ขอสอบถามค่าจ้างทนายสู้คดีส่วนต่างรถยนต์อยู่ที่ประมาณเท่าไรคะ
สอบถามค่าทนายสู้คดีส่วนต่างรถยนต์ค่ะ
คำตอบจากทนาย (5)
A: คดีเป็นคดีเช่าซื้อ ค่าจ้างทนายความในการสู้คดีส่วนต่างรถยนต์ โดยปกติจะขึ้นอยู่กับยอดเงินที่ถูกฟ้องและความซับซ้อนของคดี แต่เพื่อให้เห็นภาพรวม ประมาณการค่าจ้างทนายความในศาลชั้นต้น - คดีที่ยอดฟ้องไม่เกิน 300,000 บาท ค่าทนายจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 30,000 บาท - คดีที่ยอดฟ้องสูงหรือมีความซับซ้อน อยู่ที่ 30,000 – 50,000 บาท หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดที่ลดหย่อนได้
A: ค่าจ้างทนายความในการสู้คดีส่วนต่างรถยนต์ไม่มีอัตราตายตัว ขึ้นกับลักษณะคดี มูลหนี้ ความซับซ้อนของข้อเท็จจริง และชั้นศาลที่พิจารณา โดยทั่วไปหากเป็นคดีผู้เสียหายหรือผู้ถูกกล่าวหาถูกฟ้องเรียกค่าส่วนต่างภายหลังการยึดรถ ค่าทนายในศาลชั้นต้นอาจอยู่ประมาณ 15000 ถึง 40000 บาท กรณีมีการสืบพยานหลายปากหรือมีประเด็นข้อต่อสู้เรื่องดอกเบี้ย เบี้ยปรับ หรือเงื่อนไขสัญญา ค่าจ้างอาจจะสูงถึง 50000 บาทขึ้นไป หากคดีมีการอุทธรณ์หรือฎีกา ค่าทนายจะแยกคิดต่างหาก โดยชั้นอุทธรณ์อาจอยู่ที่ 20000 ถึง 50000 บาท และชั้นฎีกาอาจจะใกล้เคียงหรือสูงกว่า ทั้งนี้ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าธรรมเนียมศาล ค่าคัดถ่ายเอกสาร และค่าเดินทาง ซึ่งผู้ร้องควรสอบถามรายละเอียดจากทนายโดยชัดเจนก่อนตกลงว่าครอบคลุมขั้นตอนใดบ้าง ในทางปฏิบัติ ทนายบางรายคิดค่าจ้างแบบเหมาคดี บางรายคิดตามขั้นตอน หรือคิดตามร้อยละของทุนทรัพย์ ทั้งนี้ไม่ควรตกลงเพียงวาจา ควรมีสัญญาว่าจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรระบุขอบเขตงานและค่าตอบแทนให้ชัดเจน เพื่อป้องกันข้อพิพาทภายหลัง
A: ค่าจ้างทนายความสำหรับสู้คดีส่วนต่างรถยนต์นั้น ไม่มีราคาตายตัว เนื่องจากขึ้นอยู่กับการตกลงกันระหว่างทนายและลูกความ โดยพิจารณาจากความยากง่ายของคดีและทุนทรัพย์ที่ถูกฟ้อง ข้อควรรู้เพิ่มเติม คดีผู้บริโภค: คดีเช่าซื้อรถยนต์จัดเป็น คดีผู้บริโภค ซึ่งผู้บริโภค (จำเลย) จะได้รับ ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลและค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง ในการดำเนินกระบวนพิจารณา แต่ยังคงต้องรับผิดชอบค่าจ้างทนายความเอง การสู้คดีเพื่อลดหนี้: การจ้างทนายมักช่วยตรวจสอบว่าไฟแนนซ์เรียกเก็บค่าส่วนต่างและค่าธรรมเนียมต่างๆ เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ซึ่งหลายกรณีทนายสามารถช่วยลดหย่อนยอดหนี้จากหลักแสนเหลือเพียงหลักหมื่นบาทได้ ทางเลือกอื่น: หากมีงบประมาณจำกัด สามารถขอรับคำปรึกษาจาก ทนายอาสา ของสภาทนายความซึ่งให้บริการปรึกษาฟรี
A: ต้องพิจารณาดูว่าคำฟ้องมีข้อต่อสู้ไหม เช่น ผิดนัดติดต่อกัน 3 งวดไหม / หรือ คืนรถโดยไม่ผิดนัด ค่าทนาย จะแจ้งได้ จำต้องมีการสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียดก่อนครับ
A: สามารถแจ้งรายละเอียดข้อเท็จจริงต่างๆ ติดต่อมาทางทนาย ได้เลยนะคะ นอกจากต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงวันเดือนปีที่ทำสัญญา และข้อเท็จจริงเรื่องการคืนรถ ค่ะ



