ทรัพย์มรดก ของตา ถูกสามีป้านำไปจำนองธนาคารธกส 10 กว่าปีแล้ว ขาดการชำระหนี้หลายปี และปัจจุบันตาเสียไปแล้ว
สวัสดีค่ะขอปรึกษาทนายความเรื่องทรัพย์มรดกของตา ซึ่งแม่ต้องการแต่งตัวตัวเองเป็นผู้จัดการมรดก เพราะ ปัจจุบันนี้ที่นา ของตา นำจำนองกับธนาคารธกส. เป็นระยะเวลา 10 กว่าปีแล้ว โดยชื่อของสัญญาเงินกู้ ผู้ที่กู้ เป็นสามีของป้า และตอนนี้ไม่มีการชำระหนี้ มาหลายปีแล้ว ทางธนาคารจึงออกหนังสือให้สามีของป้ามาติดต่อเพื่อชำระหนี้บ้าง ดังนั้นป้าจึงจะแต่งตั้งตัวเองเป็นผู้จัดการมรดกเนื่องจากตาได้เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว แต่ปัจจุบันโฉนดที่นายังเป็นชื่อตาอยู่ ดังนั้นป้าจะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการผ่อนผันหนี้กับธกส.ได้ นี่คือเหตุผลที่แม่ จะต้องแต่งตั้งตัวเองเป็นผู้จัดการมรดก เนื่องจากว่า ป้าและสามีกู้เงินมา2-3 สินเชื่อแล้ว ระยะเวลา 10 กว่าปีแล้วแต่ขาดการผ่อนชำระมาหลายปี จนดอกเบี้ยสูงขึ้นจะเท่าเงินต้นแล้ว และที่สำคัญ ที่นานี้เป็นทรัพย์มรดก ของพี่น้องคนอื่นด้วย หากป้าแต่งตั้งตัวเองเป็นผู้จัดการมรดกแล้วจะไปเปลี่ยนชื่อนาเป็นชื่อของตัวเอง และจะไปเข้าโครงการผ่อนผันอีก 10 ปี 20 ปีแล้วแต่โครงการของธกส. ซึ่งที่ผ่านมาแล้ว 10 กว่าปีป้าและสามีของป้า ไม่ผ่อนชำระที่นานี้เลย ยอดหนี้รวมประมาน 8แสน ดังนั้นเกรงว่าถ้าไปเข้าโครงการยื่นระยะเวลาผ่อนไปอีก จะทำให้เสียทรัพย์มรดกได้
คำตอบจากทนาย (3)
A: จากข้อเท็จจริง ทรัพย์ที่นาเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายโดยโฉนดยังเป็นชื่อผู้ตาย การที่สามีของผู้ร้องกู้เงินโดยนำทรัพย์ดังกล่าวไปจำนอง แม้ธนาคารยอมรับการจำนอง แต่ภาระหนี้ผูกพันเฉพาะผู้กู้และทรัพย์จำนอง มิได้ทำให้กรรมสิทธิ์ในที่นาตกแก่ผู้กู้หรือผู้ร้องโดยอัตโนมัติ เมื่อผู้ตายถึงแก่ความตาย ทรัพย์ดังกล่าวจึงตกเป็นทรัพย์มรดกรวมของทายาททุกคน ผู้ใดจะเข้าจัดการหรือเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์จำต้องมีฐานะเป็นผู้จัดการมรดกที่ได้รับความยินยอมจากทายาทหรือคำสั่งศาล แหล่งข้อมูล แนวคำอธิบายคดีมรดก ศาลยุติธรรม การแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ผู้ร้องหรือทายาทรายใดมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลโดยศาลจะพิจารณาความเหมาะสมและประโยชน์ของกองมรดกเป็นหลัก หากผู้ร้องเคยก่อหนี้และขาดการชำระหนี้เป็นเวลานาน ศาลอาจพิจารณาว่าอาจจะมีความเสี่ยงต่อการบริหารทรัพย์มรดก โดยเฉพาะการนำทรัพย์ไปผูกพันภาระใหม่ การเข้าโครงการผ่อนผันหนี้กับธนาคารแม้ช่วยยืดระยะเวลา แต่เป็นการเพิ่มภาระผูกพันกองมรดกของทายาททุกคน แหล่งข้อมูล หลักการพิจารณาคำร้องผู้จัดการมรดก ศาลยุติธรรม ในทางคุ้มครองสิทธิ แม่ของผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกร่วม หรือคัดค้านการแต่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกโดยชี้ให้เห็นพฤติการณ์การผิดนัดชำระหนี้และผลเสียต่อกองมรดก พร้อมขอให้ศาลกำหนดเงื่อนไขการจัดการทรัพย์ เช่น ห้ามโอนกรรมสิทธิ์หรือก่อภาระเพิ่มเติมโดยไม่รับความยินยอมจากทายาททั้งหมด แนวทางนี้ช่วยรักษาทรัพย์มรดกและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่นา แหล่งข้อมูล คู่มือประชาชนคดีมรดก ศาลยุติธรรม
A: 1.ในส่วนของทรัพย์ติดจำนองหากถูกขายทอดตลาดญาติคนอื่นๆ สามารถฟ้องลูกหนี้ผู้กู้ได้เพื่อเรียกเงอนในส่วนของตัวเแงคืน 2.ผู้จัดการมรดกไม่มีอำนาจโอนทรัพย์มรดกตามความพอใจของตัวเอง ต้องโอนตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น 3.ป้าควรไปหาทางออกอื่นไม่ใช่ใช้วิธีโอนที่เป็นของตัวเองคนเดียว เป็นการเอาเปรียบทายาทคนอื่นครับ 4.หากโอนเป็นชื่อตัวเองคนเดียวรับรองว่าจะต้องมีการฟ้องน้องกันเกิดขึ้นระหว่างทายาทตามมาอีกแน่นอนครับ
A: จากคำถามข้างต้น ลุงเอาไปเข้าได้อย่างไร ในเมื่อไม่ใช่เป็นชื่อของลุง ก็คงต้องเป็นตา พาเอา ที่ดินไปเข้า ธกส. โดย ลุงน่าจะสัญญาว่า จะเป็นผู้ผ่อนชำระเอง แต่ไม่ผ่อนชำระจนตาเสีย ที่ดินผืนนี้เป็นทรัพย์มรดก ก็จริงแต่ การที่ ตาเป็นผู้เอาไป เข้า ธนาคารเองนั้น ลุงก็ต้องรับผิดชอบแต่โดยทางกฎหมายแล้ว ที่ดินยังเป็นชื่อของตาอยู่ เพราะฉะนั้นทายาท ต้องร่วม กันหรือ ตั้งตัวแทนให้เป็นผู้จัดการมรดกเพื่อต่อรองเจรจากับทางธนาคารดู และขอผ่อนชำระเขา ครับผม



