เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย
ลูกจ้าง ทำงานในตำแหน่งหัวหน้างาน 1/12/67 ได้รับหนังสือเตือนด้วยวาจา 1 ไม่ควบคุมดูแลปล่อยให้ลูกน้องเล่นมือถือในเวลางานซึ่งมีอยู่ในกฎระเบียบ วันที่ 16/7/68เตือนวาจาฉบับ 2 ละทิ้งหน้าที่เกิดความเสียหายจากการทำงาน 1/11/68 เตือนลายลักษณ์์อักษรฉบับ1 จัดจองส่งออกไปโดยไม่ทราบ เกิดความเสียหาย (ถ้าตรวจสอบไม่ทัน ของหายในสต็อค 300 ลัง เป็นเงินค่าความเสียหายประมาณ 60,000บาท) แต่ตรวจเจอก่อน ส่งของออกไป 6/2/69 มาทราบเรื่องวันที่ 7/2/69 เรียกมาสอบถามเงียบ ได้คำตอบว่าไม่ทราบ ไม่รู้ แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดในใบเตือนแค่ลงว่าเกิดความเสียหายการจัดส่งที่ไม่มีใบเบิดส่งของออกไป เฉยๆ และวันที่ 9/3/69 เกิดเคส ไม่ขึ้นส่งของมีรถมารับเพื่อไปส่งประเทศจีน ซึ่งทางลูกค้าโทรแจ้งวันเวลานัดหมาย ตั้งแต่วันที่ 29/1/69 และเจ้าตัวรับทราบ ทำให้เกิดความล้าช้าและอาจมีค่าปรับเกิดขึ้น ซึ่งทางจีนยังไม่ได้แจ้งค่าปรับดังกล่าวมา ทางนายจ้างสามารถ เลิกจ้างลูกจ้างคนนี้ได้เลยหรือไม่ จากเหตุที่เกิดจากความบกพร่อง หลายๆ ครั้งดังกล่าว ซึ่ง เคสสุดท้ายนี้กำลังพิจารกระทำการออกหนังสือเตือน รอเค้าเขียนรายงานเหตุดาร์ณดังกล่าวเพื่อสอบสวน แจ้งความผิด
คำตอบจากทนาย (5)
A: 1. การเตือนด้วยวาจาไม่มีผลทางกฎหมาย 2. การเลิกจ้างจากการผิดหนังสือเตือน ต้องเป็นการผิดในเรื่องเดิม ภายใน 1 ปี นับจากหนังสือเตือนฉบับแรก 3. หากเป็นการเจตนาทำให้นายจ้างเสียหาย หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงจนทำให้นายจ้างเสียหาย เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้ครับ
A: นายจ้างจะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้นั้นจะต้องเข้าเหตุตามกฎหมาย ดังนี้ - ทุจริตหรือจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย -ประมาทเลืนเล่ออย่างร้ายแรงทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย -ฝ่าฝืนระเบียบร้ายแรงและมีหนังสือเตือนแล้ว -ละทิ้งหน้าที่เกินกว่า 3 วัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร จากข้อเท็จจริง เป็นเพียงการทำงานบกพร่องต่อเนื่องไม่มีและสิทธิภาพไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้
A: หากพิจารณาตามข้อเท็จจริงและ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 นายจ้างอาจเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย หากเข้าเงื่อนไข "กระทำผิดซ้ำคำเตือนเป็นหนังสือ" หรือ "ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง" โดยมีรายละเอียดที่ควรระวังดังนี้ครับ: 1. การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย (มาตรา 119) นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยหากลูกจ้างกระทำความผิดในกรณีดังต่อไปนี้: กระทำผิดซ้ำคำเตือน: ลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับหรือคำสั่ง และนายจ้างได้ ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว ซึ่งหนังสือเตือนจะมีผลบังคับได้ ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่กระทำผิด หมายเหตุ: การเตือนด้วย "วาจา" ตามกฎหมายแรงงานถือเป็นการบ่นหรือตำหนิเท่านั้น ไม่มีผลทางกฎหมาย ในการนำมาอ้างเพื่อเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง: หากความผิดครั้งล่าสุด (ไม่ส่งของไปจีน) ก่อให้เกิดความเสียหายที่เป็นตัวเงินสูงมากหรือกระทบธุรกิจอย่างรุนแรง อาจเข้าข่ายนี้ซึ่งเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องมีหนังสือเตือนมาก่อน จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย: หากพิสูจน์ได้ว่าลูกจ้าง "รับทราบ" นัดหมายแล้วแต่ไม่ปฏิบัติหน้าที่โดยเจตนา 2. วิเคราะห์จากกรณีของคุณ การเตือนที่ผ่านมา: หนังสือเตือนฉบับวันที่ 1/11/68 มีผลทางกฎหมาย แต่การเตือนด้วยวาจาในวันที่ 1/12/67 และ 16/7/68 ไม่สามารถนำมานับรวมเพื่อเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้ ความผิดครั้งใหม่ (9/3/69): หากความผิดนี้เป็น "เรื่องเดียวกัน" หรือ "ลักษณะเดียวกัน" กับที่เคยเตือนเป็นหนังสือไว้ (เช่น การละเลยหน้าที่จนเกิดความเสียหายในการส่งสินค้า) นายจ้างสามารถ เลิกจ้างได้ทันที โดยอ้างเหตุผิดซ้ำคำเตือนภายใน 1 ปี รายละเอียดในใบเตือน: แม้ใบเตือนเดิมไม่ได้ระบุรายละเอียดลึกซึ้ง แต่หากระบุพฤติการณ์ความผิดชัดเจนว่า "เกิดความเสียหายจากการส่งของที่ไม่มีใบเบิก" และครั้งใหม่ก็เป็นเรื่อง "การส่งของ" เหมือนกัน ถือว่ามีน้ำหนักในการต่อสู้คดี 3. ข้อควรระวังในการดำเนินการ ระบุเหตุผลในหนังสือเลิกจ้าง: นายจ้างต้องระบุข้อเท็จจริงและเหตุผลที่เลิกจ้างให้ชัดเจนในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้าง หากไม่ระบุไว้ จะนำเหตุนั้นมาอ้างภายหลังในศาลไม่ได้ ค่าเสียหาย: แม้ลูกจ้างทำผิด นายจ้าง ห้ามหักค่าจ้าง เพื่อชดใช้ความเสียหาย เว้นแต่ลูกจ้างจะให้ความยินยอมเป็นหนังสือ การพิจารณาหนังสือเตือนอีกครั้ง: หากนายจ้างเลือกออก "หนังสือเตือน" อีกแทนการเลิกจ้าง จะเป็นการตัดสิทธิการเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยสำหรับความผิดครั้งนี้ไป (เพราะถือว่าใช้สิทธิลงโทษด้วยการเตือนไปแล้ว) คำแนะนำเพิ่มเติม: หากความเสียหายจากการไม่ส่งของไปจีนยังไม่ชัดเจน (ยังไม่มีค่าปรับ) แนะนำให้ สอบสวนพฤติกรรม และทำบันทึกคำชี้แจงของลูกจ้างไว้เป็นหลักฐาน ก่อนพิจารณาออกหนังสือเลิกจ้างโดยอ้างเหตุผิดซ้ำคำเตือนตามหนังสือเตือนฉบับวันที่ 1/11/68 ครับ
A: เลิกจ้าง “ไม่ต้องจ่าย” ค่าชดเชยต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีการ “จงใจ” หรือ “ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง” ของลูกจ้าง และนายจ้างได้รับ “ความเสียหายอย่างร้ายแรง” จริง เช่น มูลค่าเสียหายสูงมาก ทำให้กิจการเสียหายหนัก หรือกระทบชื่อเสียงอย่างชัดเจน.เหตุเลิกจ้างต้องระบุในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้าง มิฉะนั้นนายจ้างจะยกเหตุอื่นมาสู้ภายหลังไม่ได้ ตามวรรคท้ายมาตรา 119 . ประเด็นที่ควรระวังหากนายจ้างอาศัยข้อเท็จจริงเพียงเท่านี้ไปเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย มีความเสี่ยงสูงที่ลูกจ้างจะฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
A: เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าจ้างเพราะผิดซ้ำคำเตือน ต้องเป็นการทำผิดซ้ำในเรื่องเดียวกัน ภายใน 1 ปี และต้องมีการเตือนเป็นหนังสือ (ไม่นับรวมการเตือนด้วยวาจาแต่บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร) ครับ ที่สำคัญหนังสือเตือน จะต้องระบุรายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์ด้วย เช่น ความผิดที่ทำ ระบุข้อบังคับการทำงานที่ทำผิด ข้อความห้ามทำผิดซ้ำ และผู้เตือนจะจ้องมีอำนาจเตือนด้วย จึงจะเลิกจ้างได้ครับ



