Q

สามารถเรียกร้องสิทธิ เลี้ยงดูบุตร จาก ฝ่ายชาย (คนอังกฤษ) ที่ไม่ได้รับผิดชอบบุตรตามกฏหมายได้หรือไม่

เกือบ 2 ปีที่ผ่านมา
123 เข้าชม

ดิฉัน ได้รู้จักกับ พ่อของบุตร เมื่อปลายปี 2014 ปี และในปี 2015 โดยนาย A (นามสมมุติ) พยายามตามจีบและขอมีความสัมพันธ์ด้วยจนกระทั่งเริ่มคบหาดูใจกันเมื่อกลางปี 2015 เป็นความสัมพันธ์ที่ ตกลงตัดสินใจอยู่ด้วยกัน เนื่องจากฝ่ายชายขอให้อาศัยอยู่ด้วย แต่ฝ่ายชายไม่ได้อาศัยถาวร เนื่อจากทำงานบนเรือต้องเดินทางไปมา เเละไม่ได้กลับอังกฤษ บ่อยครั้ง / คอนโดที่อาศัย อยู่ย่านสุขุวิท จนกระทั่งเมื่อ เดือน ธันวาคม 2015 พ่อของบุตรได้ขอหมั้น หลังจากนั้นในเดือนมกราคม 2016 ดิฉันได้ตรวจพบการตั้งครรภ์ ใน 6 สัปดาห์ โดย นาย A รับทราบ และยินยอมรับผิดชอบ จะดูบุตรด้วยกัน จนกระทั่งเวลาผ่านไป ระยะครรภ์มีอายุ เกือบ 3 เดือน ได้มีการหา รพ เพื่อฝากครรภ์ และตรวจพบ เด็กในครรภ์มี อวัยวะครบถ้วน โดย ช่วง ประมาณ มีนา-เมษา (ม่ทราบระยะเวลาที่เเน่ชัด) นาย A ได้สารภาพ ผ่านโทรศัพท์ WhatsApp (ไม่ได้เก็บแชทหลักฐาน) ความจริงว่าตน มีครอบครัว แล้วที่อังกฤษ คือ ภรรยาคนไทย กับลูกสาว อีก 2 คน คนเเรกอายุ 13 เเละ คนเล็ก อายุ 3 -4 ขวบ (ไม่เเน่ชัดในช่วงนั้น) หลังจากทราบความจริง เราได้มีปากเสียงกัน เนืองจากเป็นระยะเวลา ช่วงหนึ่งที่ดิฉันไว้ใจ ตกลงเปิดเผยความสัมพันธ์ แต่ถูกหลองลวงมาตลอด เเละ ดิฉันตกลงเเล้วว่าต้องการตัดความสัมพันธ์ โดยไม่ต้องการให้นายAทำผิดเพื่อเลิกกับภรรยา แต่ นาย A จะต้องรับผิดชอบ บุตร โดยนาย A ยืนยัน รับผิดชอบ จัดการค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ในระหว่างที่ดิฉันไม่สามารถทำงานได้ แต่ นายA ขอไม่ระบุชื่อ ในใบเกิด เพราะไม่ต้องการให้ฝ่ายภรรยาเเละบ้านที่อังกฤษของตนรู้ ดิฉันตัดสินใจเก็บเด็กไว้ เนื่องจาก อายุครรภ์4 เดือน ไม่กล้ายุติ ครรภ์ เพราะมีความกังวล จะเสียชีวิต จนกระทั่งช่วงไกล้คลอด นายA ได้ เดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ และได้หายจากการติดต่อไปช่วงวันที่ดิฉันคลอดลูก ในวันที่ 27/8/2016 เวลา 2 ทุ่ม หลังจากนั้น นายA ติดต่อกลับมา เเละขอยุติ เรื่องทั้งหมด ภายหลัง โดยให้เหตุผล ว่า ป่วย และไม่ทราบว่าจะได้กลับมาใช้ชีวิต ดังเดิมหรือไม่ เเต่ เหตุผลทุกอย่าง ไม่เคยมีการส่งหลักฐานมาให้ดิฉัน มีเเต่ใช้ อีเมลล์ติดต่อกันคือ โดยในช่วงปีเเรก ของ 2016 มีการรับผิดชอบเงินก้อนมาให้ที่ 90K จากนั้น หลังจาก ปี 2016 ดิฉันมีการติดต่อ ผ่านอีเมลล์อยู่บ่อยครั้งเพื่อขอความช่วยเหลือ และนาย A อ้างเหตุผลเดิมว่า ป่วย เเละอยู่ภายใต้ความดู แลของรัฐบาลอังกฤษ จนปัจจุบัน ซึ่งนั่นหมายความว่า นาย A ไม่ได้รับผิดชอบ บุตร ต้องการจจะหายจากเรื่องนี้ เเละ ปกปิด ข้อมูลทุกอย่าง เพื่อไม่ให้ติดตามตัวได้ หลังจากปี 2018 ดิฉัน ก็เว้นระยะห่างในการสอบถามไป เเละล้มเลิก การเรียกร้องใดๆ เพราะไม่ทราบ ว่าจะมีช่องทางไหนสามารถช่วยเหลือ ฆ Support บุตรของดิฉัน เเละ นาย Aได้ จนกระทั่งในช่วง เดือน กุมภา 2024 ที่ผ่านมา ดิฉันได้ติดต่อ สอบถามความรับผิดชอบไปอีกครั้ง และ นาย A ยังยยืนยันเช่นเดิมว่าตนป่วย และ ได้รับการดู แล จากรัฐบาลอังกฤษ. ณ ตอนนี้ บุตรชายของดิฉันอายุ 7 ขวบ โดยจะ 8 ขวบในปี 2024 นี้ คำถามคือ หากมีเพียงรูปถ่าย สถาณที่ที่ทำงานเก่าของฝ่ายชาย และ ชื่อจริงนามสกุล แต่ไม่ทราบ เลขที่ ID PASSPORT จะสามารถ ทำเรื่องร้องเรียนตรวจ DNA เพื่อขอให้ ฝ่ายชายรับผิดชอบบุตรได้หรือไม่ ? ไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับฝ่ายชาย ไม่มี โซเชี่ยล ติดต่อกันผ่านอีเมลล์อยย่างเดียว จะมีทางใด ที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมได้บ้าง ดิฉันประสงค์อยากให้บุตรชายได้สิทธิ์ สัญชาติ มองว่าจะเป็นประโยชน์กับบุตรในอนคต โดยดิฉันมิได้ประสงค์จะให้ ฝ่ายชาย แตกแยกกับครอบครัว หรือทำความเดือดร้อนในเชิงส่วนตัว. หากกรณีที่กล่าวมา รัฐบาลอังกฤษ จะสามารถช่วยเหลือ หรือ ดำเนินการใดๆ ได้บ้างหรือไม่ หาก สามารถตรวจ DNA และระบุได้ว่าเป็นบุตรของนาย A ตามจริง ? ฝ่ายชายเคยรับผิดชอบเมื่อตอนยังไม่ป่วย แต่ปัจจุบันยังอ้างว่าตนป่วย แต่ไม่สามารถหาความจริง หรือ หลักฐานได้ว่า ป่วยจริง ณ ปัจจุบัน บุตรชายของข้าพเจ้ามีอายุ 7 ปี อยู่ในความดูแลของมารดา 100เปอเซนต์ เพราะ ฝ่ายชายไม่ขอเซนรับรองบุตร เมื่อในวันคลอด ก็ไม่ได้รับผิดชอบเรื่องเอกสารใดๆ และไม่เคยจดทะเบียนสมรสกัน มีเพียงรูปถ่ายที่ถูกฝ่ายชายขอหมั้น เมื่อปี 2015 ข้าพเจ้าจะมีเเนวทางใดสามารถทำเรื่องยื่นฟ้องศาล เพื่อขอค่าเลี้ยงดูบุตร ได้หรือไม่ ? หากมีแนวทางเป็นไปได้ ดิฉันจะต้องหา งินเพื่อมาดำเนินการเรื่องนี้หรือไม่ อย่างไร โปรดช่วยชี้แนะเเนวทาง ด้วยค่ะ สาเหตุที่ออกมาใช้สิทธิ หาทางออกให้บุตรเนื่องจาก บุตรเริ่มมีอายุ มากขึ้น และ ดิฉันเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมาตลอด รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมกับเรื่องราวนี้ อยากจะหาทางสู้เพื่อสิทธิ์ ของบุตรชายอีกครั้งค่ะ

คำตอบจากทนาย (1)


A: กรณีบิดาไม่ให้ความยินยอมในการรับรองบุตร จะต้องฟ้องต่อศาลเป็นคดีฟ้องให้รับรองบุตร แย่งอำนาจปกครองและเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูได้ กรณีนี้บิดาเป็นชาวต่างชาติและไม่ได้อาศัยอยู่ในประเทศไทย แนะนำว่าควรติดต่อสถานทูตของประเทศที่บิดาอาศัยอยู่เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้างหากต้องการฟ้อง เพราะบิดาเป็นชาวต่างชาติการรับเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายต้องเป็นไปตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย มาตรา 29 วางหลักไว้ว่า "การเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งสัญชาติสามีของมารดาขณะบุตรนั้นเกิด..." และมาตรา 31 วางหลักไว้ว่า การรับเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของบิดาในขณะรับเป็นบุตร..." อาการป่วยของฝ่ายชายมิใช่ข้อยกเว้นในการไม่รับผิดชอบเลี้ยงดูบุตร หากมีพฤติการณ์เข้าข้อสันนิษฐานข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อเพื่อให้เห็นว่าเด็กเป็นบุตรของบิดา เช่น เคยโอนเงินให้เป็นค่าเลี้ยงดูมาก่อนจริง มีหลักฐานว่าเคยอาศัยอยู่กินกันกับฝ่ายหญิง มีการโพสต์ลงโซเชี่ยลหรือมีรูปคู่แสดงออกว่าอยู่กินกันก่อนและในระหว่างตั้งครรภ์ ก็สามารถบรรยายในคำฟ้องให้ศาลรับพิจารณาประกอบกับกฎหมายการขัดกันตามที่ได้กล่าวไว้ ในส่วนของค่าดำเนินการอาจต้องคุยกับทนายความของท่านเพื่อตกลงค่าใช้จ่ายกันเอง ทนายความแต่ละท่านจะเรียกค่าว่าความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กัความซับซ้อน ยากง่ายของคดีค่ะ

เผยแพร่เมื่อ: 2024-06-04

คำถามที่คุณอาจสนใจ

Loading...