ค่าทนาย
ฟ้องแพ่ง กรณีลูกหนี้ยืมเงิน รายที่1ประมาณ 400,000 บาท รายที่2 ประมาณ 250,000 บาท ค่าทนายหรือค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย(จนคดีถึงที่สุด)เท่าไรคะ
คำตอบจากทนาย (9)
A: การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมวิชาชีพทนายความสำหรับการฟ้องคดีแพ่งในคดีกู้ยืมเงินนั้นมักจะพิจารณาจากร้อยละของทุนทรัพย์ที่ฟ้องร้องโดยมีอัตรามาตรฐานในทางปฏิบัติอยู่ระหว่างร้อยละสิบถึงร้อยละสิบห้าของจำนวนเงินต้นรวมดอกเบี้ย สำหรับกรณีรายแรกที่มีทุนทรัพย์สี่แสนบาทนั้นค่าทนายความมักจะเริ่มต้นที่สี่หมื่นบาทถึงหกหมื่นบาทส่วนรายที่สองซึ่งมีทุนทรัพย์สองแสนห้าหมื่นบาทนั้นจะมีอัตราอยู่ที่สองหมื่นห้าพันบาทถึงสามหมื่นเจ็ดพันบาทโดยประมาณ ทั้งนี้อัตราดังกล่าวมักครอบคลุมการทำงานตั้งแต่ขั้นตอนการร่างคำฟ้อง การยื่นฟ้องต่อศาล การดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นไกล่เกลี่ยตลอดจนการสืบพยานจนกว่าศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษาออกมาซึ่งความยากง่ายของข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในคดีจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทนายความใช้กำหนดราคาที่แน่นอน นอกจากค่าจ้างทนายความแล้วยังมีค่าใช้จ่ายทางกฎหมายตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งโจทก์มีหน้าที่ต้องชำระต่อศาลคือค่าธรรมเนียมศาลในอัตราร้อยละสองของทุนทรัพย์แต่ไม่เกินสองแสนบาทสำหรับคดีที่มีทุนทรัพย์เกินสามแสนบาทขึ้นไป สำหรับรายแรกจะต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลแปดพันบาทและรายที่สองจำนวนห้าพันบาทโดยยังมีค่าส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยตามอัตราที่ศาลประกาศกำหนดซึ่งมักจะอยู่หลักพันบาทต้นๆ ตามระยะทางของที่อยู่จำเลย หากคดีมีการอุทธรณ์หรือฎีกาต่อไปจนคดีถึงที่สุดตามที่สอบถามมานั้นมักจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในชั้นดังกล่าวแยกต่างหากจากสัญญาจ้างเดิมในชั้นต้นซึ่งทนายความส่วนใหญ่มักจะคิดค่าดำเนินการเพิ่มอีกประมาณครึ่งหนึ่งของอัตราค่าจ้างในชั้นต้นเนื่องจากปริมาณงานและระยะเวลาที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีแล้วศาลมักจะสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์ตามอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ในตารางท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งซึ่งอาจไม่เท่ากับค่าจ้างจริงที่ตกลงกันไว้กับทนายความเนื่องจากศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจกำหนดให้ตามความเหมาะสม อ้างอิงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๙ ถึงมาตรา ๑๖๙ และตาราง ๖ ที่ระบุอัตราค่าทนายความขั้นสูงไว้ไม่เกินร้อยละห้าของทุนทรัพย์ในศาลชั้นต้น การเตรียมงบประมาณสำหรับการดำเนินคดีจึงควรเผื่อค่าใช้จ่ายในการบังคับคดีกรณีที่ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายในการสืบทรัพย์และยึดทรัพย์จำเลยเพื่อนำเงินมาคืนให้แก่โจทก์ตามขั้นตอนของกรมบังคับคดีให้ครบถ้วนเพื่อให้ได้รับชำระหนี้คืนอย่างแท้จริง หากคุณต้องการให้ผมช่วยร่างหนังสือบอกกล่าวทวงถามหรือโนติสเพื่อให้ลูกหนี้ชำระหนี้ก่อนฟ้องคดีแจ้งได้เลยนะครับ
A: ค่าทนายจะขึ้นอยู่กับตกลงกับทนายแต่ละท่านค่ะ เบื้องต้นต้องให้ทนายตรวจสอบที่อยู่ของลูกหนี้ และส่งหนังสือบอกกล่าวทวงถามก่อนค่ะ
A: คิดตามความยากง่ายคดี ตามทุนทรัพย์ฟ้องค่ะ แล้วแต่ทนายแต่ละท่านที่ตกลงกันค่ะ
A: ค่าทนายความ แนะนำให้สอบถามทนายเป็นรายบุคคล เนื่องจากมีมรรยาททนายกำหนดเรื่องห้ามโฆษณาอัตราค่าจ้างว่าความครับ แต่โดยปกติแล้ว ทนายมักคิดค่าบริการเป็นลำดับชั้นศาล และอาจแยกกับขั้นตอนบังคับคดีครับ
A: ควรหาทนายที่มีคุณภาพสามารถรักษาปลประโยชนให้้เราได้มากกว่าราคาที่ต้องจ่ายครับ
A: ค่าใช้จ่ายในการฟ้องคดีแพ่งทั่วไปต้องเสียค่าธรรมศาลร้อยละ2ของทุนทรัพย์และมีค่านำหมายตามอัตราของแต่ละศาล ส่วนค่าจ้างทนายอยู่ที่ตกลงกันครับ
A: การฟ้องคดีแพ่งเพื่อเรียกหนี้คืนในกรณีของคุณ จะมีค่าใช้จ่ายหลักๆ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ค่าธรรมเนียมศาล และ ค่าจ้างทนายความ ดังนี้ครับ: 1. ค่าธรรมเนียมศาล (ค่าขึ้นศาล) ตาม ตารางค่าธรรมเนียมศาล อัตราปกติคือ 2% ของทุนทรัพย์ (ยอดเงินกู้รวมดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง): รายที่ 1 (400,000 บาท): ค่าธรรมเนียมศาลประมาณ 8,000 บาท รายที่ 2 (250,000 บาท): ถือเป็นคดีมโนสาเร่ (ทุนทรัพย์ไม่เกิน 3 แสนบาท) เสียค่าธรรมเนียมร้อยละ 2 แต่ ไม่เกิน 1,000 บาท ค่าใช้จ่ายอื่นๆ: เช่น ค่าส่งหมายเรียกจำเลย (ประมาณ 500-2,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทาง), ค่าคำร้อง และค่ารับรองเอกสารต่างๆ 2. ค่าจ้างทนายความ ค่าทนายความไม่มีราคากลางที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของคดีและการตกลงกัน รวม 2 ราย: หากฟ้องพร้อมกันหรือใช้ทนายคนเดียวกัน อาจต่อรองราคากันได้ แต่อย่าลืมว่ายอดฟ้องแยกกันคนละคน จะต้องแยกสำนวนฟ้อง หมายเหตุ: หากชนะคดี ศาลอาจมีคำสั่งให้ฝ่ายลูกหนี้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ (คืนค่าธรรมเนียมศาล และค่าทนายความบางส่วนตามอัตราที่ศาลกำหนด) ค่าใช้จ่ายข้างต้นยังไม่รวม "ค่าสืบทรัพย์และบังคับคดี" ในกรณีที่ลูกหนี้ไม่มีเงินจ่ายหลังศาลมีคำสั่งพิพากษา ซึ่งอาจมีค่าจ้างสืบทรัพย์เพิ่มเติมด้วยครับ
A: คุณควรเตรียมงบประมาณเบื้องต้นไว้ประมาณ 70,000 - 100,000 บาท สำหรับการดำเนินคดีจนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาครับ ทั้งนี้ควรตกลงขอบเขตงานกับทนายความให้ชัดเจนว่าครอบคลุมถึงชั้นอุทธรณ์-ฎีกา หรือการบังคับคดีด้วยหรือไม่ครับ
A: ทางเลือก ค่าวิชาชีพทนายความนั้นขึ้นอยู่กับทนายแต่ละคนครับไม่สามารถกำหนดตายตัวได้ และความ เชี่ยวชาญของแต่ละคน รหัสใช้ทนายในพื้นที่จะถูกกว่าครับ



