อุบัติเหตุรถชนคู่กรณีไม่รับผิดชอบ
เกิดเหตุคู่กรณีขับรถตัดหน้ากะทันหัน ตำรวจชี้ว่าคู่กรณีเป็นฝ่ายประมาทได้มีการไกล่เคียงกันแล้ว 1 ครั้งเรียกค่าเสียหายไปเป็นค่าโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง 8,000 กว่าบาทค่าซ่อมมอเตอร์ไซค์ ถ้าเจ็บปวดทุกข์ทรมานร่างกายและจิตใจ 20,000 บาทซึ่งยื่นพ.ร.บไปแล้วได้มา 10,000 บาทและวันที่นัดกันให้คู่กรณีมาจ่ายค่าซ่อมรถและค่าโทรศัพท์มือถือคู่กรณีไม่มาตามนัดติดต่อไม่ได้และในเวลาต่อมาซึ่งข้าพเจ้าได้ตั้งครรภ์โดยไม่รู้มาก่อนและเหตุจากอุบัติเหตุวันที่ 12 มกราคมทำให้ได้แทงบุตรในวันที่ 29 มกราคม อยากถามว่าสามารถเรียกค่าเสียหายตรงนี้เพิ่มได้ไหมต้องทำยังไงบ้าง
คำตอบจากทนาย (4)
A: กรณีอุบัติเหตุที่พนักงานสอบสวนชี้ว่าคู่กรณีเป็นฝ่ายประมาท ผู้เสียหายมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนจากการละเมิดได้ครบถ้วนตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ทั้งความเสียหายต่อทรัพย์สิน ค่าเสียรายได้ ค่าเสียหายต่อร่างกาย และค่าเสียหายทางจิตใจ การที่มีการไกล่เกลี่ยกันแล้วหนึ่งครั้งแต่คู่กรณีไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ไม่มาตามนัด และไม่ชำระค่าเสียหาย ย่อมไม่ตัดสิทธิของผู้เสียหายในการเรียกร้องเพิ่มเติมต่อไป ประเด็นการตั้งครรภ์และการยุติการตั้งครรภ์ภายหลังอุบัติเหตุ ผู้เสียหายต้องพิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างเหตุรถชนกับผลที่เกิดขึ้นให้ได้อย่างชัดเจน กล่าวคือ ต้องมีพยานหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันว่าอุบัติเหตุเป็นสาเหตุหรือมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการแท้งบุตรหรือจำเป็นต้องยุติการตั้งครรภ์ หากพิสูจน์ได้ ศาลอาจจะพิจารณาให้เรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมในส่วนความเจ็บปวดทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ แนวทางปฏิบัติ ผู้เสียหายควรแจ้งพนักงานสอบสวนให้บันทึกข้อเท็จจริงเพิ่มเติม พร้อมยื่นเอกสารทางการแพทย์ทั้งหมด และร้องขอให้ส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาฟ้องคดีอาญาพร้อมเรียกค่าสินไหมทดแทน หรือเลือกฟ้องคดีแพ่งแยกต่างหากต่อศาลโดยระบุค่าเสียหายเพิ่มเติมทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายหลังการไกล่เกลี่ยครั้งแรก ทั้งนี้การได้รับเงินจากประกันภาคบังคับไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียกร้องค่าเสียหายส่วนที่เกินจากคู่กรณี
A: เบื้องต้นนำใบรับรองแพทย์ไปแจ้งให้พนักงานสอบสวนทราบว่าได้แท้งบุตรครับ เนื่องจากเดิมอาจมีความผิดเพียงกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ แต่เมื่อปรากฏว่าเหตุประมาทนั้นทำให้ท่านแท้งบุตรด้วย ถือได้ว่าเป็นอันตรายสาหัสทันที เมื่อได้ตกลงเจรจากันแล้ว แต่ยังไม่มีการเยียวยากัน ท่านยังมีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้ และมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากอันตรายสาหัสที่เพิ่มเติมนี้ได้ครับ แนวทางดำเนินการ 1. ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป ส่งให้พนักงานอัยการยื่นฟ้อง และท่านดำเนินการยื่นคำร้องเรียกค่าเสียหายเข้าไปในคดีนั้น หรือ 2. แต่งตั้งทนายความเพื่อยื่นฟ้องคู่กรณีเรียกค่าเสียหายด้วยตนเองครับ
A: จากข้อเท็จจริง คู่กรณีขับรถตัดหน้ากะทันหันและตำรวจชี้ว่าเป็นฝ่ายประมาท ถือเป็นการทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 คุณมีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้ทุกส่วนที่เป็นผลโดยตรงจากอุบัติเหตุ แม้ก่อนหน้านี้จะมีการไกล่เกลี่ยและได้รับเงิน พ.ร.บ.มาแล้ว 10,000 บาท ก็ไม่ได้ตัดสิทธิการเรียกร้องส่วนที่เหลือ กรณีที่คุณเพิ่งทราบภายหลังว่าตั้งครรภ์ และมีการแท้งบุตรซึ่งมีเหตุเชื่อมโยงกับอุบัติเหตุ ถือเป็น “ความเสียหายที่เพิ่งปรากฏภายหลัง” คุณสามารถเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมได้ ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียหายต่อร่างกายและจิตใจ และค่าเสียหายจากการสูญเสียบุตรในครรภ์ ตามมาตรา 444 และมาตรา 446 โดยแนวคำพิพากษาศาลฎีกาหลายคดี เช่น ฎีกาที่ 7125/2553 วางหลักว่า ผู้เสียหายสามารถเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมได้หากเป็นผลสืบเนื่องจากอุบัติเหตุเดิม
A: ทนายเจนนี่อยากจะขออนุญาตสอบถามข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ก่อนให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่ผู้เสียหาย ทนายเจนนี่ อยากทราบว่า 1.คู่กรณีของผู้เสียหาย ขับขี่รถประเภทใด เช่น รถยนต์ หรือ รถมอเตอร์ไซค์ 2. คู่กรณีมีประกันภัยสำหรับยานพาหนะของตนหรือไม่ หรือมีแค่พรบ. 3.ผู้เสียหายตั้งครรภ์เป็นระยะเวลาเท่าใด 4.ผู้เสียหายมีใบรับรองแพทย์ยืนยันการแท้งบุตรหรือไม่



