โดนหลอกไปสแกนหน้าเพื่อใช้บัญชีเป็นบัญชีม้าที่ประเทศเพื่อในบ้าน
ตามหัวข้อเลยครับ โดนหลอกไปและโดนบังคับทำร้ายร่างกายกักขังหน่วงเหนี่ยว แถมยังโดนหมาในบัญชีม้า ตอนนี้ต้องการใช้บัญชีเพื่อกลับมาทำธุระกรรม ปล.ทหารพรานราบเป็นคนช่วยออกมาครับ
คำตอบจากทนาย (3)
A: กรณีผู้เสียหายถูกหลอกให้สแกนใบหน้าเพื่อเปิดหรือควบคุมบัญชีธนาคารให้บุคคลอื่นใช้ และถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวหรือทำร้ายร่างกาย การกระทำของผู้ก่อเหตุเข้าลักษณะความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพ ร่างกาย และอาจเกี่ยวข้องกับความผิดทางเทคโนโลยีและการเงิน ผู้เสียหายมีสิทธิร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุหรือท้องที่ที่จับกุมผู้กระทำได้ พร้อมแจ้งข้อเท็จจริงว่าเป็นการกระทำโดยถูกบังคับ ข่มขู่ หรือใช้กำลัง ซึ่งเป็นเหตุยกเว้นความรับผิดในส่วนที่ขาดเจตนา หลักฐานที่ควรนำเสนอ ได้แก่ บันทึกการช่วยเหลือของทหารพรานราบ ใบรับรองแพทย์ ภาพถ่ายบาดแผล ข้อความสนทนา และข้อมูลธุรกรรมในบัญชี ในส่วนของสถานะบัญชีม้า ผู้เสียหายควรแจ้งธนาคารเจ้าของบัญชีทันที เพื่อขออายัดหรือระงับการใช้บัญชีชั่วคราว และยื่นคำร้องขอแก้ไขข้อมูลว่าเป็นบัญชีที่ถูกนำไปใช้โดยมิชอบ หากมีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลเฝ้าระวังธุรกรรมต้องสงสัย ควรขอหนังสือรับรองจากพนักงานสอบสวนว่าเป็นผู้เสียหาย เพื่อใช้ยืนยันต่อสถาบันการเงิน การกลับมาใช้บัญชีได้ขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของธนาคารและคำสั่งของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากผู้เสียหายถูกออกหมายเรียกหรือถูกกล่าวหา ควรให้ทนายเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อชี้แจงว่าไม่มีเจตนาร่วมกระทำความผิด และถูกบังคับโดยชัดแจ้ง การมีบันทึกการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเป็นพยานสำคัญ ผู้เสียหายยังมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้กระทำต่อศาลในคดีแพ่งควบคู่คดีอาญาได้
A: การที่คุณถูกบังคับ ทำร้ายร่างกาย และหน่วงเหนี่ยวกักขัง เพื่อให้เปิดบัญชีไปให้มิจฉาชีพใช้ในการกระทำความผิด อาจถือได้ว่าคุณไม่ได้ยินยอมเปิดบัญชีให้ผู้อื่นไปใช้ อันจะเป็นความผิดเกี่ยวกับบัญชีม้าได้ แต่ทั้งนี้ อาจต้องมีหลักฐานการถูกบังคับ ข่มขืนใจให้กระทำเช่นนั้น เช่น ภายหลังออกมาได้ ท่านรีบแจ้งความ หรือรีบปิดบัญชีนั้น เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม เป็นต้น แนะนำให้นำหลักฐานปรึกษาทนายความที่ท่านไว้วางใจ เพื่อพิจารณาหลักฐาน และแนวทางการดำเนินคดีต่อไปครับ
A: ยินดีด้วยครับที่คุณปลอดภัยกลับมาได้ เหตุการณ์ที่คุณเจอถือว่าร้ายแรงมาก เพราะมีการบังคับขืนใจและทำร้ายร่างกายร่วมด้วย ซึ่งจะเป็นหลักฐานสำคัญในการยืนยันความบริสุทธิ์ของคุณ สำหรับการจัดการเรื่องบัญชีเพื่อกลับมาทำธุรกรรมตามปกติ มีขั้นตอนเร่งด่วนที่ต้องทำดังนี้ครับ: 1. แจ้งความและรวบรวมหลักฐาน (สำคัญที่สุด) คุณต้องรีบไปแจ้งความที่สถานีตำรวจโดยเร็วที่สุดเพื่อลงบันทึกประจำวันและดำเนินคดี โดยระบุรายละเอียดว่า ถูกบังคับและกักขังหน่วงเหนี่ยว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ออกเอกสารยืนยันว่าคุณคือ "เหยื่อ" ไม่ใช่ผู้สมรู้ร่วมคิด หลักฐานที่ต้องใช้: ใบรับรองแพทย์ (ถ้ามีร่องรอยทำร้ายร่างกาย), เอกสารการช่วยเหลือจากทหารพราน, และข้อมูลวันเวลาที่ถูกกักขัง แจ้งความออนไลน์: สามารถทำควบคู่กันได้ที่ thaipoliceonline.go.th หรือโทรสายด่วน 1441 (ศูนย์ AOC) เพื่อขอคำปรึกษาเรื่องการปลดล็อกบัญชี 2. ติดต่อธนาคารเพื่อตรวจสอบสถานะ บัญชีของคุณน่าจะถูกระงับ (อายัด) ไว้เนื่องจากถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด สอบถามสาเหตุ: ติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชีเพื่อถามว่าหน่วยงานไหนเป็นผู้อายัด (ตำรวจท้องที่ไหน หรือ ปปง.) ยื่นหลักฐานแสดงตัวตน: นำใบแจ้งความและหลักฐานการถูกบังคับไปยื่นที่ธนาคาร เพื่อแสดงว่าธุรกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นคุณไม่ได้เป็นคนทำ 3. การปลดล็อกบัญชี (กรณีติดรายชื่อ Blacklist/บัญชีม้า) หากชื่อของคุณถูกนำเข้าสู่ระบบบัญชีเฝ้าระวัง (HR-03) ของธนาคารแห่งประเทศไทย คุณจะไม่สามารถเปิดบัญชีใหม่ได้ทันที ขั้นตอนปลดล็อก: เมื่อตำรวจพิจารณาแล้วว่าคุณเป็นผู้เสียหายจริง จะส่งเรื่องไปยังธนาคารเพื่อขอปลดอายัด ซึ่งปัจจุบันมีมาตรการปลดล็อกให้ผู้บริสุทธิ์ได้ภายในเวลาอันรวดเร็วหลังได้รับคำสั่งจากตำรวจ ตรวจสอบรายชื่อ: คุณสามารถเช็กสถานะตนเองได้ผ่านสายด่วน 1441 กด 2 ซึ่งเป็นช่องทางเฉพาะสำหรับผู้ที่ถูกระงับบัญชีแต่ไม่ได้กระทำความผิด คำแนะนำเพิ่มเติม: ทำบัตรประชาชนใหม่: เนื่องจากข้อมูลส่วนตัวและใบหน้าถูกมิจฉาชีพนำไปใช้แล้ว การทำบัตรใหม่จะช่วยเปลี่ยนเลขรหัสหลังบัตร (Laser ID) เพื่อความปลอดภัยในธุรกรรมอนาคต อย่าโอนเงิน: หากมีใครอ้างว่าต้องโอนเงินค่าธรรมเนียมเพื่อปลดล็อกบัญชี ให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพซ้ำเติมครับ



