ได้รับหมายศาล
สินเชื่อส่วนบุคคลธนาคารเกียรตินาคิน รบกวนปรึกษาคะ
คำตอบจากทนาย (4)
A: เมื่อท่านได้รับหมายศาลแล้ว แปลว่าคดีฟ้องร้องเรียกหนี้ได้เข้าสู่ชั้นศาลแล้ว (ส่วนใหญ่เป็นคดีหมายเรียกผู้ถูกฟ้องคดีแพ่ง) ซึ่งมีผลกระทบสำคัญต่อการขออนุมัติสินเชื่อใหม่ดังนี้ ธนาคารทุกแห่งรวมถึงเกียรตินาคินภัทร จะตรวจสอบ Blacklist ผ่านบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) เมื่อมีหมายศาล คดีจะถูกบันทึกในระบบ NCB ทันทีที่ศาลส่งข้อมูล ปกติภายใน 7–30 วันหลังจากฟ้อง สถานะใน NCB จะเปลี่ยนเป็น “คดีความ/ฟ้องร้อง” หรือ “Legal Case” ทำให้สินเชื่อใหม่ทุกรูปแบบ สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต รีไฟแนนซ์ สินเชื่อบ้าน รถ มีโอกาสอนุมัติเกือบเป็นศูนย์ ยกเว้นสินเชื่อที่มีหลักประกันมูลค่าสูงมากและ LTV ต่ำมาก ดังนั้น หากท่านเพิ่งได้รับหมายศาลภายใน 1–2 เดือนที่ผ่านมา โอกาสที่ธนาคารเกียรตินาคินภัทรจะอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคลแทบไม่มีเลย แม้รายได้สูงหรือเครดิตดีมาก่อนหน้านี้
A: ก่อนอื่น สิ่งสำคัญคือดูว่า เงื่อนไขในสัญญาเป็นธรรมกับคุณหรือไม่ โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ย ค่าปรับล่าช้า ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ และสิทธิในการผิดนัด หากมีส่วนไหนไม่ชัดเจนหรือคุณรู้สึกว่าไม่แฟร์ ควรถามธนาคารให้ชัดเจนก่อนเซ็น เพราะเมื่อเซ็นแล้ว จะถือว่าคุณยอมรับตามกฎหมายทั้งหมด หากคุณกังวลเรื่องดอกเบี้ยหรือภาระหนี้ ให้เช็กว่าดอกเบี้ยที่เสนอมาอยู่ในเพดานที่กฎหมายกำหนด (ไม่เกิน 25% ต่อปีสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักประกัน) ถ้าเกิน ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และต่อรองหรือร้องเรียนได้ ในกรณีที่มีปัญหา เช่น ผ่อนต่อไม่ไหว หรือธนาคารโทรตามเกินควร ธนาคารมีหน้าที่ต้องเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ให้ได้ก่อน ไม่สามารถกระทำเข้าข่ายคุกคามได้ หากมีการฟ้องร้องจริง ศาลจะดูเจตนา ความสามารถในการชำระ และความเป็นธรรม ไม่ได้ตัดสินว่าผิดทุกกรณีแค่เพราะชำระล่าช้า สุดท้าย คุณควรเก็บหลักฐานทุกอย่างให้ครบ ตั้งแต่เอกสารสมัคร ข้อเสนอ เงื่อนไขการคิดดอกเบี้ย แชท หรือการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ เพราะถ้ามีข้อพิพาท หลักฐานเหล่านี้ช่วยป้องกันตัวคุณได้มากที่สุด
A: สามารถให้ข้อเท็จจริงเข้ามาในคำถามได้เลยครับ หากไม่มีทนายความไม่สามารถตอบคำถามได้ครับ ถ้ายังมีข้อสงสัยสามารถตั้งคำถามเข้ามาใหม่ได้ครับ
A: ได้รับหมายศาลเรียกให้ไปในนัดอะไร กรณีเช่นนี้อาจจะต้องทำคำให้การไปยื่นต่อศาลค่ะ หากถูกฟ้องในเรื่องหนี้สินเชื่อ ต้องดูว่าตนเองมีทรัพย์สินที่อาจถูกบังคับคดียึดหรืออายัดได้ไหม หรือพิจารณาดูว่าภายใน 10 ปีนั้นเราจะมีทรัพย์สินที่อาจถูกยึดหรืออายัดได้ไหม หากไม่มี ก็ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ แต่หากมีทรัพย์สินที่อาจถูกยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดได้ในปัจจุบันหรือภายใน 10 ปีนั้น ทนายเห็นว่าควรทำคำให้การยื่นต่อศาล เพื่อรักษาสิทธิในการไก่ลเกลียหรือต่อรองยอดหนี้ให้ลดลงค่ะ ซึ่งบางคนลดลงหลักหลายแสน บางคนยอดหลักแสนก็ลดลงหลายหมื่น ทั้งนี้ต้องดูข้อเท็จจริงประกอบ ยินดีให้คำปรึกษาค่ะ
ทนายยอดนิยม
เดือน




