Q

คนอเมริกันจกบริษัทภายใต้สนธิสัญญาอมิตี

2 เดือนที่ผ่านมา
45 เข้าชม

สามีคนอเมริกันสามารถจดทะเบียนเปิดบริษัทภายใต้สนธิสัญญา Amity ได้หรือไม่ เพราะเขาต้องการถือหุ้นคนเดียว หรือ99% ถ้าทำได้ต้องติดต่อใคร

คำตอบจากทนาย (5)

แนะนำ

A: บุคคลสัญชาติอเมริกันมีสิทธิจัดตั้งบริษัทในประเทศไทยภายใต้กรอบความตกลงทางไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งให้สิทธิถือหุ้นได้ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด หากบริษัทมีผู้ถือหุ้นและกรรมการเป็นคนอเมริกันเป็นส่วนใหญ่ และประกอบกิจการที่ไม่อยู่ในบัญชีต้องห้ามบางประเภท เช่น กิจการเกี่ยวกับที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ หรือกิจการที่กระทบความมั่นคง ดังนั้น สามีซึ่งเป็นคนอเมริกันสามารถถือหุ้นร้อยละ 99 หรือร้อยละ 100 ได้ หากโครงสร้างบริษัทเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของความตกลงดังกล่าว การจัดตั้งต้องเริ่มจากจดทะเบียนนิติบุคคลตามกฎหมายบริษัททั่วไปต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จากนั้นยื่นคำขอรับหนังสือรับรองสิทธิภายใต้ความตกลงต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยแสดงหลักฐานสัญชาติผู้ถือหุ้นและกรรมการ และหนังสือรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาในประเทศไทยเพื่อยืนยันสถานะความเป็นคนอเมริกัน เมื่อได้รับหนังสือรับรองแล้ว บริษัทจะได้รับการยกเว้นข้อจำกัดเรื่องสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติ อย่างไรก็ตาม แม้ได้รับสิทธิภายใต้ความตกลงดังกล่าว บริษัทอาจจะยังต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจเฉพาะตามลักษณะกิจการ เช่น ใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลเฉพาะด้าน ผู้ร้องควรปรึกษาทนายหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายธุรกิจระหว่างประเทศ เพื่อจัดโครงสร้างผู้ถือหุ้นและกรรมการให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-13
ให้รีวิวคำตอบ
แนะนำ

A: จากการศึกษาข้อมูล /นำถ่ายทอดต่อครับ A. ทำได้หรือไม่ สนธิสัญญาไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา (Treaty of Amity) เป็นสิทธิพิเศษที่มอบให้ชาวอเมริกัน ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล สามารถถือหุ้นในบริษัทไทยได้สูงสุดถึง 100% เงื่อนไขสำคัญในการจดทะเบียน Amity 1. ผู้ถือหุ้นใหญ่ต้องมีสัญชาติอเมริกัน ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 51% และกรรมการที่มีอำนาจลงนามต้องเป็นคนอเมริกันหรือคนไทยเท่านั้น – ห้ามสัญชาติที่สาม - สามีคุณสามารถถือหุ้น 100% หรือ 99% ได้ตามที่ต้องการเลย 2. แม้จะได้สิทธิพิเศษ แต่มี 6 ประเภทธุรกิจที่ ทำไม่ได้ภายใต้สนธิสัญญานี้ -การเป็นเจ้าของที่ดิน - การค้าอาวุธและยุทธภัณฑ์ -การขนส่งภายในประเทศ -การธนาคาร -การทำประชาสัมพันธ์/สำนักข่าว -การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ/กสิกรรม B ติดต่อใครบ้าง ส่วนขั้นตอนการดำเนินการจดทะเบียน Amity มีความซับซ้อนกว่าการจดบริษัททั่วไปอยู่บ้าง - จดทะเบียนบริษัทตามกฎหมายไทยก่อน โดยระบุโครงสร้างผู้ถือหุ้นเป็นชาวอเมริกันตามที่ต้องการ - ขอหนังสือรับรองจากสถานทูตสหรัฐฯ (Certification) โดยต้องไปติดต่อที่ Commercial Service ของสถานทูตอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อขอหนังสือรับรองว่าผู้ถือหุ้นและบริษัทมีสัญชาติอเมริกันตามเงื่อนไขสนธิสัญญา -นำหนังสือรับรองฯ จากสถานทูตไปยื่นที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอใบอนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจภายใต้สนธิสัญญาไมตรีฯ สามารถเลือกดำเนินการได้ โดยไปติดต่อกองบริหารการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย (U.S. Commercial Service) บริษัทที่ได้รับสิทธิ Amity จะต้องมีเงินทุนขั้นต่ำตามกฎหมาย (Foreign Business Act) คือ ไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท หรือหากเป็นธุรกิจที่ต้องได้รับอนุญาตเฉพาะ อาจต้องใช้ทุนจดทะเบียนสูงถึง 3 ล้านบาท

เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-13
ให้รีวิวคำตอบ

A: ได้ค่ะ สามีคนอเมริกันสามารถจดทะเบียนเปิดบริษัทภายใต้สนธิสัญญา US Amity ได้ค่ะ แต่ต้องมีถือหุ้นอย่างน้อย 2ราย ค่ะ โดยผู้ถือหุ้นสัญชาติอเมริกันสามารถถือหุ้น 99%ได้ค่ะ แต่ทั้งนี้ ธุรกิจที่ประกอบจะต้องไม่เป็นธุรกิจการคมนาคม การขนส่ง การหน้าที่รับดูแลทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น การธนาคารที่เกี่ยวกับการหน้าที่รับฝากเงิน การแสวงหาประโยชน์จากที่ดินหรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น การค้าภายในเกี่ยวกับผลิตผลทางเกษตรพื้นเมือง หากมีข้อสงสัยหรือขอรับบริการทางกฎหมาย ยินดีให้คำปรีกษาและบริการทางกฎหมายค่ะ

เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-13

A: ยินดีด้วยครับที่คุณและสามีเริ่มต้นวางแผนทำธุรกิจในไทย คำตอบคือ ทำได้แน่นอนครับ และนี่คือหนึ่งในสิทธิประโยชน์ที่ดีที่สุดสำหรับชาวอเมริกันที่ต้องการประกอบธุรกิจในประเทศไทยครับ ภายใต้ สนธิสัญญาทางไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา (Thai-U.S. Treaty of Amity) ชาวอเมริกันสามารถถือหุ้นในบริษัทไทยได้สูงสุดถึง 100% โดยได้รับยกเว้นข้อจำกัดส่วนใหญ่ในพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เงื่อนไขสำคัญที่ต้องทราบ เพื่อให้ได้รับสิทธิตามสนธิสัญญา Amity บริษัทต้องมีคุณสมบัติดังนี้: สัญชาติของผู้ถือหุ้น: ผู้ถือหุ้นเสียงข้างมาก (หรือทั้งหมด) และจำนวนหุ้นเกินกึ่งหนึ่งต้องเป็น บุคคลธรรมดาสัญชาติอเมริกัน หรือนิติบุคคลสัญชาติอเมริกัน สัญชาติของกรรมการ: กรรมการผู้มีอำนาจลงนามต้องเป็น ชาวอเมริกัน หรือ ชาวไทย เท่านั้น (ห้ามสัญชาติอื่น) ข้อจำกัดด้านธุรกิจ: แม้จะได้สิทธิพิเศษ แต่ยังมีบางธุรกิจที่ ทำไม่ได้ ภายใต้สนธิสัญญานี้ เช่น: การซื้อขายที่ดิน การขนส่งและการสื่อสาร การธนาคาร การดูแลผลประโยชน์ (Fiduciary functions) การค้าพืชผลทางการเกษตรภายในประเทศ ขั้นตอนการดำเนินการ กระบวนการนี้จะซับซ้อนกว่าการจดทะเบียนบริษัทไทยทั่วไปเล็กน้อย โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้: จดทะเบียนบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD): จดตามขั้นตอนปกติก่อน (โดยช่วงแรกอาจมีสัดส่วนหุ้นอเมริกันนำไปก่อนได้เลย) ขอหนังสือรับรองจากสถานทูตสหรัฐฯ (Certification): ต้องไปติดต่อที่แผนกพาณิชย์ (U.S. Commercial Service) ณ สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเทพฯ เพื่อยืนยันว่าผู้ถือหุ้นเป็นสัญชาติอเมริกันจริง ยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจต่างด้าว (Foreign Business Certificate): นำเอกสารจากสถานทูตไปยื่นที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อขอใบอนุญาตภายใต้สนธิสัญญา Amity ต้องติดต่อใคร? คุณสามารถดำเนินการได้ผ่านช่องทางเหล่านี้ครับ: สำนักงานกฎหมาย (Law Firm) หรือสำนักงานบัญชีที่เชี่ยวชาญด้านต่างชาติ: แนะนำวิธีนี้ที่สุดครับ เพราะการเตรียมเอกสารภาษาอังกฤษและการประสานงานกับสถานทูตมีรายละเอียดทางเทคนิคสูง สถานทูตสหรัฐอเมริกา (U.S. Commercial Service): เพื่อขอข้อมูลเรื่องการรับรองสัญชาติ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD): ส่วนบริหารการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ข้อควรระวัง ทุนจดทะเบียน: หากขอสิทธิ Amity โดยปกติจะต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 2 หรือ 3 ล้านบาท (ขึ้นอยู่กับว่าประเภทธุรกิจนั้นระบุไว้ในบัญชีท้ายพิกัดฯ หรือไม่) และต้องชำระเต็มจำนวนตามระยะเวลาที่กำหนด วีซ่าและใบอนุญาตทำงาน: แม้จะเป็นเจ้าของบริษัท 100% สามีคุณยังคงต้องมี Work Permit และวีซ่าที่ถูกต้อง (เช่น Non-B) เพื่อทำงานในฐานะกรรมการบริษัทครับ

เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-13

A: ต้องเรียนแจ้งว่าตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในปัจจุบัน การจัดตั้งบริษัทจำกัดยังคงกำหนดให้ต้องมีผู้ถือหุ้นขั้นต่ำอย่างน้อย 2 คนครับ สำหรับสิทธิประโยชน์ตามสนธิสัญญานั้น จะเป็นข้อยกเว้นที่ทำให้ไม่ต้องขออนุญาตประกอบธุรกิจ (Foreign Business License) อย่างไรก็ตามยังคงมีหน้าที่ต้องยื่นคำขอเพื่อขอรับหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (Foreign Business Certificate - FBC) ครับ แนะนำให้ท่านปรึกษาทนายความที่ท่านไว้วางใจ เพื่อดำเนินการต่อไปครับ

เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-13

คำถามที่คุณอาจสนใจ

Loading...