ปัญหาการถูกเลิกจ้าง
บริษัทได้ทำการเลิกจ้าง ซึ่งมีอายุงาน 4 ปี บริษัทจ่ายเงินชดเชยให้ ตามกฎหมาย และบริษัทได้แจ้งว่า พนักงานทำความเสียหายให้บริษัท จึงให้จ่ายค่าเสียหาย โดยการเซ็นยินยอมซื้อสินค้าตามจำนวนเงินที่บริษัทต้องการ และได้ทำการโอนเงินให้พนักงานในวันนั้นเลย จำนวนเงินที่ได้คือ เงินชดเชยตามกฎหมาย หักลบกับค่าเสียหายที่บริษัทแจ้ง และให้พนักงานเซนใบลาออก และระบุว่าไปทำกิจการส่วนตัว และบริษัทให้พนักงานเซนว่าจะไม่ไปทำงานในอุตสาหกรรมที่เป็นประเภทเดียวกับบริษัท เป็นระยะเวลา 1-5 ปี เว้นแต่จะได้รับความยินยอมของบริษัท ซึ่งพนักงานก็ยินยอมเซน เพราะไม่รู้จะทำอย่างไร อยากถามว่า ในกรณีนี้จะสามารถฟ้องร้องเงินค่าบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าซื้อสินค้าที่ไม่มีอยู่จริง คืนได้ไหม และสามารถขอยกเลิกข้อบังคับนี้ได้ไหม
คำตอบจากทนาย (3)
A: กรณีของคุณถือเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนเนื่องจากมีการเซ็นเอกสารในลักษณะที่ "ไม่สมัครใจ" หรือถูกกดดัน คุณสามารถดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเรียกร้องสิทธิ์คืนได้ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ: 1. การฟ้องร้องเงินค่าบอกกล่าวล่วงหน้า (ค่าตกใจ) แม้คุณจะเซ็นใบลาออกไปแล้ว แต่หากพิสูจน์ได้ว่า ถูกบังคับหรือกดดันให้เซ็น โดยที่เจตนาที่แท้จริงคือการเลิกจ้างของบริษัท ศาลมักจะวินิจฉัยว่าเป็นการเลิกจ้าง ไม่ใช่การลาออกโดยสมัครใจ สิทธิ์ที่ได้: หากบริษัทให้ออกทันทีโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 งวดการจ่ายค่าจ้าง คุณมีสิทธิ์ฟ้องเรียก "ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า" ได้ อายุงาน 4 ปี: คุณควรได้รับเงินชดเชยตามกฎหมายเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน (ประมาณ 6 เดือน) ซึ่งคุณแจ้งว่าได้รับแล้วแต่ถูกหักเงินไป 2. การเรียกคืนเงินค่าซื้อสินค้า (ค่าเสียหายที่อ้างขึ้น) บริษัท ไม่มีสิทธิ์หักเงินชดเชย เพื่อชำระค่าเสียหายตามอำเภอใจ แม้ลูกจ้างจะทำความผิดจริง กฎหมายห้ามหัก: ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน นายจ้างห้ามหักค่าจ้างหรือเงินที่ต้องจ่ายตามกฎหมาย เว้นแต่จะเป็นกรณีเฉพาะที่กฎหมายกำหนด (ซึ่งการบังคับซื้อสินค้าที่ไม่มีอยู่จริงไม่เข้าข่าย) การเรียกร้องคืน: คุณสามารถฟ้องเรียกเงินส่วนที่ถูกหักไปคืนได้ โดยระบุว่าเป็นรายการที่ "ไม่มีอยู่จริง" และเป็นการใช้สิทธิโดยไม่ชอบของนายจ้างเพื่อเลี่ยงการจ่ายเงินชดเชยเต็มจำนวน 3. ข้อยกเว้นการทำงานในอุตสาหกรรมเดียวกัน (Non-compete Clause) สัญญาห้ามทำงานคู่แข่งสามารถทำได้ แต่ต้อง เป็นธรรม และไม่จำกัดสิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพเกินสมควร ขอยกเว้น/ยกเลิก: หากสัญญาระบุระยะเวลานานเกินไป (เช่น 5 ปี) หรือครอบคลุมพื้นที่กว้างเกินไป ศาลแรงงานมีอำนาจสั่ง ปรับลดระยะเวลา ให้เหลือตามความเหมาะสม หรือสั่งให้เป็นโมฆะหากเห็นว่าเป็นการสร้างภาระแก่ลูกจ้างเกินสมควร ความสมเหตุสมผล: ในกรณีของคุณที่ถูกกดดันให้เซ็นขณะเลิกจ้าง ข้อตกลงนี้อาจถูกมองว่าได้มาโดยไม่ชอบธรรม ข้อแนะนำในการดำเนินการ รวบรวมหลักฐาน: เก็บหลักฐานการโอนเงิน (ที่มียอดหักลบ), เอกสารที่เซ็น (ถ้ามีสำเนา), หรือพยานบุคคล/ข้อความแชทที่แสดงถึงการกดดัน ปรึกษาเจ้าหน้าที่: แนะนำให้ไปที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พื้นที่ที่บริษัทตั้งอยู่ เพื่อเขียนคำร้อง (คร.7) ให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบและมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินคืน ฟ้องศาลแรงงาน: หากพนักงานตรวจแรงงานไม่สามารถช่วยได้ครบทุกประเด็น คุณสามารถฟ้องตรงต่อ ศาลแรงงาน ได้โดย ไม่มีค่าธรรมเนียมศาล สำหรับลูกจ้าง ครับ
A: ตามประเด็นที่ท่านได้สอบถาม อาจตีความได้ว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ท่านสามารถดำเนินกระบวนการตามกฎหมายเพื่อเรียกร้องเงินตามจำนวนที่ท่านควรได้รับคืนได้ค่ะ ทั้งในส่วนของการลงนามในเอกสารนห้ามค้าแข่งก็อาจไม่สามารถใช้บังคับได้ หากเป็นข้อห้ามที่เกินควร ในส่วนรายละเอียดเพิ่มเติม ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้เลยค่ะ
A: กรณีลักษณะนี้ต้องพิจารณาว่าการกระทำของบริษัทเป็นการเลิกจ้างจริงหรือไม่ หากเป็นการเลิกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าบอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย ส่วนการให้เซ็นเอกสารรับผิดค่าเสียหายหรือข้อห้ามทำงาน หากไม่เป็นธรรม พนักงานอาจโต้แย้งหรือเรียกเงินคืนได้ค่ะ หากต้องการให้ทนายช่วยตรวจเอกสารและวางแนวทางดำเนินการ สามารถ กดจองเวลาเพื่อปรึกษาทนายผ่านระบบของเว็บไซต์ เพื่อให้ทนายช่วยดูรายละเอียดให้ได้ค่ะ



