มีชู้ทักแชทมาบอกว่าเป็นชู้กับสามีของเรา สามารถฟ้องชู้ได้หรื่อไม่คะ
รถกวยสอบถามค่ะ ในกรณี้ที่ชู้ยอมรับว่าตัวเองเป็นชู้ของสามีเรา เราสามารถฟ้องชู้ได้หรื่อไม่คะ มีหลักฐานแค่ในแชทที่เค้าทักเรามา ไม่มีรูปคู่หรือรูปถ่ายค่ะ และ เราจดทะเบียนสมรสกับสามีค่ะ
คำตอบจากทนาย (2)
A: เมื่อเข้าใจหลักกฎหมายเรื่องการฟ้องชู้แล้ว ผู้ต้องการฟ้องหรือทนายความโจทก์ ย่อมสามารถบอกได้ว่า พยานหลักฐานที่ต้องใช้ในการฟ้องชู้ หรือนำสืบประเด็นเรื่องการเป็นชู้นั้น แบ่งออกเป็น 2 ประเภท หลักฐานเบื้องต้น ซึ่งหมายถึงหลักฐานทั่วไป ที่จะต้องใช้ประกอบการร่างฟ้อง และกำหนดเรื่องค่าทดแทนที่จะเรียกร้อง เช่น สำเนาใบสำคัญการสมรส สำเนาบัตรประชาชน ของผู้ฟ้องคดี สำเนาใบเปลี่ยนชื่อของเรา หรือของคู่สมรส ทะเบียนบ้าน ของผู้ฟ้องคดี สูติบัตร (เฉพาะในกรณีมีบุตรด้วยกัน) หลักฐานเกี่ยวกับอาชีพรายได้ของเราและคู่สมรส เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน หลักฐานเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาของเราและคู่สมรส เช่น สำเนาใบปริญญาบัตร หลักฐานเกี่ยวกับการมีฐานะทางสังคมของเรา และคู่สมรส เช่น การดำรงตำแหน่งนักการเมือง การประกอบอาชีพดารา หรืออาชีพที่มีคนรู้จักเป็นจำนวนมาก หลักฐานเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงาน ทั้งนี้หากหลักฐานบางอย่างไม่มี ก็ยังไม่เป็นไร ยกเว้นอย่างเดียวคือต้องมีใบสำคัญการสมรส หรือหลักฐานการสมรส ถึงจะสามารถฟ้องได้ หลักฐานเกี่ยวกับการเป็นชู้ ซึ่งหมายถึงพยานหลักฐานที่จะชี้ให้เห็นว่า ชู้กับคู่สมรสมีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวกันจริง เช่น หลักฐานการสนทนากันระหว่างชู้กับคู่สมรส ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ เฟสบุ๊ก ( อ่านเพิ่มเติม เรื่อง การนำพยานหลักฐานอิเล็กโทรนิกส์มาใช้ในชั้นศาล ) หลักฐานรูปคู่ วีดีโอ ภาพถ่ายที่ได้จากการสืบชู้ ทีแสดงให้เห็นว่าตัวชู้กับคู่สมรส มีความสัมพันธ์กัน ( อ่านเพิ่มเติม เรื่อง การหาพยานหลักฐานประเภทกล้องจรปิดมาใช้เป็นพยานในชั้นศาล ) หลักฐานการเดินทางไปสถานที่ต่างๆของคู่สมรส เช่น ใบเสร็จค่าที่พัก หลักฐานบันทึกการเดินทางจาก google map หลักฐานการเข้าพักโรงแรมต่างๆ หลักฐานเกี่ยวกับการซื้อของให้กันระหว่างชู้กับคู่สมรส เช่นใบเสร็จรับโอน หลักฐานเกี่ยวกับการโอนเงินให้กันระหว่างคู่สมรส ใบเสร็จการโอนเงิน หรือสลิปการโอน หลักฐานการถ่ายรูปของชู้ ที่เป็นรูปเดี่ยว แต่อยู่ในสถานที่ของคู่สมรส หรือรูปถ่ายติดทรัพย์สินของคู่สมรส เช่นถ่ายแล้วติดรูปรถยนต์ รูปคอนโด รูปนาฬิกา รูปมือถือ ที่เป็นของคู่สมรส พยานบุคคลที่รู้เห็นการเป็นชู้ หลักฐานการฟ้องชู้ กรณีสามีเป็นคนฟ้อง กรณีสามีเป็นคนฟ้องชู้นั้น หลักฐานเกี่ยวกับการฟ้องชู้ ไม่จำเป็นต้องแสดงให้เห็นว่า ทั้งสองฝ่ายมีการแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ทำนองชู้สาวกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นการคบหาโดยเปิดเผยในที่สาธารณะ หรือมีบุคคลอื่นรู้ ดังนั้นเพียงมีหลักฐานการสนทนาผ่านโปรแกรมไลน์หรือเฟสบุ๊ก ที่แสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายแอบคบหาและมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว หรือรูปถ่ายส่วนตัวที่ไม่ได้เผยแพร่ หลักฐานที่แสดงว่าทั้งสองฝ่ายไปอยู่ด้วยกันในโรงแรมสองคน เช่นนี้ก็สามารถฟ้องร้องได้แล้ว หลักฐานการฟ้องชู้ กรณีภรรยาเป็นคนฟ้อง กรณีภริยาเป็นคนฟ้องชู้นั้น หลักฐานเกี่ยวกับการเป็นชู้ นอกจากจะแสดงให้เห็นว่า ชู้กับคู่สมรสมีความสัมพันธ์กันในทำนองชู้สาวแล้ว ยังต้องมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า มีการแสดงตัวโดยเปิดเผย และมีบุคคลอื่นๆรับรู้ถึงความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวระหว่างชู้กับคู่สมรสอีกด้วย หลักฐานเรื่องการแสดงตัวโดยเปิดเผยนั้น ไม่จำเป็นต้องชัดเจนถึงขั้นมีการควงคู่กันออกงานต่างๆ มีการลงรูปในสื่อออนไลน์ เช่น เฟสบุ๊ก อินสตราแกรม หรือต้องจัดงานแต่งงาน เสมอไป แต่ถ้าหากฝ่ายภริยาสามารถนำสืบได้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างชู้กับสามีนั้น มีบุคคลอื่นๆอีกหลายคนรับรู้ ไม่ใช่เป็นการคบหากันแบบลับๆ หรือชั่วครั้งชั่วคราว โดยไม่มีใครทราบ ก็เพียงพอที่จะฟ้องคดีได้แล้ว ดังนั้นความเข้าใจที่ว่าการฟ้องชู้ของภรรยานั้นจะต้องมีหลักฐานถึงขั้น มีเพศสัมพันธ์กัน หรือต้องมีการเปิดตัวในที่สาธารณะ อย่างเดียวนั้น ยังเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะถ้าฝ่ายภรรยาสามารถนำสืบได้ว่าถึงแม้จะเป็นการแอบคบหากัน แต่ก็แอบแบบไม่มิดคนอื่นทั่วไปก็ยังรู้กันอยู่ และยังคบหากันเป็นประจำ เช่นนี้ภรรยาก็ยังสามารถฟ้องได้ การหาพยานหลักฐานในการฟ้องคดีชู้นั้น มีหลายวิธี เช่น ตรวจสอบจาก google maps ว่าสามีเดินทางไปที่ไหนบ้าง สืบหาพยานหลักฐานต่อว่าสามีเดินทางไปที่ไหน ติดตั้ง GPS ติดตามรถยนต์ของชู้หรือคู่สมรสเพื่อทราบว่าเดินทางไปสถานที่ไหนบ้าง ขอหมายเรียกกล้องวงจรปิดไปยังสถานที่ต่างๆที่ทราบข้อมูลมาว่า คู่สมรสกับชู้อยู่ด้วยกัน (อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความเรื่อง การขอออกหมายเรียกกล้องวงจรปิดเพื่อใช้นำสืบในคดีชู้ ) หาหลักฐานใบเสร็จสลิปการโอนเงิน ที่แสดงให้เห็นความเชื่อมโยงและความสัมพันธ์ระหว่างชู้กับคู่สมรส หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการไปพักยังสถานที่ต่างๆ เช่นกันจองที่พักตามแอพพลิเคชั่นเช่น travelgoda ,agoda หลักฐานรูปถ่ายดูคลิปวีดีโอ ที่อาจจะมีการ backup ไว้application ที่เป็นระบบ cloud เก็บรูปภาพ ต่างๆ เช่น google photo ,apple ID , dropbox สืบตามสื่อออนไลน์ต่างๆของตัวชู้และสามี เช่น facebook instagram twitter โดยสืบหาว่ามีการลงรูปคู่กันในทำนองชู้สาวหรือไม่ และสืบหาว่าเดินทางไปสถานที่ไหนบ้างเพื่อตามสืบต่อไป ให้ทีมงานตามสืบการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆของสามีและตัวชู้ สูติบัตรหรือทะเบียนบ้านของชู้ เพื่อสืบว่าชู้กับคู่สมรส มีบุตรด้วยกันหรือไม่ คลิปเสียงการสนทนาซึ่งมีการบันทึกไว้ในโทรศัพท์ ,ตรวจสอบหลักฐานการโทรเข้าโทรออกในโทรศัพท์ของคู่สมรส
A: กรณีมีแค่แชทยอมรับว่าเป็นชู้กันจริงก็สามารถนำไปฟ้องชู้เพื่อเรียกค่าทดแทนได้ครับ ซึ่งหากชู้ไปรับในชั้นศาลอีกก็สามารถสืบเรื่องค่าเสียหายได้เลยครับ // แต่หากชู้ไปปฏิเสธในชั้นศาล การนำสืบอาจจะยากครับ เพราะมีเพียงแค่แชทยอมรับ โดยไม่มีภาพถ่ายคู่ หรือหลักฐานอื่น ๆ ครับ


