โดนข่มขู่
หัวหน้าชื่อ สามารถ ได้พิมพ์แชทบอกกับ หัวหน้างานของผม ว่าเก็บกด อยากไปตบปากมันจัง สั่งย้ายมันไป ทำทุกทางให้มันออกไป มีทีมจะไปจัดการมันเลิกงาน ทำก็ตายป่าว อยากเอามีดกรีดปากมัน ประมาณนี้ครับเราสามาแจ้งความได้หรือป่าวครับ
คำตอบจากทนาย (3)
A: จากข้อเท็จจริงที่ท่านเล่ามา การกระทำของบุคคลดังกล่าวเข้าข่ายความผิดอาญาได้หลายฐาน ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและพฤติการณ์แวดล้อม ดังนี้ 1. ความผิดฐานข่มขู่ให้เกิดความกลัว หากมีข้อความลักษณะว่า “มีทีมจะไปจัดการหลังเลิกงาน” “ทำก็ตายป่าว” “อยากเอามีดกรีดปากมัน” ถ้อยคำเช่นนี้อาจเข้าข่ายความผิดฐาน “ข่มขู่” ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392 (ข่มขู่ให้ผู้อื่นตกใจกลัว) หากเป็นการข่มขู่โดยทำให้ท่านหวาดกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน แม้ยังไม่ลงมือกระทำจริง ก็เป็นความผิดสำเร็จได้แล้ว หากข้อความมีลักษณะคุกคามร้ายแรงและเฉพาะเจาะจง อาจพิจารณาเข้าข่าย “พยายามทำร้ายร่างกาย” หรือความผิดอื่นตามพฤติการณ์ประกอบด้วย 2. ความผิดฐานหมิ่นประมาท ข้อความว่า “เก็บกด” หรือพยายามให้ย้ายงานหรือกลั่นแกล้ง หากมีลักษณะใส่ความให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และมีการสื่อสารให้บุคคลอื่นรับรู้ อาจเข้าข่ายความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 (หมิ่นประมาท) หรือหากเป็นการสื่อสารผ่านระบบแชท อาจพิจารณาเรื่องการเผยแพร่ข้อมูลด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องดูว่าเป็นเพียงการแสดงความเห็นภายในองค์กรหรือเป็นการใส่ความในลักษณะที่ทำให้ท่านเสียชื่อเสียงอย่างชัดเจน 3. การคุกคามในที่ทำงาน (Workplace Harassment) พฤติการณ์สั่งย้าย กลั่นแกล้ง กดดันให้ออกจากงาน อาจเข้าข่ายการกระทำไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน โดยสามารถร้องเรียนต่อ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือฟ้องคดีแรงงานต่อศาลแรงงาน หากมีการกลั่นแกล้งจนทำให้ท่านได้รับความเสียหายทางจิตใจ อาจเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ได้ แนวทางดำเนินการ 1. รวบรวมหลักฐาน แคปหน้าจอข้อความทั้งหมด (อย่าแก้ไขหรือดัดแปลง) เก็บข้อมูลวัน เวลา ผู้ส่ง ผู้รับ หากมีพยานบุคคล ให้จดชื่อและรายละเอียด 2. แจ้งความ สามารถไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อให้ลงบันทึกประจำวัน หรือแจ้งความร้องทุกข์ฐานข่มขู่ได้ 3. หากกลัวอันตรายจริง สามารถแจ้งตำรวจให้ช่วยเฝ้าระวัง หรือขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวได้ในบางกรณี 4. ทางวินัยภายในองค์กร หากเป็นหัวหน้างาน อาจร้องเรียนฝ่าย HR หรือผู้บริหารระดับสูง เพราะพฤติการณ์ลักษณะนี้เข้าข่ายคุกคามและผิดจริยธรรมร้ายแรง ประเมินโดยภาพรวม จากถ้อยคำที่ท่านยกมา มีน้ำหนักเพียงพอที่จะ “แจ้งความได้” โดยเฉพาะประเด็นการข่มขู่ทำร้ายร่างกาย ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอให้ถูกทำร้ายจริงก่อน หากท่านต้องการ ผมสามารถช่วยจัดทำตัวอย่างข้อความแจ้งความ หรือร่างคำร้องทุกข์ให้เหมาะกับข้อเท็จจริงของท่านได้ครับ
A: แจ้งความได้แน่นอนครับ ข้อความเหล่านั้นเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายส่วน ทั้งเรื่องการข่มขู่ทำร้ายร่างกายและการคุกคามในที่ทำงาน โดยคุณสามารถดำเนินการได้ดังนี้ครับ: 1. ฐานความผิดที่แจ้งความได้ ข่มขู่ให้เกิดความกลัว (มาตรา 392): การพิมพ์ว่าจะ "เอามีดกรีดปาก" หรือ "มีทีมไปจัดการ" ถือเป็นการขู่เข็ญให้คุณเกิดความกลัวหรือตกใจ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หมิ่นประมาท (มาตรา 326): หากหัวหน้าคนนี้ไปพูดกับบุคคลที่สาม (หัวหน้างานของคุณ) ในลักษณะที่ทำให้คุณเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์: หากเป็นการส่งข้อความผ่านระบบออนไลน์และมีลักษณะเป็นการตัดต่อหรือสร้างข้อมูลเท็จที่ทำให้เสียหาย 2. การคุ้มครองแรงงาน การบีบให้ออก/สั่งย้าย: การใช้อำนาจกลั่นแกล้งให้ลาออกหรือย้ายงานโดยไม่มีเหตุอันควร ถือเป็นความไม่เป็นธรรมในที่ทำงาน ช่องทางร้องเรียน: คุณสามารถร้องเรียนต่อ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ผ่านสายด่วน 1546 หรือ 1506 กด 3 เพื่อขอความเป็นธรรมเรื่องการถูกคุกคามและบีบให้ออก 3. สิ่งที่คุณต้องเตรียม (สำคัญมาก) แคปหน้าจอแชท: บันทึกหลักฐานข้อความทั้งหมด รวมถึงวันที่และเวลาที่ส่ง พยานบุคคล: หัวหน้างานของคุณที่ได้รับแชทนั้น ถือเป็นพยานสำคัญ บันทึกประจำวัน: นำหลักฐานไปที่สถานีตำรวจเพื่อ แจ้งความดำเนินคดี หรืออย่างน้อยที่สุดคือ ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง คำแนะนำเพิ่มเติม: หากรู้สึกไม่ปลอดภัยในที่ทำงาน ควรแจ้งฝ่ายบุคคล (HR) ของบริษัทควบคู่ไปด้วยเพื่อให้มีการสอบสวนทางวินัย เพราะพฤติกรรมนี้ถือเป็นความผิดร้ายแรงในองค์กรครับ
A: ทนายบอมขอแนะนำ อย่างนี้นะครับ ให้รวบรวมหลักฐานการข่มขู่ทั้งหมด หากมีคลิปวีดีโอ จะดีที่สุด แล้วเข้าไปแจ้งความ ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 และอื่นๆ แล้วแต่กรณีไปคับ ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสองเป็นการกระทำโดยอาศัยเหตุที่ผู้กระทำมีอำนาจเหนือผู้ถูกกระทำอันเนื่องจากความสัมพันธ์ เป็นนายจ้างลูกจ้างโทษหนัก



