ภาระจำยอม
มีที่ดินติดกันสองผืน ตรงกลางแยกโฉนดขนาดกว้าง6เมตร จรดสุดที่(ทางตัน) กรรมสิทธิ์มีชื่อaกับb จุดประสงค์เพื่อเป็นถนน ค่าถมถนน ค่าประตู ก็หารกันคนละครึ่ง แต่พอbแบ่งที่ดินส่วนของตนให้ลูก aกลับไม่ยอมจดภาระจำยอมให้แก่ที่ดิน แบบนี้ฟ้องได้ไหมคะ
คำตอบจากทนาย (2)
A: กรณีมีที่ดินติดกันและมีที่ดิน แยกโฉนดตรงกลางกว้างหกเมตรใช้เป็นถนนทางตัน มีชื่อกรรมสิทธิ์ของบุคคลสองฝ่าย และมีการตกลงร่วมกันถมถนน และทำประตูโดยออกค่าใช้จ่ายคนละครึ่ง ข้อเท็จจริงดังกล่าว สะท้อนเจตนาร่วมในการใช้ที่ดินแปลงกลาง เป็นทางเข้าออกของที่ดินทั้งสองฝ่าย แม้ไม่มีการจดทะเบียนภาระจำยอมเป็นหนังสือ แต่พฤติการณ์การใช้ทางร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และการร่วมรับภาระค่าใช้จ่าย อาจจะถือเป็นหลักฐาน แสดงความยินยอมให้ใช้ทางโดยปริยาย ตามแนวคำวินิจฉัยของศาลฎีกาหลายคดี อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่วางหลัก เรื่องการแสดงเจตนาโดยพฤติการณ์ และการใช้ทางร่วมกันอย่างสงบเปิดเผย เมื่อผู้ถูกกล่าวหาแบ่งที่ดินของตนให้บุตรแล้ว ผู้ร้องยังมีสิทธิเรียกร้องให้คงสภาพการใช้ทางเดิมได้ หากพิสูจน์ได้ว่า ที่ดินของผู้ร้องไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะอื่น หรือมีแต่ไม่สะดวกตามสภาพภูมิประเทศ ศาลมีแนวโน้มรับฟังว่า ที่ดินแปลงกลางมีลักษณะเป็นทางจำเป็น หรือเป็นภาระจำยอมที่เกิดจากสภาพการใช้จริง อ้างอิงแนวคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ให้ความคุ้มครองผู้เสียหาย ซึ่งจำเป็นต้องใช้ทางผ่านที่ดินข้างเคียง ดังนั้น ผู้ร้องอาจจะฟ้องคดีต่อศาล เพื่อขอให้รับรองสิทธิภาระจำยอม และบังคับให้ผู้ถูกกล่าวหาจดทะเบียนภาระจำยอมได้ โดยต้องนำพยานเอกสาร และพยานบุคคลเกี่ยวกับการตกลงร่วมกัน การแบ่งค่าใช้จ่าย และการใช้ทางอย่างต่อเนื่องมาแสดง ศาลจะพิจารณาจากความจำเป็น และความเป็นธรรมแก่คู่กรณีเป็นสำคัญ อ้างอิงตำรากฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่า ด้วยสิทธิในทรัพย์และคำอธิบายของนักนิติศาสตร์
A: กรณีนี้ถือว่ามี 'นิติกรรมสัญญา' ตกลงเรื่องภาระจำยอมต่อกันแล้ว โดยดูจากเจตนาที่มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมและการออกค่าใช้จ่ายทำถนน/ทำประตูคนละครึ่ง แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่ แต่สัญญานี้มีผลผูกพันคู่กรณี ศาลสามารถบังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนภาระจำยอมให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ครับ"



