โดนมิจฉาชีพเอารูปบัตร เลขบัตร เบอร์ เลขบัญชี รหัสotp ไปค่ะ
เหตุการณ์ที่ 1 - โกงซื้อเสื้อผ้ามือสอง (29/11/2568) 1. ข้าพเจ้าสั่งซื้อเสื้อผ้ามือสองจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก: มิ ลิน บัญชีพร้อมเพย์ สุรีxxxศรี 12xxxxxxxxx17 (แม่ค้าคนที่ 1) จำนวน 930 บาท 2.แม่ค้าอ้างว่าของจะส่งให้ แต่ผลัดวันส่งหลายครั้ง 3.แม่ค้าบอกให้ข้าพเจ้าไปติดต่อผู้ส่งอีกคน (แม่ค้าคนที่ 2) เพื่อรับสินค้าเหตุการณ์ที่ 2 - แม่ค้าคนที่ 2 ชวนทำงาน/ทำเครดิต 1.แม่ค้าคนที่ 2 อ้างว่าตนเป็นผู้ส่งสินค้า และชวนข้าพเจ้าไปทำงานเกี่ยวกับทำเครดิต/ปล่อยกู้รายได้ดี อ้างว่ายาดอีกแค่สองคน หาครบจะรีบไปส่งผ้าต่อ 2.ข้าพเจ้าต้องการติดตามสินค้า จึงเริ่มทำตามคำแนะนำบางส่วน 3.บุคคลดังกล่าวหลอกให้ส่งข้อมูลดังนี้ • รูปบัตรประชาชนด้านหน้า (เบลอชิป ไม่ได้ส่งด้านหลัง) • QR Code ใช้โอนเงินค่าทำเครดิต • รูปแบตเตอรี่ไอโฟน และหมายเลขเครื่อง 4. ต่อมาข้าพเจ้าสังเกตความเสี่ยง จึง ปฏิเสธไม่กรอกข้อมูลเพิ่มเติม 5. แม่ค้าคนที่ 2 ข่มยู่ว่าจะนำบัตรประชาชนไปใช้ในทางเสียหาย ข้าพเจ้าจึงยุติการสมัคร 6. วันที่ 2/12/2568 แม่ค้าอ้างว่า "ส่งของแล้ว" แต่ไม่ให้เลขพัสดุ 7.ตรวจสอบพบว่าแม่ค้าคนที่ 1 ใช้รูปสินค้าของคนอื่นมาขาย → ทั้งสองเป็นมิจฉาชีพ เหตุการณ์ที่ 3 - ถูกหลอกซ้ำโดยบุคคลแอบอ้าง (3/12/2568) 1. หลังจากข้าพเจ้าโพสต์เตือนในโซเชียล มีบุคคลปริศนาทักมาว่า "เคยโดนเหมือนกัน" แต่ได้รับเงินคืนแล้ว และแนะนำให้ดำเนินการผ่านลิงก็ อ้างว่าเป็นของธนาคารกรุงไทย 2.ข้าพเจ้าหลงเชื่อ จึงกรอกข้อมูลเพิ่มเติม ได้แก่: • เลขบัตรประชาชน • เลขบัญชีธนาคาร ใช้เบอร์อื่นรับรหัสotp • ยอดเงินในบัญชี • เบอร์โทรศัพท์ • รหัส OTP ของ TrueMoney Wallet 3. ภายหลังพบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นมิจฉาชีพ 4. ข้าพเจ้าจึง: • เปลี่ยนเบอร์ OTP • เปลี่ยนรหัส PIN • ลบบัญชี TrueMoney Wallet 5. ไม่มีเงินสูญหายเกิดขึ้น
คำตอบจากทนาย (1)
A: ขอเรียนแจ้งตามตรงว่า เงิน 930 บาทที่เสียไปเป็นเรื่องเล็ก แต่ข้อมูลส่วนตัวที่หลุดไปคือเรื่องใหญ่ระดับอันตราย เพราะมิจฉาชีพมีครบทั้งหน้าบัตรประชาชน เลขบัตร เลขบัญชี และเคยได้ OTP ไป สิ่งที่คุณต้องกังวลที่สุดตอนนี้ไม่ใช่การตามเงินคืน แต่คือการ "ป้องกันตัวเองไม่ให้ตกเป็นผู้ต้องหา" ในอนาคต เพราะมิจฉาชีพจะเอารูปบัตรประชาชนของคุณไปหลอกขายของให้คนอื่น หรือไปกู้เงินนอกระบบ แล้วโยนความผิดมาที่คุณ สิ่งที่คุณต้องทำทันที คือเดินทางไปสถานีตำรวจ (ไม่ต้องแจ้งออนไลน์ ให้ไปที่โรงพัก) เพื่อขอ "ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน" โดยต้องระบุข้อความสำคัญในบันทึกว่า "บัตรประชาชนและข้อมูลส่วนตัวของข้าพเจ้า (ระบุชื่อ-สกุล) ได้ถูกมิจฉาชีพหลอกขโมยข้อมูลไปตั้งแต่วันที่... เวลา... หากมีการนำเอกสารหรือข้อมูลนี้ไปกระทำผิดกฎหมาย หรือทำนิติกรรมใดๆ ข้าพเจ้าไม่มีส่วนรู้เห็นและขอปฏิเสธความรับผิดชอบทุกกรณี" นี่คือเกราะป้องกันเดียวที่จะช่วยคุณได้หากมีหมายเรียกมาที่บ้านในภายหลัง สำหรับบัญชีธนาคารที่คุณให้เลขเขาไป แม้เงินจะยังอยู่ครบ แต่ผมแนะนำให้ "ปิดบัญชีนั้นทิ้งแล้วเปิดใหม่" เพื่อตัดความเสี่ยงที่มิจฉาชีพจะพยายามแฮกในอนาคต หรือโอนเงินผิดกฎหมายเข้ามาพักในบัญชีคุณจนกลายเป็นบัญชีม้าโดยไม่รู้ตัว ส่วน TrueMoney Wallet ที่ลบไปแล้วถือว่าทำถูกต้อง แต่ต้องมั่นใจว่าไม่ได้ผูกพันธะชำระเงินอัตโนมัติไว้ที่ไหน สุดท้ายขอเตือนว่า อย่าค้นหาคนรับตามเงินหรือทนายอาสาในออนไลน์ เพราะ 100% คือมิจฉาชีพแก๊งเดียวกันที่รอกินเหยื่อซ้ำสองครับ



