Q

บันทึกท้ายใบหย่า

19 วันที่ผ่านมา
13 เข้าชม

สวัสดีค่ะคุณทนาย ดิฉันขอปรึกษาเรื่องบ้านและเงินจากการขายบ้านค่ะ พ่อบุญธรรมกับแม่บุญธรรมของดิฉันได้หย่ากัน และมีบันทึกท้ายทะเบียนหย่า ลงวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 ในบันทึกท้ายทะเบียนหย่าระบุว่า บ้านพร้อมที่ดินจะยกให้บุตรบุญธรรม บ้านดังกล่าวอยู่ที่ เลขที่ 33/2 หมู่ 1 ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แต่ในความเป็นจริง บ้านดังกล่าวไม่ได้มีการยกหรือโอนกรรมสิทธิ์ให้บุตรบุญธรรมตามที่ระบุไว้ในบันทึกท้ายทะเบียนหย่า ต่อมาบ้านหลังนี้ได้ถูกขายไปในราคาประมาณ 1,300,000 บาท โดยยายเป็นคนขายรับเงินจากการขายบ้านเอง หลังจากนั้นยายได้นำเงินประมาณครึ่งหนึ่งไปให้หลาน (ซึ่งเป็นลูกของดิฉัน) และเงินบางส่วนได้ถูกใช้จ่ายไปแล้ว ดิฉันไม่ได้เป็นผู้รับเงินจากการขายบ้านและไม่ได้ยินยอมให้แบ่งเงินแบบนั้น จึงอยากขอคำปรึกษาว่า 1. เมื่อในบันทึกท้ายทะเบียนหย่าระบุให้ยกบ้านให้บุตรบุญธรรม แต่ไม่ได้มีการโอนจริง การขายบ้านและการรับเงินแบบนี้ถูกต้องหรือไม่ 2. ยายสามารถรับเงินจากการขายบ้านแล้วนำไปให้หลานเองได้หรือไม่ 3. ดิฉันมีสิทธิเรียกร้องเงินคืนจากใครได้บ้าง 4. หากจะดำเนินคดีควรดำเนินการอย่างไร

คำตอบจากทนาย (4)

แนะนำ

A: ท้ายใบหย่าดังกล่าวเป็นสัญญาเพื่อให้ประโยชน์แก่บุคคลภายนอกหากผู้ให้สัญญาไม่ปฏิบัติตามสัญญาบุคคลภายนอกเช่นว่าก็สามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายได้

เผยแพร่เมื่อ: 2026-03-16
ให้รีวิวคำตอบ

A: บันทึกการหย่าเป็นการตกลงเรื่องทรัพย์สินส่วนตัวกับสินสมรสไม่ใช่การทำพินัยกรรมยกบ้านหรือเงินบัญชีธนาคารที่จะมีผลทางกฎหมายได้

เผยแพร่เมื่อ: 2026-03-16

A: หากบันทึกท้ายทะเบียนหย่าระบุให้โอนบ้านแก่บุตรบุญธรรม แต่ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ในโฉนดจริง สิทธิในทรัพย์อาจยังอยู่กับเจ้าของตามทะเบียนที่ดิน จึงต้องตรวจว่าใครเป็นเจ้าของในโฉนดขณะขาย หากขายโดยผู้ไม่มีสิทธิ อาจมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายหรือโต้แย้งการขายได้ ทั้งนี้ต้องดูเอกสารหย่า โฉนด และการซื้อขายประกอบค่ะ หากต้องการให้ทนายช่วยตรวจเอกสารและประเมินสิทธิ สามารถ กดจองเวลาเพื่อปรึกษาผ่านระบบของเว็บไซต์ เพื่อให้ทนายช่วยดูรายละเอียดให้ได้ค่ะ มีทนายในพื้นที่ดังกล่าวสามารถดำเนินการช่วยเหลือได้ค่ะ

เผยแพร่เมื่อ: 2026-03-16

A: กรณีที่คุณพ่อและคุณแม่บุญธรรมตกลงยกบ้านให้ ในบันทึกท้ายทะเบียนหย่า แต่ยังไม่มีการโอนจริงจนกระทั่งบ้านถูกขายไปนั้น มีประเด็นทางกฎหมายที่ต้องพิจารณาดังนี้ครับ 1. การขายบ้านและการรับเงินแบบนี้ถูกต้องหรือไม่ ตามกฎหมาย บันทึกท้ายทะเบียนหย่า ที่ระบุว่ายกทรัพย์สินให้บุตร ถือเป็น "สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก" ซึ่งมีผลผูกพันคู่สัญญา (พ่อและแม่บุญธรรม) ทันทีที่จดทะเบียนหย่า หากบ้านยังเป็นชื่อพ่อหรือแม่บุญธรรม: ท่านทั้งสองมีหน้าที่ต้องโอนให้คุณตามที่ตกลงไว้ การที่บุคคลอื่น (คุณยาย) นำไปขายโดยที่คุณไม่ยินยอมถือว่า ไม่ถูกต้อง เว้นแต่คุณยายจะมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินนั้นจริงๆ หรือได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ กรณีไม่ได้โอนจริง: แม้จะยังไม่มีชื่อในโฉนด แต่บันทึกท้ายทะเบียนหย่าทำให้คุณมี "สิทธิเรียกร้อง" ให้มีการโอนได้ตามกฎหมาย 2. ยายสามารถรับเงินจากการขายบ้านแล้วนำไปให้หลานเองได้หรือไม่ ไม่ได้ครับ หากคุณคือ "บุตรบุญธรรม" ที่ระบุในบันทึก เงินที่ได้จากการขายบ้าน (ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ควรจะเป็นของคุณ) จะต้องตกเป็นของคุณทั้งหมด คุณยายไม่มีสิทธิในเงินก้อนนี้ และไม่มีอำนาจนำเงินของคุณไปแบ่งให้หลานหรือใครก็ตามโดยที่คุณไม่ได้ให้ความยินยอม 3. คุณมีสิทธิเรียกร้องเงินคืนจากใครได้บ้าง คุณสามารถเรียกร้องเงินคืนได้จาก: คุณยาย: ในฐานะผู้ที่นำทรัพย์สินที่ควรจะเป็นของคุณไปขายและรับเงินไปโดยมิชอบ (ลาภมิควรได้ หรือละเมิด) พ่อ/แม่บุญธรรม: หากท่านเป็นคนยอมให้คุณยายขาย หรือไม่ปฏิบัติตามบันทึกท้ายทะเบียนหย่า คุณสามารถฟ้องบังคับให้ชดใช้ค่าเสียหายเท่ากับราคาบ้านที่เสียไปได้ ผู้ซื้อบ้าน: หากผู้ซื้อ ซื้อโดย "ไม่สุจริต" (รู้อยู่แล้วว่าบ้านนี้ต้องโอนให้คุณ) คุณอาจฟ้องเพิกถอนการโอนได้ แต่ถ้าเขาซื้อโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน คุณจะเรียกร้องได้เพียง "เงินค่าบ้าน" จากคนที่ขายไปเท่านั้น 4. แนวทางการดำเนินคดี รวบรวมหลักฐาน: เตรียมใบสำคัญการหย่าและบันทึกท้ายทะเบียนหย่าปี 2537 รวมถึงหลักฐานการขายบ้านและที่อยู่ของบ้านที่สงขลา ตรวจสอบอายุความ: โดยปกติการฟ้องบังคับตามสัญญาบันทึกท้ายทะเบียนหย่ามีอายุความ 10 ปี นับแต่โอนสิทธิได้ อย่างไรก็ตาม หากเพิ่งทราบเรื่องการขายบ้าน อาจมีประเด็นเรื่องอายุความละเมิดหรือลาภมิควรได้เข้ามาเกี่ยวข้อง ปรึกษาทนายความ: เพื่อยื่นฟ้องต่อ ศาลเยาวชนและครอบครัว ที่พ่อหรือแม่บุญธรรมมีภูมิลำเนาอยู่ หรือที่สถานจดทะเบียนหย่า เพื่อเรียกเงินค่าบ้านคืนตามสิทธิของคุณ ข้อแนะนำเพิ่มเติม: เนื่องจากเหตุการณ์ผ่านไปนานตั้งแต่ปี 2537 และมีการขายเกิดขึ้นแล้ว แนะนำให้รีบนำเอกสารทั้งหมดปรึกษาทนายความเพื่อตรวจสอบว่า ใครมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในโฉนดคนสุดท้ายก่อนขาย เพื่อระบุตัวผู้รับผิดชอบที่ถูกต้อง ครับ ***หากคุณต้องการปรึกษาคดีเพิ่มเติม เพื่อวิเคราะห์และวางแนวทางการดำเนินคดีอย่างเป็นระบบ และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อรูปคดี คุณสามารถติดต่อทนายณรงค์ฤทธิ์ ฆังคะสุวรรณโณ ได้โดยการกดโปรไฟล์เพื่อทำการจองเวลารับคำปรึกษาคดีอย่างละเอียด โดยผ่านช่องทางเว็บไซต์ LEGARDY หรือแอพพลิเคชั่น LAW LINK เข้ามาได้เลยครับ***

เผยแพร่เมื่อ: 2026-03-16

คำถามที่คุณอาจสนใจ

Loading...