Q

ถูกคุกคามถึงที่ทำงาน

3 เดือนที่ผ่านมา
63 เข้าชม

มีเรื่องกับคนคนหนึ่ง แขวะกันในเฟสบุ๊กไปมา แล้วมีวันนึงโทรมาหาที่ทำงานแล้วจะพบกับหัวหน้าเพื่อจะบีบบังคับให้ไล่ออกจากงานด้วยเรื่องส่วนตัว

คำตอบจากทนาย (5)

แนะนำ

A: กรณีของท่าน ข้อเท็จจริงมี 2 ส่วนสำคัญ คือ การโต้เถียง/แขวะกันในเฟซบุ๊ก การโทรศัพท์ไปยังที่ทำงานเพื่อพบหัวหน้า หวังให้กดดันหรือไล่ออกจากงาน ประเด็นทางกฎหมายต้องแยกพิจารณา ดังนี้ 1️⃣ การโทรไปที่ทำงานเพื่อกดดันให้ถูกไล่ออก พฤติการณ์เช่นนี้ อาจเข้าข่ายความผิดฐานคุกคาม ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 วรรคสอง ซึ่งบัญญัติว่า หากการกระทำเป็นการคุกคาม ทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนรำคาญ หรือกระทบต่อการดำรงชีวิตตามปกติ อาจมีความผิดได้ หากการโทรไปมีลักษณะ ข่มขู่ ใช้ถ้อยคำรุนแรง เจตนากดดันให้เสียงาน โทรซ้ำ ๆ จนเกิดความหวาดกลัว อาจเข้าข่าย “คุกคาม” ได้ แม้จะไม่ได้ทำร้ายร่างกายก็ตาม 2️⃣ หากมีการกล่าวหาหรือให้ข้อมูลเท็จแก่หัวหน้า ถ้าบุคคลนั้นกล่าวหาเรื่องไม่จริงต่อหัวหน้าหรือองค์กร เพื่อให้ท่านเสียชื่อเสียงหรือถูกเลิกจ้าง อาจเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 โดยเฉพาะถ้าเป็นการใส่ความต่อบุคคลที่สาม (หัวหน้า/องค์กร) ให้ท่านเสียชื่อเสียง เสียความน่าเชื่อถือ หรือเสียโอกาสทางอาชีพ 3️⃣ นายจ้างมีสิทธิไล่ออกหรือไม่? ตามหลักกฎหมายแรงงาน นายจ้างจะเลิกจ้างได้ต้องมีเหตุอันสมควร เรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับการทำงาน ไม่ใช่เหตุร้ายแรงโดยอัตโนมัติ หากถูกเลิกจ้างเพราะแรงกดดันจากบุคคลภายนอก โดยไม่มีความผิดเกี่ยวกับงาน อาจถือเป็น “เลิกจ้างไม่เป็นธรรม” ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และสามารถฟ้องศาลแรงงานเรียกค่าชดเชยหรือค่าเสียหายเพิ่มเติมได้ แนวทางปฏิบัติที่ควรทำ ✅ 1. เก็บหลักฐาน แคปหน้าจอการโต้ตอบในเฟซบุ๊ก บันทึกเบอร์โทร วันที่ เวลา หากมีการข่มขู่ ให้บันทึกเสียง (ถ้าทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย) ✅ 2. แจ้งหัวหน้าโดยตรงก่อน อธิบายข้อเท็จจริงล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด การสื่อสารเชิงรุกจะช่วยลดผลกระทบ ✅ 3. หากยังคุกคามต่อเนื่อง สามารถแจ้งความฐานคุกคามตามมาตรา 397 ได้ หากมีข้อความข่มขู่ อาจพิจารณาแจ้งความเพิ่มเติมตามลักษณะความผิดที่เกี่ยวข้อง ✅ 4. หากทำให้เสียงานจริง สามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ฐานละเมิด ทำให้เสียหายต่อสิทธิในการประกอบอาชีพ วิเคราะห์ภาพรวม หากเป็นเพียงการโทรครั้งเดียวโดยไม่ได้ข่มขู่รุนแรง อาจยังไม่ถึงขั้นความผิดชัดเจน แต่ถ้ามีเจตนากลั่นแกล้ง กดดัน ซ้ำ ๆ จนกระทบการทำงาน ถือว่าเริ่มมีมูลทางกฎหมายแล้ว ถ้าท่านสะดวก เล่าเพิ่มว่า โทรกี่ครั้ง มีถ้อยคำข่มขู่ไหม หัวหน้าทราบเรื่องและมีท่าทีอย่างไร ผมจะช่วยประเมินแนวทางดำเนินคดีให้ชัดเจนขึ้นครับ

เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-17
ให้รีวิวคำตอบ
แนะนำ

A: หากคู่กรณีได้ติดต่อหาหัวหน้าหรือบุคคลในที่ทำงานของท่าน แล้วกล่าวใส่ความท่านให้ได้รับความเสียหาย อาจถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท สามารถแจ้งความ/ฟ้องดำเนินคดีได้ครับ นอกจากนี้ ยังอาจถือเป็นการกระทำการข่มเหง รังแก กระทำให้ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ หรืออับอาย สามารถแจ้งความได้เช่นกันครับ

เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-17
ให้รีวิวคำตอบ

A: หากคุณถูกคุกคามถึงที่ทำงานด้วยเรื่องส่วนตัวที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพหรือวินัยในการทำงาน คุณมีสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะปกป้องตนเองและการจ้างงานของคุณ ดังนี้ครับ: 1. กฎหมายแรงงาน: นายจ้างไล่ออกด้วยเรื่องส่วนตัวไม่ได้ การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม: ตาม กฎหมายแรงงาน การที่นายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ต้องเป็นกรณีที่ลูกจ้างทำผิดวินัยร้ายแรง ทุจริต หรือทำให้นายจ้างเสียหายโดยเจตนาเท่านั้น เรื่องส่วนตัวไม่ใช่วินัย: หากการทะเลาะวิวาทหรือการ "แขวะ" กันบนโซเชียลมีเดียเกิดขึ้นนอกเวลางานและนอกที่ทำงาน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์หรือธุรกิจของบริษัท นายจ้างไม่มีสิทธิใช้เหตุผลนี้มาไล่คุณออกโดยไม่จ่ายค่าชดเชย อย่าเซ็นใบลาออกเด็ดขาด: หากถูกบีบบังคับให้ลาออก การเซ็นชื่อจะถือว่าคุณ "สมัครใจ" และจะเสียสิทธิในการเรียกร้องค่าชดเชยหรือฟ้องร้องคดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม 2. วิธีรับมือและปกป้องตัวเอง แจ้งหัวหน้าและ HR ล่วงหน้า: อย่าให้คู่กรณีเป็นคนฝ่ายเดียวที่ให้ข้อมูล ควรแจ้งผู้บังคับบัญชาหรือ ฝ่ายบุคคล (HR) ว่าคุณกำลังถูกบุคคลภายนอกคุกคามและรบกวนเวลาทำงาน ซึ่งบริษัทมีหน้าที่ต้องคุ้มครองสภาพแวดล้อมการทำงานของพนักงานให้ปลอดภัย เก็บหลักฐาน: แคปภาพการโพสต์ด่าทอหรือแชทที่คุกคาม และบันทึกวันเวลาที่เขาโทรมาหรือเข้ามาหาที่ทำงาน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งความหรือต่อสู้คดี 3. มาตรการทางกฎหมายอาญา แจ้งความดำเนินคดี: การโทรมาข่มขู่หรือบีบบังคับถึงที่ทำงานอาจเข้าข่ายความผิดฐาน "ก่อความเดือดร้อนรำคาญ" หรือหากมีการพูดใส่ร้ายคุณต่อบุคคลที่สาม (หัวหน้า) จนเสียชื่อเสียง อาจเข้าข่าย "หมิ่นประมาท" มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น คุณสามารถขอคำปรึกษาฟรีจาก กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ผ่านสายด่วน 1506 กด 3 หรือ 1546 ได้ทันทีครับ

เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-18

A: รวบรวมพยานที่ทราบคำหมิ่นประมาทดังกล่าวจากคนพูด เดินทางไปแจ้งความหมิ่นประมาทกับพนักงานสอบสวนครับ แจ้งพนักงานสอบสวนที่ไปพบว่าต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด(อยากให้รับโทษจำคุกไม่ใช่การแจ้งความเพื่อเป็นหลักฐาน) เพื่อให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนนำคดีส่งพนักงานอัยการ ขอให้พนักงานสอบสวนตั้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา326

เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-17

A: 1.หากมีข้อความหมิ่นประมาทสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ 2.อีกข้อหาคือทำให้เดือดร้อนรำคาญครับ

เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-17

คำถามที่คุณอาจสนใจ

Loading...