดความเสียหายต่อสิทธิทางการเงิน เช่น บัญชีใช้ไม่ได้ บัตรเครดิตถูกยกเลิก ไม่สามารถกู้เงินได้ เป็นความรับผิดของเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ละเมิดของเจ้าหน้าที่ ม.8 เพราะไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังที่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อผู้เสียหายแจ้งหลักฐานต่อเนื่องแต่กลับปล่อยให้สถานะผิดค้างในระบบ แนวคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด อ.164/2559 รับรองว่า “การนำข้อมูลของประชาชนไปบันทึกในลักษณะที่ทำให้เสียสิทธิทางการเงินโดยไม่เป็นธรรม” เป็นการละเมิดที่ฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ ทั้งด้านเครดิต–ชื่อเสียง–ค่าเสียโอกาส และค่าเสียหายเชิงจิตใจ ศาลยังวินิจฉัยใน อ.669/2562 ว่า หากการอายัดทำให้ประชาชนเสียเครดิตบูโรหรือประวัติการเงิน ถือเป็นความเสียหายพิเศษที่รัฐต้องชดใช้ 3 : สิทธิเรียกค่าเสียหายจากการอายัดบัญชีผิด และกระบวนการล่าช้า เมื่อบัญชีถูกอายัดเกินสมควร ทั้งที่ผู้เสียหายให้ถ้อยคำครบถ้วนและมีหนังสือถอนอายัดแล้ว แต่หน่วยงานรัฐยังคงปล่อยให้หมายอายัดค้างอยู่ โดยไม่เร่งรัดปลดอายัดหรือประสาน ปปง.–สอท. ให้แล้วเสร็จ ถือเป็น “การละเลยต่อหน้าที่โดยชัดแจ้ง” ตาม ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 (ส่วนโทษเป็นเรื่องคดีอาญาแยกต่างหาก) และเข้าข่าย “การไม่กระทำการตามที่มีหน้าที่ต้องทำ” ตาม พ.ร.บ.ละเมิดของเจ้าหน้าที่ ม.5 ลูกค้ามีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อรัฐ ได้แก่ ค่าเสียเวลาติดต่อหน่วยงาน ค่าพาหนะ ความสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ ค่าเสียหายด้านเครดิต รวมทั้งค่าทำขวัญตามแนวคำพิพากษา อ.179/2563 ซึ่งระบุชัดว่า ความล่าช้าเกินความจำเป็นของเจ้าหน้าที่เป็นการกระทำละเมิด เพราะประชาชนมีสิทธิได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายเกินควร

เผยแพร่เมื่อ: 2025-11-26

คำถามที่คุณอาจสนใจ

Loading...