ทำสัญญาประนีประนอมยอมความอย่างไร ให้ผูกพันและบังคับคดีได้.png
เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-13

โดนเผยแพร่ภาพลับ/คลิปหลุดโดยไม่ยินยอม จะแจ้งลบและดำเนินคดีอาญาอย่างไร

การเผยแพร่ภาพลับหรือคลิปส่วนตัวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นหลายครั้งในยุคนี้ โดยการเผยแพร่ที่ผู้ถูกถ่ายไม่ยินยอม เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลขั้นรุนแรง โดยในปัจจุบันเข้าข่ายความผิดอาญาหลายบท ทั้งตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์(พรบ.คอมพิวเตอร์) และประมวลกฎหมายอาญา 

การเผยแพร่ภาพลับ คลิปหลุด เป็นความผิดอาญาฐานใด

การเผยแพร่ภาพลับหรือคลิปหลุดโดยไม่ยินยอม เป็นกระทำความผิดอาญากรรมเดียวมีความผิดอาญา 2 ฐานคือ

ความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา 

ทำสัญญาประนีประนอมยอมความอย่างไร ให้ผูกพันและบังคับคดีได้ (2).png

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา  328 บัญญัติว่า “ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท” 

ความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยโฆษณาจึงมีองค์ประกอบความผิดดังนี้

  • ผู้กระทำกระทำการหมิ่นประมาท ซึ่งการหมิ่นประมาทจะอยู่ในมาตรา 326 หมายความว่า เป็นการใส่ความผู้อื่นซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่การพูดกล่าวว่าร้าย ซึ่งการใส่ความนั้นน่าจะทำให้ผู้อื่นที่ว่าเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
  • การหมิ่นประมาทที่ทำ ทำด้วยการโฆษณาผ่านเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น

การเผยแพร่ภาพลับหรือคลิปหลุด จึงจะเป็นการกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยโฆษณาก็ต่อเมื่อ เป็นการกระทำที่มีลักษณะใส่ความผู้อยู่ในภาพหรือคลิป ซึ่งต้องเป็นภาพหรือคลิปที่ทำให้เขาอับอาย จึงถือว่าน่าจะเสียชื่อเสียงได้แล้ว และเมื่อกระทำด้วยการแพร่ภาพหรือคลิป โดยเข้าบทฉกรรจ์ตามมาตรา 328 ซึ่งโทษหนักขึ้น

ตอนที่แจ้งความและฟ้อง จึงต้องมีพยานหลักฐานที่พิสูจน์ให้ได้ด้วยว่า คลิปหรือภาพนั้น จะทำให้เราเสียชื่อเสียงยังไง เพราะเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของการหมิ่นประมาท

บทความที่คุณอาจสนใจ


ความผิดฐานนำข้อมูลลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

ทำสัญญาประนีประนอมยอมความอย่างไร ให้ผูกพันและบังคับคดีได้ (3).png

ความผิดฐานนำข้อมูลลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตามพรบ.คอมพิวเตอร์มาตรา 14 (4) บัญญัติว่า “ผู้ใดกระทำความผิดดังที่ระบุต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ … (4) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ …” 

ความผิดฐานนำข้อมูลลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์จึงมีองค์ประกอบความผิดดังนี้

  • ผู้กระทำนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ 

ตามพรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 3 หมายความว่า “อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมการทำงานเข้าด้วยกัน โดยได้มีการกำหนดคำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด และแนวทางปฏิบัติงานให้อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลโดย อัตโนมัติ” หรือก็คือ พวกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เช่น มือถือ, โน้ตบุ๊ก เครือข่ายที่เชื่อมต่อ Wi-Fi, อินเทอร์เน็ต 4G/5G พื้นที่เก็บข้อมูลที่อยู่ไกลออกไป เช่น Cloud, Server และโปรแกรมหรือแพลตฟอร์มที่ให้บริการ เช่น Facebook, IG, Line, X, YouTube ฯลฯ

  • การนำข้อมูลเข้าระบบคอมพิวเตอร์ ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ข้อมูลได้ อย่างการเผยแพร่ลงในแพลตฟอร์มสาธารณะในส่วนที่ผู้คนทั่วไปเข้าถึงได้ ซึ่งรวมทั้งแบบไม่มีค่าใช้จ่ายหรืออาจมีค่าใช้จ่าย ก็ได้ แต่หากแค่เผยแพร่ในที่ส่วนตัวที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงไม่ได้ก็จะไม่มีความผิดในส่วนนี้
  • ข้อมูลที่ว่าต้องเป็นข้อมูลลามก ซึ่งคำว่าลามก ซึ่งก็อาจมีความสับสนว่าขนาดไหนเป็นศิลปะ ขนาดไหนเป็นลามก โดยมีตัวอย่างการตีความโดยศาลฎีกา ในคำพิพากษาฎีกาที่ 3510/2531

ภาพหญิงยืนเปลือยกายกอดชาย ภาพหญิงสวมแต่กางเกงในโปร่งตามีผู้ชายนอนกอดมือโอบบริเวณทรวงอก ภาพหญิงเปลือยกายท่อนบนใช้มือจับหูโทรศัพท์กดที่อวัยวะเพศ ภาพหญิงเปลือยกายมีแหคลุมตัวมือข้างหนึ่งกุมนมอีกข้างหนึ่งกุีอวัยวะเพศ ภาพหญิงเปิดเสื้อให้เห็นนม ล้วงมือเข้าไปในกระโปรง ภาพหญิงเปลือยอกสวมกางเกงในมือล้วงไปที่อวัยวะเพศ และภาพหญิงเปลือยอกสวมกางเกงขาสั้น มือข้างหนึ่งล้วงไปจับที่อวัยวะเพศ ภาพดังกล่าวแม้ไม่เห็นอวัยวะเพศชัดเจนแต่ก็มีลักษณะส่อไปในด้านยั่วยุ กามารมณ์ และภาพหญิงเปลือยตลอดร่างซึ่งพอเห็นอวัยวะเพศได้บ้างถือได้ว่าเป็นภาพอัน ลามก ไม่ใช่ภาพศิลปะ ที่แสดงถึงส่วนสัดความสมบูรณ์ของร่างกาย 

ซึ่งเมื่อพิจารณาจากคำพิพากษาแล้ว ตีความได้ว่า สื่อลามก คือสื่อที่มีลักษณะส่อไปในด้านยั่วยุอารมณ์ทางเพศ หรือมีความอุจาดบัดสีทางเพศ ไม่ได้เน้นไปในการแสดงสัดส่วนความสมบูรณ์ของร่างกาย

การเผยแพร่ภาพลับหรือคลิปหลุด จะเป็นความผิดอาญาฐานนำข้อมูลลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ก็ต่อเมื่อ ภาพลับหรือคลิปหลุดที่ว่า มีความเป็นสื่อที่มีลักษณะส่อไปในด้านยั่วยุอารมทางเพศ หรือมีความอุจาดบัดสีทางเพศ และการแพร่ภาพหรือคลิป อยู่ในลักษณะที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ แม้อาจต้องมีค่าใช้จ่ายก็ตาม 

และสำหรับผู้ที่ช่วยเผยแพร่ภาพ หรือคลิปดังกล่าว ก็สามารถถูกผู้เสียหายฟ้องให้ต้องรับผิดฐาน เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นข้อมูลลามก ตามพรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (5) ซึ่งมีระวางโทษเท่ากับการเผยแพร่ข้อมูลลามกตามพรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (4) 


การแจ้งลบ ต้องทำอย่างไรบ้าง

การแจ้งลบ ต้องดูว่า คลิปและภาพ ถูกเผยแพร่อยู่บนแพลตฟอร์มประเภทไหน

1.แพลตฟอร์มทางการ

หากเป็นแพลตฟอร์มทางการระดับโลก เราสามารถแจ้งลบผ่านระบบของแพลตฟอร์มได้โดยตรง เช่น Facebook Instagram Twitter/X TikTok Google YouTubeซึ่งก็อาจต้องยื่นหลักฐานประกอบเล็กน้อยว่านั่นคือภาพหรือคลิปที่มีตัวเราปรากฎ โดยแพลตฟอร์มเหล่านี้ไม่สนับสนุนการลงภาพหรือคลิปของบุคคลโดยตัวบุคคลไม่ยินยอมอยู่แล้ว

2.แพลตฟอร์มไม่ทางการ

หากเป็นแพลตฟอร์มที่ไม่เป็นทางการ เช่น เว็บไซต์ที่ทำเอง เราก็สามารถแจ้งไปให้เขาลบได้ แต่เขาก็อาจจะไม่ลบก็ได้ เพราะเป็นแพลตฟอร์มส่วนตัว

3.ร้องทุกข์ต่อ ตำรวจไซเบอร์ (กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี : บช.สอท.)

อีกทางเลือกหนึ่งก็คือการร้องทุกข์ต่อ ตำรวจไซเบอร์ (กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี : บช.สอท.) เพื่อให้ตำรวจไซเบอร์ช่วยจัดการ โดยอาจต้องมีการแนบลิงค์คลิป/ภาพ หลักฐาน และอธิบายเพิ่มเติม เพื่อให้ทางตำรวจไซเบอร์จัดการเรื่องได้เร็วขึ้น และทางแพลตฟอร์มที่ตำรวจไซเบอร์ไปจัดการก็อาจถูกดำเนินคดีด้วย


การดำเนินคดีอาญา

ทำสัญญาประนีประนอมยอมความอย่างไร ให้ผูกพันและบังคับคดีได้ (4).png

ในส่วนของการดำเนินคดีอาญา หากต้องการดำเนินคดีผ่านตำรวจ ก็จะมีขั้นตอนคร่าว ๆ ดังนี้

1.ผู้เสียหายดำเนินการแจ้งความต่อสถานีตำรวจท้องที่ หรือตำรวจไซเบอร์ ตอนที่รู้ว่ามีคลิปหรือภาพหลุด แม้ว่าจะยังไม่รู้ตัวผู้ปล่อยก็ตาม

โดยสิ่งที่ควรเตรียมก็ยกตัวอย่างได้ดังนี้

  • บัตรประชาชน
  • หลักฐานภาพหรือคลิปที่ถูกเผยแพร่
  • รูปแบบการเผยแพร่ เช่น เผยแพร่ผ่านลิงค์อะไร
  • ข้อความข่มขู่ ถ้ามี

2.ให้ความร่วมมือกับตำรวจ ซึ่งก็จะมีการให้คำให้การ สอบพยาน ฯลฯ แล้วเมื่อตำรวจพิจารณาแล้วเห็นว่ามีมูลคดี ตำรวจก็จะดำเนินการติดตามสืบหา ตัวผู้กระทำความผิด และทำสำนวนส่งอัยการให้ดำเนินการฟ้องต่อไป

ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ผู้เสียหายสามารถขอร่วมเป็นโจทก์กับอัยการเมื่ออัยการสั่งฟ้องแล้วได้

หรือหากเห็นว่าการดำเนินการทางตำรวจอัยการช้า หรือไม่ถูกใจ ผู้เสียหายก็สามารถให้ทนายความร่างคำฟ้องและดำเนินการทางศาลด้วยตนเองได้เช่นกัน ซึ่งก็จะต้องเตรียมพยานหลักฐานให้พร้อม เพื่อเอาผิดผู้กระทำความผิด

ข้อควรระวัง

ในหลายครั้ง ผู้เสียหายก็อาจทำพลาดจนไม่สามารถฟ้องผู้กระทำความผิด หรือฟ้องแล้วศาลยกฟ้องได้ เพราะไม่สามารถพิสูจน์ว่าที่ผู้ที่เราจะฟ้องทำความผิดตามที่เราฟ้องได้จริง ๆ อย่างไม่มีข้อสงสัย ซึ่งก็มีข้อควรระวังคร่าว ๆ แนะนำดังนี้

1.ได้แจ้งลบวิดีโอโดยไม่ได้ฟ้องไว้ หรือไม่ได้เก็บหลักฐานว่ามีการเผยแพร่ภาพ/คลิปดังกล่าวไว้ 

2.โต้เถียงกับผู้กระทำ ไม่ว่าจะด้วยการคุยกันผ่านเสียงหรือข้อความมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้เสียงหรือข้อความถูกตัดต่อแก้ไข และทำให้พิสูจน์ความผิดได้ยากขึ้น

3.ไม่ได้เก็บข้อมูลวันที่และเวลาที่ภาพหรือคลิปถูกเผยแพร่ไว้ ทำให้ข้อมูลที่ว่าภาพหรือคลิปถูกเผยแพร่เมื่อไหรหายไป

สิทธิของผู้เสียหายเพิ่มเติม

นอกจากการดำเนินคดีอาญาแล้ว ผู้เสียหายยังมีสิทธิอื่น ๆ เกิดขึ้นในระหว่างนี้ด้วย ซึ่งที่น่าสนใจมีดังนี้

1.ฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง 

เพราะในการฟ้องคดีอาญา แม้ว่าเราจะชนะคดีเราก็จะไม่ได้อะไร ผลของการชนะคดีทางอาญาก็คือศาลตัดสินลงโทษจำเลย ไม่ได้มีการชดใช้ค่าทดแทนอะไรให้ผู้เสียหาย ในเรื่องค่าทดแทนของผู้เสียหาย เป็นเรื่องทางแพ่งในเรื่องละเมิด ซึ่งสามารถฟ้องร่วมกับคดีอาญาให้ศาลพิจารณาร่วมกันได้ หรือจะฟ้องแยกเป็นคดีอีกคดีต่างหากก็ได้เหมือนกัน

ซึ่งหากผู้เสียหายให้อัยการฟ้องคดีส่วนอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 ผู้เสียหายสามารถต้องยื่นคำร้องขอค่าสินไหมทดแทนก่อนเริ่มสืบพยาน ในกรณีที่ไม่มีการสืบพยานให้ยื่นคำร้องก่อนศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดี โดยคำร้องที่ว่าต้องแสดงรายละเอียดตามสมควรเกี่ยวกับความเสียหายและจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่เรียกร้อง โดยจะมีคำขอประการอื่นที่ไม่ใช่คำขอบังคับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลยในคดีอาญาไม่ได้

2.ขอคุ้มครองพยาน หากถูกคุกคามจากอีกฝ่ายหนึ่ง

3.ขอศาลออกคำสั่งห้ามเผยแพร่คลิป/ภาพดังกล่าวซ้ำ

 

สรุป 

การเผยแพร่ภาพลับหรือคลิปส่วนตัวโดยผู้ถูกถ่ายไม่ยินยอม เป็นความผิดอาญา และสามารถเอาผิดได้ทั้งผู้เผยแพร่ครั้งแรกและผู้แชร์ต่อ ผู้เสียหายควรรีบเก็บหลักฐานต่าง ๆ แจ้งลบกับแพลตฟอร์ม และดำเนินคดีอาญาโดยเร็วที่สุด การเข้าพบตำรวจไซเบอร์หรือแจ้งความท้องที่เป็นขั้นตอนสำคัญ ส่วนในทางแพ่งยังสามารถเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมได้อีก การจัดการอย่างเป็นระบบตั้งแต่แรกจะช่วยหยุดการแพร่กระจายและเพิ่มโอกาสให้ผู้กระทำผิดรับโทษตามกฎหมาย

⭐️ ปรึกษาทนายเบื้องต้นฟรี ง่ายๆผ่านทาง Free Q&A โดยไม่จำเป็นต้องระบุตัวตน

Q : โดนข่มขู่จะปล่อยคลิปหลุด ทำอย่างไร
Q : โดนแชร์คลิปหลุด
Q : โดนขู่จะปล่อยคลิปอนาจาร ทำให้เสียชื่อเสียง ดำเนินคดีอย่างไรได้บ้าง

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
cta
ปรึกษาทนาย 24 ชั่วโมง
“ ได้รับคำตอบทันที ! “
bind:isSubmitting />