
กล้องวงจรปิดเพื่อนบ้านหันเข้าหาบ้านเรา ละเมิดความเป็นส่วนตัวไหม?
ในปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีมากมายที่มีขึ้นเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้แก่มนุษย์ กล้องวงจรปิดก็เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยในการสอดส่องดูแลความปลอดภัย แต่ว่าหากมองในอีกแง่มุมหนึ่ง มันก็มีประเด็นทับซ้อนในเรื่องของความเป็นส่วนตัวด้วย บทความนี้จะพาทุกท่านมาดูว่าการติดกล้องวงจรปิดที่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นอย่างไร และกรณีติดกล้องวงจรปิดหันเข้าหาบ้านเพื่อนบ้านหรือถนนเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวหรือไม่
ติดกล้องวงจรปิดแบบไหนจึงจะถูกต้อง

เรื่องการติดกล้องวงจรปิดดูเป็นเรื่องที่ไม่มีอะไรมาก แค่ศึกษาหายี่ห้อกล้องวงจรปิดดี ๆ ก็สามารถติดตั้งได้แล้ว ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะคนเรามีเสรีภาพในการจะกระทำการต่าง ๆ เพียงแต่ต้องคำนึงถึงสถานที่และวัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องวงจรปิดด้วย เพราะการติดตั้งในบริเวณที่ส่วนบุคคลกับพื้นที่สาธารณะมีรายละเอียดการดำเนินการที่แตกต่างกันคล้ายกับกรณีพวกกล้องหน้ารถ ซึ่งจำเป็นจะต้องคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของบุคคลอื่น ๆ ด้วย เพราะในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 32 ที่วางหลักคุ้มครองสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัวไว้แล้ว นอกจากนี้ยังมีกฎหมายเฉพาะที่คุ้มครองเรื่องของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
1. หลักการเบื้องต้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
โดยหลักการเบื้องต้น การติดตั้งกล้องวงจรปิดเป็นการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นกล้องบันทึกภาพ ภาพเคลื่อนไหว หรือทั้งภาพเคลื่อนไหวและเสียง ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือที่รู้จักกันในชื่อ กฎหมาย PDPA
กฎหมายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่เจ้าของข้อมูลจากการถูกละเมิด ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยขึ้นในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าเช่นนี้ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้กับการเก็บรวบรวม การเปิดเผย หรือการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลโดยผู้เก็บรวบรวมข้อมูลที่อยู่ในราชอาณาจักร (ไม่สนว่าจะทำในหรือนอกราชอาณาจักร) ตามที่วางหลักไว้ในมาตรา 5 ของกฎหมายดังกล่าว โดยคำว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล” ในที่นี้ได้วางหลักนิยามไว้ในมาตรา 6 ว่าเป็นข้อมูลบุคคลเกี่ยวกับบุคคลที่จะทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
ดังนั้น เรื่องของการติดกล้องวงจรปิดจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล อันเป็นประเด็นสำคัญที่ควรคำนึง เพราะมันเป็นข้อมูลสำคัญที่หากถูกนำไปใช้หรือเปิดเผยในบางกรณีอาจจะสร้าง
ความเสียหายแก่เจ้าของข้อมูลได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3782/2564 เป็นเรื่องการหมิ่นประมาทของเอกชนกับเอกชน ซึ่งโจทก์ได้แอบบันทึกเสียงการสนทนาของจำเลย โดยที่จำเลยไม่ทราบว่ามีการบันทึกเสียงระหว่างการสนทนา ต่อมาบันทึกการสนทนานี้และข้อความจากการถอดเทปถูกนำมาใช้เป็นพยานหลักฐาน ทว่าการกระทำนี้เป็นการกระทำที่กระทบกระเทือนต่อสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลของจำเลยอย่างชัดแจ้ง แม้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาจะห้ามไม่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐแสวงหาพยานหลักฐานโดยมิชอบแบบนี้ และไม่ได้ห้ามไม่ให้บุคคลธรรมดาใช้วิธีนี้ แต่ศาลก็ไม่รับฟังพยานหลักฐานดังกล่าว เพราะพฤติการณ์ของความผิดในคดีไม่ใช่เรื่องร้ายแรงที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือประโยชน์สาธารณะ และลักษณะของคดียังมีวิธีการอื่นที่จะหาพยานหลักฐานได้ด้วยวิธีที่สุจริต ศาลจึงไม่รับฟังบันทึกการสนทนานี้และข้อความจากการถอดเทปการสนทนาเป็นหลักฐานพิสูจน์ความผิดของจำเลย
จากคำพิพากษาดังกล่าวจะเห็นได้ว่าทั้งกฎหมายและศาลต่างให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนบุคคล อันเป็นเรื่องสำคัญของสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลที่กฎหมายมุ่งคุ้มครองเป็นหลัก แม้จะมีการยกเว้นรับฟังหลักฐานที่มีการละเมิดสิทธิเสรีภาพ แต่ต้องเป็นคดีที่มีความสำคัญ เช่น กระทบความมั่นคงรัฐหรือเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ จึงจะสามารถรับฟังพยานหลักฐานประเภทนี้ได้
นอกจากนี้ การจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจึงต้องทำตามที่กฎหมาย PDPA กำหนด โดยวางหลักดังกล่าวไว้ในมาตรา 19 ที่กำหนดให้ต้องมีการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเสมอ และในการขอทุกครั้งจำเป็นต้องแจ้งวัตถุประสงค์เสมอ
2. การติดตั้งกล้องวงจรปิดในบริเวณต่าง ๆ
พื้นที่ในการติดตั้งกล้องวงจรปิดก็ทำให้รายละเอียดทางกฎหมายแตกต่างกัน เราจึงขอแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้
- การติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่ส่วนบุคคล
ในพื้นที่ส่วนบุคคลไม่ค่อยเป็นประเด็นปัญหาเท่าไร เพราะเป็นการติดไว้ในที่อยู่อาศัยเพื่อสอดส่องความปลอดภัย จึงได้รับการยกเว้นตามมาตรา 4 (1) ของกฎหมาย PDPA ที่วางหลักยกเว้นไม่ต้องบังคับใช้กฎหมายนี้ เพราะเป็นกรณีที่การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ทำการเก็บเอง
เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อกิจกรรมในครอบครัวของบุคคลนั้นเท่านั้น
- การติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่สาธารณะ
พื้นที่สาธารณะ เช่น ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า บริษัทหรือหน่วยงานต่าง ๆ เป็นพื้นที่
ที่บุคคลที่สามสามารถเดินเข้าออกได้ จึงไม่ได้เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 4 เมื่อเป็นเช่นนี้การจะติดตั้งกล้องวงจรปิดจึงต้องทำการขอความยินยอมพร้อมแจ้งวัตถุประสงค์ตามมาตรา 19 ก่อน
ทั้งนี้ ในพื้นที่สาธารณะที่มีคนมากมาย การจะขอความยินยอมเป็นคน ๆ ไปก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจทำได้ กฎหมายเลยให้ทำโดยการติดประกาศ หรือที่เรียกว่า CCTV Notice เพื่อเป็นการแจ้งให้ผู้ที่จะเข้ามาในบริเวณนั้นทราบว่ามีการติดตั้งกล้องวงจรปิดและบอกวัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูลดังกล่าวด้วย ซึ่งข้อความในส่วนของการขอความยินยอมต้องแยกชัดจากส่วนอื่น มีข้อความที่เข้าใจได้ง่าย ตามที่วางหลักในมาตรา 19 ของกฎหมาย PDPA และต้องมีรายละเอียดอื่น ๆ ตามมาตรา 23 เช่น ลักษณะข้อมูลที่เก็บ ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูล บุคคลหรือหน่วยงานที่ข้อมูลส่วนบุคคลอาจจะถูกเปิดเผย หรือข้อมูลของผู้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น
การติดประกาศแจ้งนี้ไม่จำเป็นต้องติดไว้ทุกที่ตามจุดที่ติดกล้องวงจรปิด แต่สามารถติดไว้ในที่ทุกคนสามารถมองเห็นและรับทราบได้ เช่น ทางเข้าร้าน และแม้ว่าจะติดประกาศนี้แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถติดตรงไหนก็ได้ ควรคำนึงถึงความเหมาะสมด้วย
กรณีติดกล้องวงจรปิดหันเข้าหาบ้านเพื่อนบ้านหรือถนน ละเมิดความเป็นส่วนตัวหรือไม่

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นการติดกล้องวงจรปิดในพื้นที่ของตัวเอง ไม่ได้เป็นการละเมิดอะไร ทว่าการที่หันกล้องไปยังบ้านของเพื่อนบ้านหรือถนนที่เป็นทางสาธารณะก็เข้าข่ายการละเมิดความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่องเข้าไปยังบ้านคนอื่น ซึ่งกรณีเหล่านี้ไม่เข้าข่ายได้รับการยกเว้นไม่บังคับใช้กฎหมาย PDPA ตามมาตรา 4 ของกฎหมายดังกล่าว
ทั้งนี้ กรณีติดตั้งกล้องให้หันออกไปบริเวณถนนอาจยังสามารถทำได้ หากมีการติดประกาศแจ้งไว้ตามกรณีอย่างการติดกล้องวงจรปิดในบริเวณพื้นที่สาธารณะ คือ แจ้งว่ามีการติดตั้ง การขออนุญาตเก็บข้อมูล และรายละเอียดอื่น ๆ ตามที่กฎหมาย PDPAกำหนด
บทลงโทษตามกฎหมาย
ในการละเมิดความเป็นส่วนตัวนี้มีบทลงโทษอยู่ในกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่
- กฎหมาย PDPA
ในหมวด 6 จะเป็นความรับผิดทางแพ่ง มาตรา 77 วางหลักว่า ผู้เก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลที่ฝ่าฝืนหรือไม่ทำตามพระราชบัญญัติฉบับนี้อันทำให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้นให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น กล่าวคือหากการเก็บข้อมูลนั้นทำให้เกิดความเสียหาย ผู้ได้รับความเสียหายก็สามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนได้
นอกจากนี้ ยังมีโทษทางปกครองอีกด้วย โดยตามมาตรา 82 ผู้ควบคุมข้อมูลที่ไม่ทำตามมาตรา 23 ที่ว่าด้วยรายละเอียดของการแจ้งข้อมูลให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ หรือการไม่ขอความยินยอมตามรายละเอียดในมาตรา 19 วรรคสาม หรือไม่แจ้งผลกระทบจากการถอนความยินยอมตามมาตรา 19 วรรคหก ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกิน 1,000,000 บาท และโทษทางปกครองอีกมาตราอย่างมาตรา 83 ที่หากไม่ปฏิบัติตามมาตรา 21 หรือ มาตรา 22 อันว่าด้วยเรื่องการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลให้ตรงตามวัตถุประสงค์ ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกิน 3,000,000 บาท
- กฎหมายอาญา มาตรา 397
นอกจากกฎหมายเฉพาะอย่างกฎหมาย PDPA ลักษณะการติดตั้งกล้องวงจรปิดแล้วหันกล้องไปทางบ้านผู้อื่นก็ยังอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 เนื่องจากอาจมีลักษณะเป็นการคุกคามหรือทำให้เดือดร้อนรำคาญได้ ซึ่งความผิดในมาตรานี้ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
บทความที่คุณอาจสนใจ
- ตัดกิ่งไม้ข้างบ้านที่ล้ำเข้ามาในที่เราเองได้ไหม จะมีความผิดหรือไม่?
- เพื่อนบ้านมาทิ้งขยะหน้าบ้าน เป็นการละเมิดสิทธิไหม ฟ้องได้รึเปล่า
- 5 ข้อกฎหมายต้องรู้ไว้ รับมืออย่างไรเมื่อข้างบ้านเสียงดังรบกวน
สรุปโทษของกรณีติดกล้องวงจรปิดหันเข้าหาบ้านของเพื่อนบ้าน หรือบริเวณถนน

1. โทษตามกฎหมาย PDPA
- ทางแพ่ง : ค่าสินไหมทดแทน
- ทางปกครอง :
- มาตรา 82 โทษปรับทางปกครองไม่เกิน 1,000,000 บาท
- มาตรา 83 โทษปรับทางปกครองไม่เกิน 3,000,000 บาท
2. โทษตามกฎหมายอาญา
- มาตรา 397 : ปรับไม่เกิน 5,000 บาท
เรื่องปัญหากล้องวงจรปิดหันเข้าบ้านของผู้อื่นหรือบนท้องถนน ในแง่หนึ่งมันก็มีประโยชน์ในเรื่องต่าง ๆ แต่อีกแง่หนึ่งก็เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน เพราะมันเกี่ยวข้องกับเรื่องความเป็นส่วนตัว ดังนั้น ผู้ที่จะติดกล้องวงจรปิดควรคำนึงถึงสิทธิของผู้อื่นด้วย และต้องทำตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจตามมา ซึ่งในเรื่องนี้เราก็มีกฎหมายเฉพาะอย่าง กฎหมาย PDPA คุ้มครองเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ หากไม่ทำตามก็บทลงโทษตามมา ทั้งจากกฎหมายเฉพาะและกฎหมายทั่วไป
สุดท้ายนี้หากใครประสบปัญหาการถูกละเมิดสิทธิในเรื่องนี้ การแก้ปัญหาอาจจะเริ่มจากการพูดคุยกันก่อน แต่หากไม่ได้ผลก็ควรเก็บรวบรวมหลักฐานและดำเนินการต่อไป เช่น แจ้งความดำเนินคดีหรือการส่ง
คำร้องเรียนแจ้งไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ให้พิจารณาข้อร้องเรียน เป็นต้น
⭐️ ปรึกษาทนายเบื้องต้นฟรี ง่ายๆผ่านทาง Free Q&A โดยไม่จำเป็นต้องระบุตัวตน
ปรึกษาทนายตัวจริง
สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว


