โดยเซลล์คลินิกความงามหลอกขายคอร์ส
ขณะที่ ข้าพเจ้าเดินอยู่ในห้าง มีพนักงานยื่น แผ่นมาส์กให้ ขณะรับไว้ ก็โดนชักจูงให้ไปลงชื่อ และให้นั่งฟังโปรโมชั่น พยายามยัดเยียดการขาย รอบที่ 1 จำนวน 10,000 บาท โดยนำบัตร ประชาชน และบัตรเครดิตไป หลังจากรูดบัตรตัด ชำระเงินเรียบร้อย ก็ไม่คืนบัตรทั้งสอง และ พยายามโน้มน้าว รอบที่ 2 จำนวน 30,000บาท รอบที่ 3 จำนวน 30,000 บาท และพยายามชักจูง ในขณะที่ตัวข้าพเจ้าปฏิเสธไปแล้วหลายครั้ง ก็ พยายามยัดเยียด โดนเรียกคนพูดคุย และโน้มน้าว เพิ่ม ประมาณ3คน รอบที่ 4 จำนวน 20,000 บาท รวมความเสียหาย ชำระผ่านบัตรเครดิต 100,000บาท 🥲🙏🏻
คำตอบจากทนาย (8)
A: พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการขายที่ใช้วิธีการอันไม่เป็นธรรมและเป็นการฉ้อฉลเพื่อให้ได้มาซึ่งการทำสัญญา เมื่อท่านได้ปฏิเสธไปแล้วหลายครั้งแต่ยังถูกหน่วงเหนี่ยวเอกสารและรบกวนการตัดสินใจ การชำระเงินรวม 100,000 บาทนั้นจึงมิได้เกิดจากเจตนาที่บริสุทธิ์ สามารถร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อขอเงินคืนทั้งหมดเนื่องจากเป็นการกระทำความผิดต่อสิทธิผู้บริโภค
A: ๑. ในฐานะทนายความผมอยากแนะนำว่า ต้องรวบรวมพยานหลักฐานการจ่ายเงินทั้งหมด, สัญญาหรือใบจองคอร์ส, หลักฐานการโน้มน้าวแชทไลน์คุยกับเซลล์, ๒. ส่งจดหมายลงทะเบียนตอบรับไปยังคลินิก โดยระบุเหตุผล การถูกว่านล้อมเกินควร ซึ่งข้อมูลไม่ตรงกับการโฆษณาผ่าเซลล์ ๓. ร้องเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ส.ค.บ หรือ ส.บ.ส ๔. ระงับวงเงินบัตรเครดิตหากจ่ายผ่านบัตรเครดิต ๕. เซ็กประวัติคลินิกคู่กรณีของเรา ตรวจสอบว่าคลินิกดังกล่าวเคยถูกร้องเรียนที่ผ่านมาหรือไม่
A: ควรตรวจสอบกับคลีนิกให้ชัดว่ามีรายการตามที่เซลล์เสนอหรือไม่หากไม่มีหรือเซลล์หลอกลวงควรร้องทุกต่อตำรวจข้อหาฉ้อโกงครีบ
A: เพื่อให้ได้เงินคืนคุณควรดำเนินการดังนี้ 1: Stop Damage (ทันที) ติดต่อ Call Center ธนาคารเพื่อ "ปฏิเสธรายการชำระเงิน (Chargeback)" โดยแจ้งชัดเจนว่าเป็นรายการที่ไม่ได้อนุมัติ พร้อมอายัดบัตรใบเดิมทันที 2: รวบรวมพยานหลักฐาน เก็บสลิปรายการ, ข้อความแจ้งเตือนจาก App ธนาคาร, และหากมีการแชทคุยกับเซลล์หรือคลินิกที่ยืนยันว่าเราไม่ได้ตกลงซื้อแต่เขารูดไปก่อน ให้แคปภาพไว้ทั้งหมด 3:กดดันทางกฎหมาย ไปสถานีตำรวจเพื่อ "แจ้งความดำเนินคดีจนถึงที่สุด" เพื่อให้คลินิกต้องรีบคืนเงินและเยียวยาค่าเสียหายเพื่อขอให้
A: รีบแจ้งปฏิเสธยอดการรูดบัตรกับธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตครับ แจ้งว่าต้องการยกเลิกการจองหรือซื้อโปรโมชั่น จากนั้นติดต่อขอแจ้งยกเลิกการจองซื้อกับทางบริษัท ควรส่งเป็นเอกสารหรืออีเมล์เพื่อมีหลักฐานไว้ดำเนินคดี แล้วไปลงบันทึกประจำวันที่ สน ว่าได้แจ้งยกเลิกกกับบริษัทแล้ว ซึ่งตามกฎหมายการจองซื้อโปรโมชั่นแบบนี้สามารถยกเลิกได้ "หากต้องการปรึกษาเพิ่มเติม ท่านสามารถกดปุ่ม Line, โทร หรือจองเวลาปรึกษา ที่มุมขวาบนของคำตอบนี้ ได้ทันที"
A: ร้องเรียนคลินิก และ แจ้งความเลยค่ะ ถ้าคลินิกไม่รับผิดชอบ ร้องเรียน สคบ. ค่ะ ถ้าคลินิกรับผิดชอบ ให้คลินิกดำเนินคดีกับเซลล์คนนั้นด้วย
A: พฤติการณ์กดดัน ยึดบัตร และชักจูงให้รูดซ้ำ อาจเข้าข่าย “เอาเปรียบผู้บริโภค/สัญญาไม่เป็นธรรม” และอาจมีลักษณะฉ้อโกงได้ ท่านควรรีบแจ้งธนาคารระงับรายการ (chargeback) ทำหนังสือบอกเลิกสัญญา และร้องเรียน สคบ./แจ้งความ พร้อมเก็บสลิป แชต และพยาน คำแนะนำข้างต้นเป็นเพียงการตอบเบื้องต้นเท่านั้น แนะนำให้พิจารณาข้อเท็จจริงและเอกสารเพิ่มเติมในรายละเอียด หากต้องการให้ทนายช่วยวิเคราะห์/ดำเนินการ สามารถจองเวลาปรึกษาทนายผ่านระบบเว็บไซต์ได้ค่ะ
A: หากคุณถูกโน้มน้าวและกดดันให้ชำระเงินจนเกิดความเสียหายถึง 100,000 บาท โดยที่ไม่ได้เต็มใจและยังไม่ได้เริ่มใช้บริการ คุณมีสิทธิทางกฎหมายที่จะ "บอกเลิกสัญญาและขอเงินคืนได้เต็มจำนวนภายใน 7 วัน" ตามประกาศล่าสุดของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ขั้นตอนการดำเนินการทันที ติดต่อธนาคารเจ้าของบัตรเครดิต: โทรแจ้งอายัดยอดรายการดังกล่าวทันที โดยระบุว่าเป็นการ "ถูกบังคับขู่เข็ญหรือหลอกลวงให้ทำรายการ" หรือ "ปฏิเสธรายการเนื่องจากไม่ได้เป็นไปตามเจตนาจริง" ส่งหนังสือปฏิเสธการจ่ายเงินเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังธนาคาร พร้อมแนบบันทึกประจำวันจากตำรวจ แจ้งความที่สถานีตำรวจ: ไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อ "ลงบันทึกประจำวัน" โดยระบุพฤติการณ์อย่างละเอียด (เช่น การไม่คืนบัตรประชาชน/บัตรเครดิต การรุมล้อมกดดันโดยพนักงาน 3 คน) เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยกเลิกยอดเงินกับธนาคาร ทำหนังสือบอกเลิกสัญญา: ทำหนังสือส่งถึงคลินิกโดยตรง (ส่งแบบไปรษณีย์ตอบรับ) เพื่อแจ้งความประสงค์ขอ ยกเลิกสัญญาภายใน 7 วัน ตามสิทธิของผู้บริโภค ครับ ***หากคุณต้องการปรึกษาคดีเพิ่มเติม เพื่อให้ทนายความช่วยวิเคราะห์และวางแนวทางการดำเนินคดีอย่างเป็นระบบ และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อรูปคดี คุณสามารถติดต่อทนายณรงค์ฤทธิ์ ฆังคะสุวรรณโณ ได้โดยการกดคำสั่งจองเวลาปรึกษาหรือจองคิวปรึกษา ผ่านช่องทางเว็บไซต์ LEGARDY หรือแอพพลิเคชั่น LAW LINK ได้เลยครับ***



