โดนบัญชีม้า
เรื่องมีอยู่ว่า ผมไปเลื่อนเฟสบุ้คไปเจอโพสต์หาคนเปิดบัญชี จะให้เงินค่าตอบแทนผมเลยสนใจโดยที่ไม่ได้คิดอะไร อีกฝั่งให้ผมบอกข้อมูล ชื่อ บัตรประชาชน ถ่ายหน้า-หลังบัตร ถ่ายรูปหน้าตัวเอง หลังจากที่ส่งข้อมูลไปให้แล้วก็ไม่ได้รับเงินแต่อย่างใด ผมอารมณ์เสียจึงลบแชททิ้งไป จนกระทั่งไม่ถึง20วันก็มีSMS ของธนาคารกสิกรแจ้งเตือนมาว่าบัญชีของคุณถูกระงับชั่วคราว ผมก้ งง ว่าเกิดอะไรขึ้นโทรหากับทางคอลเซ็นเตอร์ก็ตอบว่าไม่ทราบสาเหตุ ผมมีบัญชีธนาคารหลักที่ใช้งานทั้งหมด3ธนาคาร ทั้ง3ธนาคารโดนระงับทั้งหมด จนวันที่3ของการโดนระงับก็มีSMS ว่า จากชื่อตำรวจนี้ ให้ติดต่อมาว่าคุณโดนบัญชีม้า ผมเลยจึงโทรหาตำรวจที่รับเรื่องของผมก็บอกว่า คุณมีส่วนเกี่ยวข้องในการโกงใช้บัญชีในการโอนยอดของผู้เสียหาย โอนผ่าน3-4บัญชีซึ่งหนึ่งในนั่นมีบัญชีของผมเกี่ยวข้องด้วย โดยโจรที่หลอกขอข้อมูลผมในตอนแรกนั้นมันได้นำข้อมูลของผมไปเปิดธนาคารใหม่ของ UOB สามารถเปิดผ่านออน์ไลน์ได้ ตอนแรกตำรวจนัดให้มาเจรราที่ สน.ภูเก็ต ตัวผมอยู่ กทม. ไม่สะดวกที่จะไปได้จึงไม่ได้ติดต่อไปเลย หมายเรียกครั้ง1 และครั้งที่2มาแล้วผมได้เซ็นรับทราบจนตอนนี้ผ่านมาจะเกือบ1ปีแล้วหลังจากหมายเรียกที่2ออกมาก็ยังไม่มีอะไร เป็นไปได้ไหมครับที่ผู้เสียหายจะถอนแจ้งความแล้วบัญชีของผมจะกลับมาใช้ได้อีกไหมครับ
คำตอบจากทนาย (2)
A: กรณีที่คุณได้รับหมายเรียกถึง 2 ครั้งแล้วเงียบหายไปนานเกือบปี และบัญชีธนาคารยังคงถูกระงับทุกธนาคาร สถานการณ์นี้ถือว่า อันตรายและมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากชื่อของคุณอาจถูกบรรจุเข้าสู่รายชื่อ "บัญชีม้า" (ม้าดำ หรือ ม้าเทาเข้ม) ในระบบฐานข้อมูลของ ปปง. และธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้ถูกระงับธุรกรรมแบบเบ็ดเสร็จ 1. ความเป็นไปได้ที่ผู้เสียหายจะถอนแจ้งความ แม้ผู้เสียหายจะถอนแจ้งความหรือยอมความกันแล้ว บัญชีของคุณจะไม่กลับมาใช้งานได้เองโดยอัตโนมัติ เนื่องจาก: คดีอาญา: การเปิดบัญชีม้าหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีมีโทษทางอาญา (จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท) แม้ผู้เสียหายจะได้เงินคืน แต่กระบวนการถอนอายัดต้องมีคำสั่งอย่างเป็นทางการจากพนักงานสอบสวน รายชื่อในระบบระงับ: เมื่อชื่อของคุณเข้าสู่ระบบระงับบัญชีม้าของธนาคารแห่งประเทศไทย (Central Fraud Registry) ทุกธนาคารจะระงับบัญชีของคุณตามมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ จนกว่าจะมีหลักฐานการพิสูจน์ความบริสุทธิ์จากตำรวจมาปลดล็อก 2. บัญชีจะกลับมาใช้ได้อีกไหม? มีโอกาสกลับมาใช้ได้ แต่ต้องดำเนินการด้วยตนเองเท่านั้น ขั้นตอนที่แนะนำให้ทำทันทีคือ: ติดต่อพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี: แม้คุณจะอยู่ กทม. แต่การเพิกเฉยต่อหมายเรียก 2 ครั้ง เสี่ยงต่อการถูก "ออกหมายจับ" ได้ทุกเมื่อ แนะนำให้รีบโทรหาตำรวจเจ้าของคดีเพื่อขอนัดหมายเข้าชี้แจง เตรียมหลักฐานแสดงความบริสุทธิ์: เตรียมสกรีนชอตแชทเฟซบุ๊กที่มิจฉาชีพหลอกขอข้อมูล (หากยังพอหาได้) หรือหลักฐานที่ยืนยันว่าคุณถูกหลอกให้เปิดบัญชีออนไลน์โดยไม่รู้ตัว แจ้งความกลับ: คุณควรแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มที่หลอกเอาข้อมูลของคุณไปเปิดบัญชี UOB เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่าคุณเป็น "เหยื่อ" ไม่ใช่ "ผู้ร่วมขบวนการ" ขอหนังสือถอนอายัด: เมื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์หรือคดีสิ้นสุด ตำรวจจะออกหนังสือให้คุณนำไปยื่นที่ธนาคารเพื่อปลดอายัดบัญชี 3. ข้อควรระวังเพิ่มเติม การเดินทางไป สน.ภูเก็ต: หากไม่สะดวกเดินทาง คุณสามารถสอบถามพนักงานสอบสวนว่าสามารถส่งคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรหรือขอเข้าพบที่สถานีตำรวจใกล้บ้านผ่านการประสานงานได้หรือไม่ (ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าพนักงาน) สายด่วนช่วยเหลือ: สามารถปรึกษาเบื้องต้นได้ที่ สายด่วน 1441 (ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) เพื่อตรวจสอบสถานะและขอคำแนะนำในการปลดอายัดบัญชี สรุป: การที่เรื่องเงียบไป 1 ปีไม่ได้แปลว่าคดีจบ แต่ชื่อของคุณอาจค้างอยู่ในระบบบัญชีม้าถาวร ซึ่งจะทำให้คุณทำธุรกรรมทางการเงินไม่ได้เลยในอนาคต ควรรีบจัดการให้จบเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองครับ ***หากคุณต้องการปรึกษาคดีเพิ่มเติม เพื่อประโยชน์สูงสุด คุณสามารถติดต่อ ทนายณรงค์ฤทธิ์ ฆังคะสุวรรณโณ ได้โดยการกดโปรไฟล์เพื่อทำการจองเวลารับคำปรึกษาคดีอย่างละเอียด ได้เลยครับ***
A: อยากให้ข่วยไงทักมะนะครับ ที่คุณทักทนาวเยอะทักหาเลยครับ



