ปัญหาเพื่อนบ้าน
หน้าบ้านเป็นบ้านที่มีคนมาเช่าอาศัย โดยมีพฤติกรรมชอบเปิดเพลงเสียงดังมากๆ ตอนเช้า ก่อนหน้านี้ก็มีพฤติกรรมกดแตรรถมอไซต์เล่นประมาณ 6 โมงเช้า โดยกดหลาย ๆ ครั้ง ๆ เกือบทุกวัน เหมือนมีเจตนาก่อกวน นอกจากนี้ก็ยังชอบพูดจาข่มขู่ คุกคาม แม้ว่าไม่ได้เอ่ยชื่อโดยตรง แต่ก็เข้าใจได้ว่าหมายถึงตัวของดิฉันและครอบครัว เช่น ปกติจะออกไปทำงานตอนตี 5 ผู้เช่าบ้านตรงข้ามก็จะทำทีออกมาหน้าบ้านรดน้ำต้นไม้ตอนตี 5 ซึ่งพอเขาได้ยินว่าบ้านดิฉันกำลังเปิดประตูหรือสตาร์ทรถ ก็จะรีบกุลีกุจรออกมาจากบ้าน และทำทียืนรดน้ำต้นไม้ พอรถดิฉันขับออกจากบ้านก็จ้องมาที่รถแบบไม่วางตา หลังจากนั้นเขาก็พูดว่า เดี๋ยวจะตบแม่มัน แบบเสียงดัง ๆ ซึ่งคนในบ้านดิฉันที่กำลังปิดประตูรั้วเป็นผู้ได้ยิน นอกจากนี้เวลาบ้านดิฉันออกมานอกบ้านหรือจะเปิดประตูรั้ว ก็จะทำเป็นด่าลอยๆ เสียงดังบ้าง กระแอมไอ หรือขากสเลดเสียงดัง หรือบางทีออกมารดน้ำต้นไม้ เขาก็จะพูดเสียงดังออกมาจากบ้านว่า "จะตบแม่มัน" นอกจากนี้ผู้เช่ารายนี้ก็มีพฤติกรรมคุกคาม ด่าทอ หาเรื่องเพื่อนบ้านในละแวกเดียวกันด้วย ซึ่งประธานหมู่บ้านก็รับทราบพฤติกรรมของคน ๆ นี้ และเคยไปแจ้งเจ้าของบ้านเช่าแล้ว แต่เจ้าของบ้านเช่าไม่ดำเนินการใดๆ ที่เป็นรูปธรรม และบอกว่า "คนนี้เขาจ่ายค่าเช่าบ้านตรง" เลยสงสัยว่า 1) กรณีนี้ถ้าเรามีหลักฐานเป็นคลิปเสียงและวิดิโอแจ้งไปที่ Traffy Fondue เพื่อให้เขตไปคุยกับเจ้าของบ้านได้หรือไม่ เนื่องจากผู้เช่ามีอารมณ์ร้าย จึงกลัวเรื่องความปลอดภัย 2) หากเจ้าของบ้านรับทราบแล้ว แต่ก็ยังปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นต่อไป เราสามารถฟ้องเจ้าของบ้านคดีแพ่งฐานละเมิดได้หรือไม่ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว จึงอยากเรียกค่าเสียหาย 150,000 บาท 3) อยากฟ้องผู้ให้เช่าทั้งแพ่งและอาญา โดยทางแพ่งเรียกค่าเสียหาย 150,000 บาท 4) หากในขั้นตอนไกล่เกลี่ย ทางนี้สามารถเสนอเงื่อนไขได้หรือไม่ว่า จะยอมถอนแจ้งความ ไม่ดำเนินการฟ้องเจ้าของบ้าน แต่มีเงื่อนไขว่าต้องยกเลิกสัญญาเช่า และให้ผู้เช่าย้ายออกภายใน 15 วัน แต่ในส่วนของผู้เช่า ทางนี้ก็จะดำเนินคดีถึงที่สุด
คำตอบจากทนาย (2)
A: กรณีผู้เช่ามีพฤติกรรมเปิดเพลงเสียงดัง กดแตรรถรบกวน พูดจาข่มขู่ คุกคาม และแสดงท่าทีส่อเจตนาก่อความเดือดร้อน ถือเป็นการกระทำที่อาจจะเข้าลักษณะละเมิดสิทธิในความสงบและความปลอดภัยของผู้เสียหาย อีกทั้งอาจจะเป็นความผิดเกี่ยวกับความเดือดร้อนรำคาญและการข่มขู่คุกคามตามหลักกฎหมายอาญาและกฎหมายปกครอง ผู้เสียหายสามารถรวบรวมพยานหลักฐานเป็นคลิปเสียงและภาพวิดีโอ แล้วแจ้งผ่านระบบรับเรื่องร้องเรียนของกรุงเทพมหานครเพื่อให้เจ้าหน้าที่เขตเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและเชิญเจ้าของบ้านมาให้ถ้อยคำได้ ส่วนความรับผิดของเจ้าของบ้าน หากพิสูจน์ได้ว่ารับทราบพฤติกรรมผู้เช่าแล้วแต่เพิกเฉย ไม่ควบคุมดูแล ทั้งที่สามารถใช้สิทธิตามสัญญาเช่าระงับเหตุได้ อาจจะถูกพิจารณาว่ามีส่วนร่วมก่อให้เกิดความเสียหายตามหลักความรับผิดในทางละเมิด ผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายได้หากแสดงให้ศาลเห็นถึงความเสียหายต่อสิทธิ ความสงบ หรือสุขภาพจิต โดยต้องพิสูจน์เหตุแห่งความเสียหายและความสัมพันธ์ระหว่างการเพิกเฉยกับผลเสียหาย ในทางอาญา ผู้เสียหายสามารถร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนฐานข่มขู่และก่อความเดือดร้อนรำคาญ ควบคู่กับฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายได้ และในชั้นไกล่เกลี่ย ผู้เสียหายมีสิทธิเสนอเงื่อนไข เช่น ให้ยกเลิกสัญญาเช่าและให้ผู้ถูกร้องย้ายออกภายในกำหนดเวลา โดยอาจถอนคำร้องเฉพาะส่วนได้ ทั้งนี้ข้อตกลงต้องไม่ขัดต่อกฎหมายและต้องได้รับความยินยอมจากทุกฝ่ายจึงมีผลผูกพัน
A: เข้าใจเลยครับ ว่าสถานการณ์นี้สร้างความลำบากใจและความเครียดสะสมให้มากขนาดไหน การต้องเจอกับพฤติกรรมก่อกวน (Passive-Aggressive) และการข่มขู่ในพื้นที่ที่ควรจะปลอดภัยที่สุดอย่าง "บ้าน" เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ครับ พฤติกรรมเหล่านี้เข้าข่าย "เหตุเดือดร้อนรำคาญ" และ "การข่มขู่คุกคาม" ตามกฎหมาย ซึ่งคุณสามารถดำเนินการเพื่อปกป้องตัวเองและครอบครัวได้ดังนี้ครับ 1. การเก็บหลักฐาน (สำคัญที่สุด) ก่อนจะดำเนินการแจ้งความหรือร้องเรียน หลักฐานที่แน่นหนาจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานง่ายขึ้นครับ กล้องวงจรปิด (CCTV): ติดตั้งให้เห็นบริเวณหน้าบ้านและถนน (ระวังอย่าให้ส่องเข้าไปในบ้านเขาโดยตรงจนละเมิดความเป็นส่วนตัว) เพื่อบันทึกภาพตอนเขาออกมายืนจ้อง หรือพฤติกรรมกดแตร/เปิดเพลง บันทึกเสียง/วิดีโอจากมือถือ: หากได้ยินเสียงพูดข่มขู่หรือเสียงเพลงดัง ให้บันทึกไว้พร้อมระบุ วัน/เวลา ที่เกิดเหตุอย่างชัดเจน สมุดบันทึกเหตุการณ์: จดบันทึกสม่ำเสมอว่าเขากระทำอะไรบ้าง วันไหน เวลาไหน เพื่อใช้ยืนยันว่าเป็นพฤติกรรมที่ทำซ้ำๆ มีเจตนาก่อกวน 2. มาตรการทางกฎหมายและสังคม เนื่องจากเขาเป็น "ผู้เช่า" คุณมีช่องทางจัดการดังนี้ครับ ติดต่อเจ้าของบ้านเช่า: นี่คือวิธีที่มักจะได้ผลเร็วที่สุด แจ้งเจ้าของบ้านว่าผู้เช่ามีพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนรำคาญและข่มขู่เพื่อนบ้าน (ซึ่งมักจะผิดสัญญาเช่า) หากเจ้าของบ้านเพิกเฉย เขาอาจมีความผิดฐานปล่อยปละละเลยด้วย แจ้งความดำเนินคดี (สน.ท้องที่): ส่งเสียงดัง/กดแตร: ผิดตาม ป.อาญา มาตรา 370 (ส่งเสียงทำให้เกิดเสียงอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันควร) การข่มขู่: แม้ไม่ได้ระบุชื่อ แต่หากบริบทชัดเจนว่าหมายถึงคุณ เข้าข่ายมาตรา 392 (ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจโดยการขู่เข็ญ) ร้องเรียนที่สำนักงานเขต หรือ อบต.: แจ้งเรื่อง "เหตุเดือดร้อนรำคาญ" ตาม พ.ร.บ. การสาธารณสุข เจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้หยุดพฤติกรรมและมีโทษจำคุกหรือปรับหากฝ่าฝืน 3. การป้องกันตัวและความปลอดภัย เลี่ยงการปะทะโดยตรง: คนประเภทที่มีพฤติกรรมระรานมักรอให้เราตอบโต้เพื่อยกระดับความรุนแรง การนิ่งสงบและใช้มาตรการทางกฎหมายจะปลอดภัยกับคุณมากกว่า เพิ่มความสว่างหน้าบ้าน: ติดไฟเซนเซอร์บริเวณหน้าบ้านเพื่อให้พื้นที่ดูสว่างและไม่เอื้อต่อการแอบทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม คำแนะนำเพิ่มเติม: หากคุณรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างมากเวลาออกไปทำงานตอนตี 5 แนะนำให้ลองสังเกตว่ามีเพื่อนบ้าน บ้านอื่นโดนเหมือนกันไหม การรวมกลุ่มกันร้องเรียนจะมีน้ำหนักมากกว่าการแจ้งเพียงบ้านเดียวครับ พฤติกรรมของผู้เช่ารายนี้ถือเป็น "การรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 ซึ่งมีโทษปรับและอาจถึงขั้นจำคุกหากทำในที่สาธารณะหรือต่อเนื่อง สำหรับข้อสงสัยของคุณ มีแนวทางดำเนินการดังนี้ครับ 1) การแจ้งผ่าน Traffy Fondue และการประสานงานกับเขต คุณ สามารถแจ้งได้ครับ โดยระบบ Traffy Fondue รองรับการแจ้งปัญหา "เหตุเดือดร้อนรำคาญ" เช่น เสียงดัง หรือพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ในที่พักอาศัย การดำเนินการของเขต: เมื่อได้รับเรื่อง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลของสำนักงานเขตจะเข้ามาตรวจสอบ หากพบว่าเป็นเหตุรำคาญจริง จะออกหนังสือคำสั่งให้ผู้ก่อเหตุระงับพฤติกรรม การกดดันเจ้าของบ้าน: เขตสามารถเรียกเจ้าของบ้านมาพูดคุยในฐานะผู้ให้เช่าเพื่อให้จัดการผู้เช่าตามกฎหมายสาธารณสุขได้ หากเจ้าของบ้านยังเพิกเฉยต่อคำสั่งเจ้าพนักงาน เจ้าของบ้านเองอาจมีความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานด้วยครับ 2) การฟ้องเจ้าของบ้านเช่าฐานละเมิด ในทางกฎหมายแพ่ง คุณสามารถฟ้องเจ้าของบ้านได้ หากพิสูจน์ได้ว่าเจ้าของบ้าน "ละเมิดโดยการงดเว้น" หลักการ: แม้ผู้เช่าจะเป็นผู้กระทำผิดโดยตรง แต่ถ้าเจ้าของบ้านได้รับทราบความเดือดร้อนซ้ำๆ (มีหลักฐานว่าประธานหมู่บ้านหรือคุณแจ้งแล้ว) แต่ยังเพิกเฉยไม่ดำเนินการตักเตือนหรือใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าเพื่อระงับเหตุ ถือว่าเจ้าของบ้านปล่อยปละละเลยจนทำให้คุณเสียหาย มาตราที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 420: ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย... ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด ป.พ.พ. มาตรา 421: การใช้สิทธิ (สิทธิในการให้เช่าบ้าน) ซึ่งมีแต่จะให้เกิดเสียหายแก่บุคคลอื่นนั้น ท่านว่าเป็นการอันมิชอบด้วยกฎหมาย แนวทางการฟ้อง: คุณสามารถฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทน และขอให้ศาลสั่งให้เจ้าของบ้านดำเนินการระงับเหตุรำคาญ (ซึ่งอาจรวมถึงการบังคับให้ขับไล่ผู้เช่าที่สร้างปัญหา) คำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากผู้เช่ามีอารมณ์ร้ายและมีการข่มขู่ "จะตบแม่มัน" ซึ่งชัดเจนว่ามีเจตนาคุกคามสวัสดิภาพ: แจ้งความดำเนินคดีอาญา: นำคลิปวิดีโอและเสียงไป แจ้งความที่สถานีตำรวจ ในข้อหา คุกคามให้เกิดความกลัว (มาตรา 392) และ ก่อความเดือดร้อนรำคาญ (มาตรา 397) เพื่อให้มีบันทึกเป็นหลักฐานทางคดีอาญา ประสานประธานหมู่บ้าน: ขอให้ทำบันทึกการแจ้งเรื่องให้เจ้าของบ้านทราบเป็นลายลักษณ์อักษร หรือส่งไปรษณีย์ตอบรับถึงเจ้าของบ้าน เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันในศาลว่าเจ้าของบ้านทราบเรื่องแล้วแต่ไม่จัดการ การต้องทนอยู่กับพฤติกรรมคุกคามยาวนานถึง 2 ปี ส่งผลเสียต่อทั้งสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตอย่างมาก ซึ่งตามกฎหมายคุณมีสิทธิที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมได้ดังนี้ครับ 1) การฟ้องผู้ให้เช่า (เจ้าของบ้าน) การที่เจ้าของบ้านทราบเรื่องมาตลอด 2 ปี (มีหลักฐานว่าประธานหมู่บ้านแจ้งแล้ว) แต่เพิกเฉยโดยอ้างว่า "จ่ายค่าเช่าตรง" ถือเป็นการละเลยต่อหน้าที่ของเจ้าของทรัพย์สิน ทางแพ่ง (เรียกค่าเสียหาย 150,000 บาท): ทำได้ครับ โดยฟ้องในฐาน "ละเมิด" ตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 และ 421 โดยระบุว่าการที่เจ้าของบ้านไม่ระงับเหตุเดือดร้อนรำคาญที่เกิดจากทรัพย์สินของตน ทำให้คุณเสียสิทธิในการอยู่อาศัยอย่างสงบสุข และได้รับความเสียหายต่อจิตใจ/ร่างกาย ทางอาญา: สำหรับเจ้าของบ้าน การเอาผิดทางอาญาโดยตรง "ทำได้ยากกว่า" ผู้เช่าครับ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าเขามีส่วนร่วมในการสั่งการให้ผู้เช่ามาก่อกวน แต่โดยปกติจะเน้นไปที่การฟ้องแพ่งเพื่อให้ศาลสั่งให้เขาหยุดละเมิด (ขับไล่ผู้เช่าออก) มากกว่าครับ 2) การเสนอเงื่อนไขในขั้นตอนไกล่เกลี่ย ทำได้แน่นอนครับ และเป็นวิธีที่นิยมใช้เพื่อให้จบปัญหาได้เร็วที่สุดครับ ข้อเสนอ: ในชั้นไกล่เกลี่ย (ไม่ว่าจะเป็นที่สถานีตำรวจหรือที่ศาล) คุณสามารถยื่นข้อเสนอว่า "จะถอนฟ้อง/ถอนแจ้งความเจ้าของบ้าน หากเจ้าของบ้านยกเลิกสัญญาเช่าและให้ผู้เช่าย้ายออกภายใน 15-30 วัน" ผลทางกฎหมาย: หากตกลงกันได้ ศาลหรือพนักงานสอบสวนจะทำบันทึกข้อตกลงไว้ หากเจ้าของบ้านไม่ทำตาม คุณสามารถนำบันทึกนั้นมาบังคับคดีต่อได้ทันที 3) การดำเนินคดีกับ "ผู้เช่า" ให้ถึงที่สุด คุณสามารถแยกแยะการจัดการได้ครับ คือยอมความให้เจ้าของบ้าน (หากเขายอมไล่ผู้เช่าออก) แต่ ไม่ยอมความให้ผู้เช่า ข้อหาอาญาสำหรับผู้เช่า: มาตรา 397 (คุกคามทำให้เดือดร้อนรำคาญ) และมาตรา 392 (ทำให้กลัวหรือตกใจโดยการขู่เข็ญ) แม้จะเป็นลหุโทษแต่หากทำบ่อยและต่อเนื่อง 2 ปี ศาลอาจลงโทษหนักขึ้นได้ หลักฐานสำคัญ: คลิปเสียงที่พูดว่า "จะตบแม่มัน" และวิดีโอที่แสดงพฤติกรรมจ้องมองคุกคาม/กดแตร คือหลักฐานมัดตัวชั้นดีครับ ข้อแนะนำเพิ่มเติมเพื่อชัยชนะในคดี: พยานบุคคล: ให้ประธานหมู่บ้าน หรือเพื่อนบ้านที่เคยถูกกระทำเช่นกัน มาเป็นพยานยืนยันว่าเจ้าของบ้านทราบเรื่องแล้วแต่ไม่จัดการ หลักฐานการแจ้ง: หากเคยมีการส่งไลน์แจ้งเจ้าของบ้าน หรือบันทึกการประชุมหมู่บ้านที่มีชื่อบ้านเช่าหลังนี้ ให้แคปหน้าจอไว้ทั้งหมด ค่าเสียหาย 150,000 บาท: ศาลจะพิจารณาจากความเหมาะสม (เช่น ต้องไปพบจิตแพทย์เพราะเครียด, เสียโอกาสในการพักผ่อน, กระทบต่อการทำงาน) ควรเตรียมเหตุผลรองรับตัวเลขนี้ไว้ด้วยครับ ขั้นตอนต่อไปที่คุณควรทำ: ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อ "ดำเนินคดี" (ไม่ใช่แค่ลงบันทึกประจำวัน) โดยระบุชื่อทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่า พร้อมส่งมอบหลักฐานคลิปวิดีโอทั้งหมด



