ลูกได้นามสกุลของใคร
บิดามารดาได้แต่งงานกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และนามสกุลไม่เหมือนกัน และบิดาไม่ได้รับรองบุตร แต่ตอนลูกคลอดบิดาได้อยู่ในโรงพยาบาลด้วย โรงพยาบาลแจ้งเกิดให้โดยบิดามารดาแจ้งชื่อกับโรงพยาบาล และโรงพยาบาลแจ้งข้าราชการที่รับจดทะเบียนเกิดต่อ แต่บิดามารดาแจ้งแค่ชื่ออย่างเดียว ไม่ได้แจ้งนามสกุลด้วยเนื่องจากไม่ได้ตกลงกันว่าจะให้ลูกใช้นามสกุลของใคร ใบสูติบัตรออกมานามสกุลของลูกเป็นนามสกุลของบิดา ตามกฎหมายไทยปี 2546 ถ้าเป็นกรณีนี้ ลูกต้องได้นามสกุลของมารดาโดยอัตโนมัติไม่ใช่หรือคะ (ลูกเกิดปี 2546) พอดีบิดามารดาไม่ได้แจ้งว่าทั้งคู่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันและบิดาไม่ได้รับรองบุตร ลูกเลยได้นามสกุลของบิดาเนื่องจากโรงพยาบาลและข้าราชการที่รับจดทะเบียนเกิดไม่ทราบว่าบิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันและบิดาไม่ได้รับรองบุตร แต่ไม่ทราบว่านามสกุลที่จดไปนั้น โรงพยาบาลแจ้งหรือข้าราชการที่รับจดทะเบียนเกิดจดให้ แบบนี้ถือว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมายไทยปี 2546 ใช่ไหมคะ และถ้าใช่ ใครผิดคะ ข้าราชการที่รับจดทะเบียนเกิดผิดที่ไม่ตรวจสอบสถานะการสมรสและการรับรองบุตรก่อนจดนามสกุล หรือโรงพยาบาลผิดที่แจ้งนามสกุลของบิดาไปทั้ง ๆ ที่บิดามารดาไม่ได้แจ้งว่าจะให้ลูกใช้นามสกุลของใคร
คำตอบจากทนาย (2)
A: เมื่อบิดาไม่ได้โต้แย้งทางโรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนราษฎร ถือได้ว่าฝ่ายชายได้ทำการรับรองบุตรโดยปริยาย ส่วนแม่เป็นมารดาที่ชอบด้วนกฎหมายของบุตรเสมอ ดังนั้นการที่จะใช้นามสกุลของพ่อหรือแม่ก็แล้วแต่จะตกลงกันครับ
A: การที่บิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันมีผลเพียงทำให้บุตรเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของมารดาเท่านั้น มารดาจึงมีสิทธิให้บุตรใช้นามสกุลตนเอง หรือแจ้งในสูติบัตรโดยไม่ให้ระบุชื่อบิดาได้ แต่กรณีนี้เมื่อบิดาอยู่ด้วยขณะคลอด บิดาอาจได้แจ้งเกิดและรับรองว่าเป็นบุตรของตนในสูติบัตร จึงสามารถให้บุตรใช้นามสกุลได้ และเป็นผลให้บุตรถือเป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว ซึ่งโดยส่วนมากเมื่อมีการแจ้งเกิดหากมีบิดานายทะเบียนมักให้บุตรใช้นามสกุลบิดาครับ เว้นแต่ มารดาจะแจ้งว่าให้ใช้นามสกุลของตน / ทนายแนะนำว่าสำหรับกรณีบิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน การที่บิดามีชื่อในสูติบัตรและให้บุตรใช้นามสกุล ถือเป็นประโยชน์แก่ตัวบุตรแล้วครับ เนื่องจากทำให้บุตรเกิดสิทธิในการรับมรดกของบิดาได้ครับ


