คดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน มีผุ้เสียหายหลายคนหลาย สน. ควรเริ่มต้นอย่างไรก่อนครับ
คดีผมมีผู้เสียหายทั้งหมด 3 สน. ไม่ทราบจำนวนความเสียหายที่ก่อเหตุขึ้นครับ ตอนนี้มีหมายเรียก จาก1 สน.แล้ว อีก2 สน. ยังไม่มาแต่ติดต่อธนาคารได้เบอร์เจ้าของเรื่องมาอีก1 สน. แล้วครับ ซึ่งครบกำหนดหมายเรียกครั้งที่1วันนี้ยังไม่กล้าไปกลัวจะไม่ได้กลับบ้านครับ ควรทำอย่างไรดีคระบ
คำตอบจากทนาย (3)
A: กรณีผู้ถูกกล่าวหาในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชนซึ่งมีผู้เสียหายหลายรายและมีการร้องทุกข์หลายสถานีตำรวจ อำนาจสอบสวนแยกพิจารณาตามท้องที่ที่เกิดเหตุหรือรับแจ้งความ แต่สำนวนอาจถูกรวมได้หากข้อเท็จจริงเกี่ยวเนื่องกัน การได้รับหมายเรียกครั้งที่หนึ่งยังไม่ใช่หมายจับ ผู้ถูกกล่าวหามีหน้าที่เข้าพบพนักงานสอบสวนตามกำหนด หากไม่ไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร พนักงานสอบสวนอาจจะขอออกหมายจับได้ จึงควรประสานทนายก่อนเข้าพบเพื่อเตรียมแนวทางให้การ ตรวจสอบข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และประเมินความเสี่ยงเรื่องการฝากขัง แนวทางเบื้องต้นควรให้ทนายติดต่อพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนเพื่อขอทราบฐานความผิด พฤติการณ์ จำนวนผู้เสียหาย และมูลค่าความเสียหายโดยสังเขป รวมถึงสอบถามท่าทีเรื่องการขอปล่อยชั่วคราว หากมีเหตุจำเป็นสามารถทำหนังสือขอเลื่อนเข้าพบพร้อมเหตุผลชัดเจนได้ การเข้าพบพร้อมทนายและเตรียมหลักทรัพย์ประกันตัวจะลดความเสี่ยงการควบคุมตัว โดยทั่วไปในชั้นสอบสวนหากไม่มีพฤติการณ์หลบหนีหรือยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนอาจจะไม่คัดค้านการปล่อยชั่วคราว ส่วนอีกสองสถานีตำรวจ ควรให้ทนายติดตามสถานะคดีและพิจารณาขอรวมสำนวนหากเป็นข้อเท็จจริงชุดเดียวกันเพื่อลดความซ้ำซ้อน ผู้ถูกกล่าวหาควรจัดทำลำดับเหตุการณ์ เอกสารทางการเงิน และรายชื่อพยานฝ่ายตนอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้ประกอบการให้การและยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนต่อไป
A: เมื่อคุณได้รับหมายเรียกในคดี ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน (ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343) สิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดการอย่างเป็นระบบเพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ในการต่อสู้คดีหรือการขอรวมสำนวน 1. การจัดการเมื่อได้รับหมายเรียกใบแรก ต้องไปพบพนักงานสอบสวน: คุณต้องไปตามวันและเวลาที่กำหนดในหมายเรียก หากไม่ไปตามนัด 2 ครั้ง อาจถูกออก หมายจับ ได้ ตรวจสอบข้อเท็จจริง: สอบถามพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับรายละเอียดความเสียหายและพฤติการณ์ในสำนวนนี้ เนื่องจากคดีฉ้อโกงประชาชน ไม่สามารถยอมความได้ ต่างจากฉ้อโกงธรรมดา เตรียมหลักประกัน: คดีฉ้อโกงประชาชนมักมีอัตราค่าประกันตัวเริ่มต้นที่ประมาณ 200,000 บาทขึ้นไป ในชั้นสอบสวน 2. การจัดการคดีในอีก 2 สถานีที่เหลือ (หมายยังไม่มา) แจ้งพนักงานสอบสวน: เมื่อไปพบตำรวจที่สถานีแรก ให้แจ้งว่ามีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นในท้องที่อื่นอีก 2 แห่ง เพื่อให้พนักงานสอบสวนพิจารณาว่าความผิดนี้เป็น ความผิดต่อเนื่อง หรือเป็นความผิดหลายกรรมในหลายท้องที่หรือไม่ ยื่นคำร้องขอรวมคดี: หากเป็นพฤติการณ์เดียวกัน คุณสามารถปรึกษาทนายความเพื่อทำหนังสือถึงกองบัญชาการที่เกี่ยวข้อง (เช่น กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หากมีผู้เสียหายจำนวนมากและกระจายหลายพื้นที่) เพื่อขอให้ รวมสำนวนการสอบสวน มาไว้ที่หน่วยงานเดียว เพื่อความสะดวกในการพิจารณาคดีและลดภาระในการเดินทางไปแต่ละสถานี 3. สิ่งที่ควรเตรียมการเบื้องต้น รวบรวมหลักฐาน: เก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งที่เป็นคุณและเป็นโทษต่อตนเอง เพื่อใช้พิสูจน์เจตนาว่ามีเจตนาทุจริตจริงหรือไม่ เนื่องจากองค์ประกอบสำคัญของคดีนี้อยู่ที่ "เจตนาหลอกลวงประชาชน" ปรึกษาทนายความ: เนื่องจากคดีฉ้อโกงประชาชนมีโทษจำคุกสูงถึง 5 ปี การมีทนายความร่วมรับฟังการสอบสวนจะช่วยคุ้มครองสิทธิ์ของคุณได้ดีที่สุด
A: กรุณาให้ข้อมูล ที่มากกว่านี้ คำถามลักษณะนี้อาจจะตอบไม่ตรงประเด็น คดีที่คุณถามถึงว่าเป็นคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน พฤติกรรมการกระทำเป็นอย่างไร ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นลักษณะไหน เป็นกรณีบัญชีม้าหรือไม่ ยังไม่สามารถให้ความคิดเห็นได้



