ค้ำประกันเงินให้เขาแล้วเขาไม่จ่ายศาลเลยสั่งฟ้องคนค้ำประกัน
สหกรณ์การเกษตร อ.ศรีขรภูมิจังหวัดสุรินทร์
คำตอบจากทนาย (5)
A: กรณีผู้ค้ำประกันได้ลงลายมือชื่อผูกพันตนต่อสหกรณ์การเกษตร อำเภอศรีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อประกันหนี้ของลูกหนี้หลัก เมื่อผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ สหกรณ์ในฐานะเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องให้ผู้ค้ำประกันรับผิดได้ตามข้อตกลงในสัญญาค้ำประกัน หากมีการฟ้องคดีต่อศาลและศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ค้ำประกันรับผิดชำระหนี้แทนลูกหนี้หลัก ย่อมเป็นผลจากข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ว่าหนี้มีอยู่จริงและผู้ค้ำประกันได้ผูกพันตนโดยชอบ อย่างไรก็ดี ผู้ค้ำประกันมีสิทธิยกข้อต่อสู้บางประการได้ เช่น หนี้เดิมระงับไปแล้ว หนี้ขาดอายุความ เจ้าหนี้แก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาในสาระสำคัญโดยผู้ค้ำประกันมิได้ยินยอม หรือมีการเพิ่มภาระหนี้เกินกว่าที่ค้ำประกันไว้ หากศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ผู้ค้ำประกันสามารถยื่นคำให้การและแสดงพยานหลักฐานต่อสู้คดีได้ ในทางปฏิบัติ ควรตรวจสอบสำเนาสัญญาค้ำประกัน หนังสือทวงถาม และคำฟ้องอย่างละเอียด เพื่อประเมินขอบเขตความรับผิดว่าครอบคลุมเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าปรับเพียงใด หากไม่สามารถชำระเต็มจำนวน อาจเจรจากับสหกรณ์เพื่อลดหย่อนหรือผ่อนชำระ ทั้งนี้ผู้ค้ำประกันมีสิทธิไล่เบี้ยเอากับลูกหนี้หลักภายหลังได้
A: โดยหลักผู้ค้ำต้องรับผิดต่อเจ้าหนี้ในกรณีที่ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ ภายหลังจากที่ผู้ค้ำชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้แล้วจะมีสิทธิไล่เบี้ยเอากับลูกหนี้ได้ ส่วนผู้ค้ำจะมีข้อต่อสู้เพื่อไม่ต้องรับผิดเพียงใดขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงในคดี ต้องดูจากชุดคำฟ้องและข้อเท็จจริงเป็นสำคัญครับ
A: 4 ข้อต่อสู้...หลุดพ้นหนี้ค้ำประกัน แจ้งช้า (ม. 686): หากเจ้าหนี้ไม่แจ้งล่วงหน้าภายใน 60 วัน นับจากลูกหนี้ผิดนัด -> คนค้ำ ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย/ค่าปรับ หลังพ้น 60 วันนั้น หนี้หลักยังอยู่นะคะ คนค้ำไม่ใช่ลูกหนี้ร่วม (ม. 681/1): ข้อสัญญาที่ให้คนค้ำรับผิดอย่าง "ลูกหนี้ร่วม" เป็น โมฆะ -> คนค้ำมีสิทธิ "เกี่ยง" ให้ไปไล่เบี้ยทรัพย์สินลูกหนี้ก่อนได้ ขยายเวลา (ม. 700): หากเจ้าหนี้แอบยืดเวลาชำระหนี้ให้ลูกหนี้ โดยคนค้ำไม่ได้เซ็นยินยอมด้วย -> คนค้ำ หลุดพ้นจากหนี้ ทันที สัญญาไม่เป็นธรรม: ดอกเบี้ย/ค่าปรับที่สูงเกินไป -> ขอศาลใช้ดุลพินิจ "ลดหย่อน" ภาระหนี้ลงตามความเหมาะสม ยอดหนี้เยอะแนะนำหาทนายสู้นะคะ ต้องไปศาลนะคะ ถึงไม่หลุดพ้นทั้งหมด หนี้หนักจะได้เป็นเบาค่ะ
A: เข้าใจเลยครับว่าสถานการณ์นี้น่าหนักใจแค่ไหน แต่เมื่อได้รับหมายศาลแล้ว ห้ามหนีหนี้เด็ดขาด เพราะจะทำให้คุณเสียสิทธิในการต่อรอง ตามกฎหมายค้ำประกันใหม่ (พ.ศ. 2558) คุณมีสิทธิและทางออกดังนี้ครับ: 1. ตรวจสอบเงื่อนไขว่าต้องรับผิดจริงหรือไม่ ตามกฎหมายใหม่ คุณอาจหลุดพ้นความรับผิดหรือรับผิดลดลงหากพบกรณีต่อไปนี้: จดหมายแจ้งเตือน: เจ้าหนี้ต้องส่งหนังสือบอกกล่าวคุณภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด หากแจ้งช้ากว่านั้น คุณไม่ต้องรับผิดชอบในดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นหลังจากพ้นกำหนด 60 วัน การผ่อนเวลา: หากเจ้าหนี้แอบตกลงผ่อนผันเวลาชำระหนี้ให้ลูกหนี้โดยที่คุณไม่ได้ยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร คุณอาจหลุดพ้นจากการค้ำประกันทันที ฐานะลูกหนี้ร่วม: ข้อสัญญาใดที่ระบุให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับ "ลูกหนี้ร่วม" ถือเป็น โมฆะ 2. การใช้ "สิทธิเกี่ยง" ในศาล ในวันนัดพิจารณา คุณสามารถใช้สิทธิเกี่ยงตาม มาตรา 688 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อขอให้ศาลสั่งให้เจ้าหนี้ไป บังคับชำระหนี้จากลูกหนี้ก่อน หากคุณพิสูจน์ได้ว่าลูกหนี้ยังมีทรัพย์สินพอที่จะชำระหนี้ได้และไม่ยากที่จะบังคับ 3. ขั้นตอนที่ควรทำทันที ไปศาลตามนัด: เพื่อขอไกล่เกลี่ยและเจรจาลดยอดหนี้หรือขอผ่อนชำระเป็นงวดๆ ตามตัวลูกหนี้: กดดันให้ลูกหนี้มาร่วมรับผิดชอบหรือเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยพร้อมกัน ฟ้องไล่เบี้ย: หลังจากที่คุณชำระหนี้แทนไปแล้ว คุณมีสิทธิ ฟ้องลูกหนี้ เพื่อเรียกเงินคืนทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ย
A: ผู้ประกันค้ำมีโอกาสถูกฟ้องได้ตามกฎหมายค่ะ แต่ต้องดูสัญญาค้ำประกันว่ามีจำกัดวงเงินในการรับผิดไหม ต้องดูข้อเท็จจริงในคดี ค่ะ เพื่อประเมินแนวทางในการต่อสู้คดีหรือเจรจาเพื่อชำระหนี้ และหากผู้ค้ำประกันชำระหนี้ไปแล้วสามารถใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่ผู้กู้ได้ค่ะ



