ศาลนัดไกล่เกลี่ย
ไม่มีถรคืนไฟแนนช์ ไม่มีทรัพสินไม่มีตังจ่าย ถ่าไปศาลแล้วต้องทำยังไงคับ
คำตอบจากทนาย (4)
A: เมื่อศาลนัดไกล่เกลี่ย ผู้ถูกร้องควรไปศาลตามกำหนดนัด หากไม่ไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร ศาลอาจจะพิจารณาคดีลับหลังและพิพากษาตามพยานหลักฐานของผู้ร้องได้ การไปศาลควรเตรียมบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญากู้ยืม หนังสือทวงถาม และเอกสารที่แสดงฐานะทางการเงิน เช่น สลิปเงินเดือน หรือหลักฐานการว่างงาน เพื่อแสดงต่อศาลว่าปัจจุบันไม่มีความสามารถชำระหนี้ การแถลงข้อเท็จจริงควรกล่าวตามความจริงว่าทรัพย์สินไม่มี รายได้ไม่เพียงพอ และไม่สามารถคืนรถหรือชำระยอดค้างได้ในขณะนี้ ในชั้นไกล่เกลี่ย ศาลจะสอบถามความประสงค์ของคู่กรณี ผู้ถูกร้องสามารถเสนอแนวทางผ่อนชำระตามกำลัง หรือขอขยายระยะเวลา หากไม่มีทรัพย์สินจริง ศาลจะรับทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว การตกลงยอมความจะมีผลผูกพันตามคำพิพากษา หากไม่สามารถตกลงกันได้ คดีจะเข้าสู่การพิจารณาต่อไป หากศาลมีคำพิพากษาให้ชำระหนี้ แต่ผู้ถูกร้องไม่มีทรัพย์สิน เจ้าหนี้อาจจะยื่นคำขอบังคับคดีภายหลังได้ อย่างไรก็ตาม หากไม่มีทรัพย์สินหรือรายได้ให้ยึดหรืออายัด การบังคับคดีอาจจะทำได้จำกัด ผู้ถูกร้องควรให้ถ้อยคำโดยสุจริตและรักษาสิทธิของตนในกระบวนพิจารณา
A: ไปศาลตามนัด ห้ามหนีเด็ดขาด แจ้งความจริงกับศาลว่า "ไม่มีรถคืน/ไม่ทราบรถอยู่ที่ไหน และไม่มีเงินชำระ" เพื่อทำสัญญาประนอมหนี้ใหม่ตามยอดที่ไหว หรือขอศาลลดหนี้/ดอกเบี้ย เพราะคดีแพ่งไม่มีติดคุก หากไม่มีทรัพย์สินให้ยึด เจ้าหนี้ไม่สามารถบังคับคดีได้ทันที ขั้นตอนและสิ่งที่ต้องทำเมื่อไปศาล: ห้ามหนี: การไปศาลจะช่วยให้เจรจาขอลดหนี้ได้ หากไม่ไปศาลจะแพ้คดีทันที และอาจโดนยึดทรัพย์ภายหลัง แจ้งความจริง: บอกเจ้าหน้าที่ไกล่เกลี่ยว่า "ไม่มีรถคืน" เพราะรถหาย หรือผู้เช่าซื้อร่วม/เอาไป ให้ระบุชื่อผู้ครอบครองรถตัวจริงให้ชัดเจน ทำสัญญาประนอมหนี้: เจรจาขอผ่อนชำระค่างวดที่ค้างหรือค่าส่วนต่างตามความสามารถจริง (เช่น ขอผ่อนเดือนละ 500-1,000 บาท) เพื่อยุติคดี คดีแพ่งไม่ติดคุก: หนี้ไฟแนนซ์เป็นคดีแพ่ง หากไม่มีทรัพย์สินให้ยึด (บ้าน/ที่ดิน/รถ) เจ้าหนี้ต้องสืบทรัพย์เอง ซึ่งทำได้ยาก การยึดทรัพย์: หากคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วไม่มีเงินจ่าย เจ้าหนี้สามารถยึดทรัพย์สินอื่นที่มีชื่อคุณเป็นเจ้าของได้ภายใน 10 ปี ข้อควรระวัง: อย่าทำสัญญาที่เกินความสามารถในการจ่าย หากผิดนัดอีกครั้งจะถูกบังคับคดีทันที และหากรู้ตัวว่ารถไม่ได้อยู่กับเรา ให้รีบหาเอกสารหรือหลักฐาน (เช่น บันทึกประจำวัน) ไปแสดงต่อศาลว่ารถหายหรือถูกเอาไป
A: ไกล่เกลี่ยน หากไม่สามารถตกลงกันได้ก็ปล่อยให้ศาบพิพ่กษาไปตามรูปคดีครับ
A: ไปศาลตามนัด เพื่อเจรจากับโจทก์ ขอผ่อนชำระตามที่ตนเองไหวค่ะ



