Q

ลูกค้าสั่งของไป ซื้อเเล้วไม่จ่ายเงิน

ประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา
8 เข้าชม

ลูกค้าสั่งของไป ซื้อเป็นเงินเครดิต สิ้นเดือนเครียร์ยอด แต่สิ้นเดือนลูกค้าไม่ยอมจ่ายเงิน พลัดมา1อาทิตย์ก็แล้ว นี่เข้าอาทิตย์ที่2 แล้ว ติดต่อลูกค้าได้มีหน้าร้านชัดเจน มีงานมีส่งของทุกวันออกเที่ยวกลางคืนแต่ไม่ยอมโอนเงินค่าของให้ ทำอะไรได้บ้าง ยอดเงินแค่ 4000 ไม่มีไม่หนีไม่จ่าย

คำตอบจากทนาย (2)

แนะนำ

A: กรณีลูกค้าซื้อสินค้าเป็นเงินเครดิต ตกลงชำระเมื่อสิ้นเดือน แต่ครบกำหนดแล้วไม่ชำระเงิน ย่อมถือเป็นการผิดสัญญาซื้อขาย ผู้เสียหายมีสิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยตามสมควร แม้จำนวนเงินเพียง 4000 บาท ก็เป็นหนี้ที่บังคับได้ตามกฎหมาย หากพิสูจน์ได้ว่ามีการสั่งซื้อ ส่งมอบสินค้า และตกลงเงื่อนไขการชำระเงินชัดเจน เช่น มีใบสั่งซื้อ ใบส่งของ แชต หรือพยานบุคคล ย่อมใช้เป็นหลักฐานประกอบการทวงถามหรือฟ้องคดีได้ แนวทางเบื้องต้นควรทำหนังสือทวงถามเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุยอดหนี้ วันครบกำหนด และกำหนดระยะเวลาให้ชำระ หากยังเพิกเฉย ผู้เสียหายมีสิทธิยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อศาลเพื่อเรียกเงินต้นและดอกเบี้ยได้ คดีลักษณะนี้เป็นคดีมูลหนี้ตามสัญญา ขั้นตอนพิจารณาไม่ซับซ้อน หากจำเลยไม่มาศาล ศาลอาจพิพากษาให้ชำระหนี้ตามคำฟ้องได้ ในทางอาญา การไม่ชำระหนี้โดยลำพังยังไม่เป็นความผิด เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าผู้ถูกกล่าวหามีเจตนาหลอกลวงตั้งแต่ต้น เช่น สั่งของโดยไม่มีความตั้งใจจะจ่ายเงิน กรณีนี้อาจเข้าลักษณะฉ้อโกง แต่ต้องมีพยานหลักฐานชัดเจน มิฉะนั้นควรใช้ช่องทางคดีแพ่งเป็นหลัก และพิจารณาความคุ้มค่าระหว่างค่าใช้จ่ายกับจำนวนหนี้ก่อนตัดสินใจฟ้องคดี

เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-15
ให้รีวิวคำตอบ

A: การที่ลูกค้ามีหน้าร้านและมีรายได้จากการทำงานแต่ไม่ยอมจ่ายหนี้ 4,000 บาท แม้จะผ่านไป 2 สัปดาห์แล้ว ถือเป็นหนี้ค้างชำระที่ต้องเร่งดำเนินการด้วยวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้ยอดหนี้กลายเป็นหนี้สูญและไม่ให้ตัวคุณเองเสี่ยงทำผิดกฎหมายทวงหนี้ครับ 1. วิธีทวงถามที่ได้ผลและถูกกฎหมาย ทวงถามส่วนตัว ห้ามประจาน: การทวงหนี้ต้องทำเป็นการส่วนตัวผ่านการโทรศัพท์หรือข้อความ ห้ามโพสต์ประจาน ลงโซเชียลหรือทวงต่อหน้าผู้อื่น เพราะจะผิด พ.ร.บ. การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ซึ่งมีโทษปรับสูงถึง 100,000 บาท จำกัดความถี่: กฎหมายอนุญาตให้ทวงถามได้เพียง วันละ 1 ครั้ง เท่านั้น (นับเฉพาะเมื่อติดต่อลูกหนี้ได้จริง) ยื่นข้อเสนอ "แบ่งจ่าย": เนื่องจากยอดเงินไม่สูง หากเขาอ้างว่าไม่มี ให้ลองเสนอให้ทยอยจ่ายเป็นรายสัปดาห์ (เช่น สัปดาห์ละ 1,000 บาท) เพื่อบีบให้เขาเริ่มรับผิดชอบ 2. มาตรการจัดการเมื่อมีหน้าร้านชัดเจน เข้าไปคุยที่ร้าน: การไปพบที่หน้าร้านในเวลาทำการเป็นสิทธิที่ทำได้ตามกฎหมาย ควรไปคุยอย่างสุภาพเพื่อกดดันให้เขาเห็นความสำคัญ และอาจอ้างถึงความจำเป็นที่เราต้องใช้เงินก้อนนี้หมุนเวียนธุรกิจ ระงับการส่งของทันที: หยุดให้เครดิตและหยุดส่งของจนกว่ายอดเก่าจะหมด เพื่อป้องกันหนี้เพิ่ม ส่งหนังสือทวงถาม (Notice): แม้ยอดจะน้อย แต่การส่งจดหมายลงทะเบียนทวงถามอย่างเป็นทางการ (อาจร่างเองหรือให้ทนายช่วย) จะช่วยกดดันลูกหนี้ได้ว่าเราพร้อมจะดำเนินคดีจริง 3. การดำเนินการทางกฎหมาย ฟ้องคดีมโนสาเร่: ยอดหนี้ 4,000 บาท สามารถฟ้องเป็น คดีมโนสาเร่ (หนี้ไม่เกิน 300,000 บาท) ได้ด้วยตนเองที่ศาลแพ่งที่มูลคดีเกิด โดยขอคำแนะนำจาก นิติกรศาล เพื่อบันทึกคำฟ้องให้ฟรี ความคุ้มค่า: การจ้างทนายฟ้องยอด 4,000 บาท อาจไม่คุ้มค่าใช้จ่าย แต่การฟ้องด้วยตนเองเสียเพียงค่าธรรมเนียมศาลและค่านำหมายซึ่งไม่กี่ร้อยบาท ข้อแนะนำเพิ่มเติม: ในอนาคตควรปรับเปลี่ยนนโยบายร้านเป็น "เงินสดเท่านั้น" สำหรับลูกค้ารายนี้ หรือกำหนดให้ชำระยอดเก่าให้ครบก่อนสั่งยอดใหม่ทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยของเงินทุนครับ

เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-15

คำถามที่คุณอาจสนใจ

Loading...