ทำสัญญาประนีประนอมยอมความอย่างไร ให้ผูกพันและบังคับคดีได้.png
เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-12

รถชนเพราะหลุมบ่อหรือสิ่งกีดขวางบนถนน สามารถฟ้องหน่วยงานใดได้บ้าง

ปัญหาอุบัติเหตุทางท้องถนนในประเทศไทยถือเป็นวาระสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะถนนที่มีคุณภาพและความปลอดภัยช่วยสร้างความสะดวกสบายและความปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ แต่หากว่ารายงานวิจัยจากหลายหน่วยงานกลับชี้ชัดว่า ส่วนหนึ่งของอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดจากข้อบกพร่องของโครงสร้างพื้นฐานบนถนน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

การบำรุงรักษาถนนให้อยู่ในสภาพปลอดภัยเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของหน่วยงานรัฐโดยตรง หากถนนที่ใช้สัญจรก่อให้เกิดอุบัติเหตุจนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ผู้ที่ได้รับความเสียหายย่อมมีสิทธิตามกฎหมาย เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบและค่าชดเชยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้จะกล่าวถึงหน่วยงานรัฐที่ต้องรับผิดชอบ วิธีการรวบรวมหลักฐานสำคัญและขั้นตอนการดำเนินการทางกฎหมาย เพื่อให้ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องความเป็นธรรมจากความบกพร่องของโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะได้อย่างถูกต้อง

ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานทางถนน

ปัญหาทางท้องถนนที่นำไปสู่อุบัติเหตุสามารถแบ่งออกได้หลายประเภท แต่ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานมักเกี่ยวข้องกับคุณภาพของถนนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน การบำรุงรักษาที่ไม่เพียงพอ หรือการละเลยการจัดการสิ่งกีดขวางบนถนน

นอกจากสาเหตุภายในแล้ว ยังมีปัจจัยภายนอกที่เร่งให้ถนนเสื่อมสภาพ เช่น สภาพอากาศ หรือ การใช้งานถนนอย่างหนักจากปริมาณยานพาหนะบนท้องถนน สิ่งเหล่านี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้ถนนเสื่อมสภาพอย่าง ส่งผลให้เกิดปัญหาดังนี้

  • ความชำรุดของผิวถนน: ถนนเกิดการทรุดตัวเป็นหลุมบ่อและมีรอยแตกร้าวบนพื้นผิว ถนนไม่เรียบ
  • การสึกหรอและการลื่นไถล: ผิวจราจรสึกหรอทำให้ถนนลื่น
  • สิ่งกีดขวางที่ไม่มีการแจ้งเตือน: การมีเครื่องมือ วัสดุก่อสร้าง หรือวัตถุอื่น ๆ ตกหล่น หรือวางอยู่บนถนนโดยไม่มีการติดตั้งป้ายเตือนหรือไฟส่องสว่างที่เหมาะสม

ความบกพร่องเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อยานพาหนะเท่านั้น แต่ยังเป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่นำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนในที่สุด


การกำหนดความรับผิดชอบตามกฎหมายของหน่วยงานต่างๆ

ทำสัญญาประนีประนอมยอมความอย่างไร ให้ผูกพันและบังคับคดีได้ (2).png

หน่วยงานที่ดูแลถนนนั้นมีหลายหน่วยงานขึ้นอยู่กับแต่ละประเภทของถนน โดยตามกฎหมายหน่วยงานของรัฐต้องบำรุงรักษาถนนให้อยู่ในสภาพปลอดภัยต่อการใช้งาน สามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวก หากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องปล่อยให้ถนนมีสภาพชำรุดไม่พร้อมต่อการใช้งาน หรือมีสิ่งกีดขวางต่อการใช้งาน จนก่อให้เกิดอุบัติเหตุ อันตรายใด ๆ ขึ้น ผู้ที่ได้รับความเสียหายมีสิทธิสามารถเรียกร้องค่าเสียหายต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้ ตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 ได้กำหนดลักษณะทางหลวงแต่ละประเภทรวมทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบ ดังนี้

1.ทางหลวงพิเศษ 

ทางหลวงที่จัดหรือทำไว้ เพื่อให้การจราจรผ่านได้ตลอดรวดเร็วเป็นพิเศษ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดและได้ลงทะเบียนไว้เป็นทางหลวงพิเศษ โดยกรมทางหลวงเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ขยาย บูรณะและบำรุงรักษา รวมทั้งควบคุมให้มีการเข้าออกได้เฉพาะ โดยทางเสริมที่เป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงพิเศษตามที่กรมทางหลวงจัดทำขึ้นไว้เท่านั้น  เช่น ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทางพิเศษศรีรัช ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์)

หน่วยงานรับผิดชอบ : กรมทางหลวง 

2. ทางหลวงแผ่นดิน 

ทางหลวงสายหลักที่เป็นโครงข่ายเชื่อมระหว่างภาค จังหวัด อำเภอ ตลอดจนสถานที่สำคัญ ที่กรมทางหลวงเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ขยาย บูรณะและบำรุงรักษา และได้ลงทะเบียนไว้เป็นทางหลวงแผ่นดิน เป็นทางหลวงหลักที่เชื่อมต่อกรุงเทพฯ ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ  

เช่น ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท นอกจากนี้ ยังมีทางหลวงแผ่นดินประเภทอื่น ๆ อีก เช่น ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 หลัก ซึ่งเป็นทางหลวงสายประธานตามภูมิภาค เช่น ทางหลวงหมายเลข 22 อุดรธานี-นครพนม

หน่วยงานรับผิดชอบ : กรมทางหลวง 

3. ทางหลวงชนบท 

ทางหลวงที่กรมทางหลวงชนบทเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ขยาย บูรณะ และบำรุงรักษา และได้ลงทะเบียนไว้เป็นทางหลวงชนบท ซึ่งมักจะอิงจากชื่อหมู่บ้านหรือสถานที่สำคัญที่เป็นจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของโครงการ และยังมีรหัสสายทางเพื่อบอกจังหวัดและลักษณะการเชื่อมต่อ เช่น ทางหลวงชนบทถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี (สายชม.3029) ทางหลวงชนบทสายประจวบคีรีขันธ์-บางสะพาน (สาย ปข.1003) 

หน่วยงานรับผิดชอบ : กรมทางหลวงชนบท

4. ทางหลวงท้องถิ่น 

ทางหลวงที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ขยาย บูรณะและบำรุงรักษา และได้ลงทะเบียนไว้เป็นทางหลวงท้องถิ่น  โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับผิดชอบถนนที่อยู่ในเขตการปกครอง เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล หรือกรุงเทพมหานคร

หน่วยงานรับผิดชอบ : องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

5. ทางหลวงสัมปทาน

ทางหลวงที่รัฐบาลได้สัมปทานตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวงที่ได้รับสัมปทาน และได้ลงทะเบียนไว้เป็นทางหลวงสัมปทาน เป็นทางหลวงที่กรมทางหลวงให้เอกชนเป็นผู้บริหารจัดการสัมปทานภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น ทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์)

หน่วยงานรับผิดชอบ : กรมทางหลวงชนบท


การรวบรวมหลักฐาน

ทำสัญญาประนีประนอมยอมความอย่างไร ให้ผูกพันและบังคับคดีได้ (3).png

1.บันทึกหลักฐาน ณ จุดเกิดเหตุ

เช่น บันทึกภาพถ่ายหรือวิดีโอสภาพยานพาหนะและถนน โดยต้องถ่ายให้เห็นถึงความเสียหาย รวมทั้งสภาพแวดล้อมต้องแสดงให้เห็นว่าบริเวณดังกล่าว ขาดป้ายเตือน ไม่มีป้ายบ่งบอกว่าถนนชำรุดหรือกำลังก่อสร้าง หรือป้ายที่มีอยู่ไม่ชัดเจน ถูกบดบัง ไม่เหมาะสม หรือแสดงว่าไม่มีไฟส่องสว่างหรือสัญญาณเตือนในเวลากลางคืน 

2.บันทึกประจำวัน

เป็นหลักฐานสำคัญที่ผู้เสียหายต้องยืนยันว่าเจ้าพนักงานตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ และระบุในบันทึกประจำวันอย่างชัดเจนว่าสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุคือ สภาพถนนที่ไม่สมบูรณ์ เช่น มีหลุมบ่อ หรือสิ่งกีดขวางจนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากความประมาทของผู้ขับขี่ ซึ่งหากมีผู้เห็นเหตุการณ์ ควรเก็บข้อมูลติดต่อ เพื่อขอให้เป็นพยานยืนยันว่าอุบัติเหตุเกิดจากความบกพร่องของถนน

3.เอกสารสำคัญอื่น ๆ 

  • ใบประเมินราคาหรือใบเสร็จ ผู้เสียหายต้องเก็บใบประเมินราคาหรือใบเสร็จค่าซ่อมจริงทั้งหมด โดยเอกสารต้องระบุรายการส่วนที่เสียหายอย่างชัดเจนว่าสอดคล้องกับการชนหลุมบ่อ หรือสิ่งกีดขวาง
  • เอกสารทางการแพทย์ กรณีเสียชีวิตต้องมีใบมรณะบัตร ส่วนกรณีมีการบาดเจ็บต้องมีใบรับรองแพทย์ และใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลเพื่อใช้ในการคำนวณค่าสินไหมทดแทน รวมถึงค่าขาดรายได้ในช่วงที่ต้องพักฟื้นหรือค่าความเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน 
  • หลักฐานค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น หลักฐานค่าเดินทางอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่รถไม่สามารถใช้งานได้

บทความที่คุณอาจสนใจ


ตัวอย่างคดีที่น่าสนใจ

คดีหมายเลขแดงที่ อผ.229/2568 (คดีต้นไม้ล้มทับรถโดยสาร)

คดีนี้ผู้ฟ้องคดีเป็นบริษัทรถยนต์โดยสารประจำทางได้ฟ้องกรมทางหลวง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ เนื่องจากรถโดยสารถูกต้นไม้โค่นล้มทับขณะวิ่งอยู่บนทางหลวงแผ่นดิน โดยบริเวณที่เกิดเหตุเป็นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 ซึ่งเป็นถนนสองช่องจราจร และตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ขณะที่รถวิ่งได้เกิดเหตุต้นไม้ยืนต้นซึ่งเป็นไม้ป่าเบญจพรรณที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ได้โค่นล้มลงมาทับรถยนต์โดยสารของผู้ฟ้องคดี ต้นไม้ดังกล่าวสูงประมาณ 20 เมตร และโคนต้นอยู่ห่างจากไหล่ทางด้านซ้ายประมาณ 2.60 เมตร

ศาลเห็นว่าต้นไม้ที่หักโค่นอยู่ในเขตทางหลวงแผ่นดิน ซึ่งตามพระราชบัญญัติทางหลวงฯ ถือเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงที่กรมทางหลวงมีหน้าที่บำรุงรักษาเพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัย โดยศาลพิจารณาว่าลำต้นของต้นไม้มีร่องรอยผุพังซึ่งเป็นเหตุให้ต้นไม้หักโค่นลงมาเมื่อเกิดฝนตกเป็นเวลานาน เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงควรใช้ความระมัดระวังในการตรวจตราบูรณะ หรือตัดโค่นต้นไม้ที่อยู่ชิดไหล่ทางหรือผิวจราจร การที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังดังกล่าวอย่างเพียงพอ จึงถือเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ และไม่อาจอ้างว่าเป็นเหตุสุดวิสัยได้

 ศาลพิพากษาให้กรมทางหลวงชดใช้ค่าซ่อมแซมรถยนต์ตามใบประเมินราคา แต่ให้ยกคำขอในส่วนของค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างซ่อมแซม เนื่องจากผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ประกอบกิจการขนส่งและได้นำรถคันอื่นมาวิ่งทดแทนแล้ว โดยไม่ปรากฏหลักฐานว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในการจัดหารถทดแทน

คดีหมายเลขดำที่ อ970/2560 (คดีเรียกร้องค่าเสียหายจากถนนทรุดตัว)

คดีนี้เป็นกรณีที่ บริษัทประกันภัยดำเนินการฟ้องร้องกรมทางหลวงชนบทเป็นจำเลยที่ 1 และกระทรวงคมนาคมเป็นจำเลยที่ 2 เพื่อเรียกค่าเสียหายจำนวน 228,350 บาท ต่อศาลปกครองอันเกิดจากอุบัติเหตุบนทางหลวงชนบท นบ. 1002 

ในวันเกิดเหตุรถยนต์ผู้เสียหายได้วิ่งบนถนนดังกล่าวตามหลังรถสิบล้อ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุรถสิบล้อชะลอตัวเพื่อจะเลี้ยวขวารถคันที่เกิดเหตุจึงตบไฟเลี้ยวซ้าย เพื่อทำการหลบแซงขึ้นแต่ในขณะนั้นถนนเกิดทรุดตัวลงอย่างกะทันหัน ทำให้รถยนต์เสียหลักและพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าจนได้รับความเสียหาย ซึ่งบริษัทประกันภัยได้เข้ารับผิดชอบค่าซ่อมและค่ารถยกรวมเป็นเงินดังกล่าวและได้ทำการฟ้องทางหลวงชนบท และกระทรวงคมนาคม ในการกระทำละเมิดละเลยต่อหน้าที่ที่กฎหมายให้ต้องปฏิบัติในการต้องตรวจตราดูแลถนนที่ตนต้องรับผิดชอบ

กรมทางหลวงอ้างว่าถนนทรุดตัวจากเหตุอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ในปี พ.ศ. 2554 และยืนยันว่าได้เข้าทำการซ่อมแซมผิวจราจรแล้วในภายหลัง

ศาลได้พิจารณาคำให้การของจำเลยแล้วเห็นว่า ทางหลวงมีหน้าที่ รับผิดชอบในการดูแลบำรุงรักษาโครงสร้างถนน ให้พร้อมใช้งานและเกิดความปลอดภัยกับผู้ใช้รถใช้ถนน โดยจะตรวจตราเพียงสภาพภายนอกไม่ได้ แต่ต้องตรวจสภาพโครงสร้างตามหลักวิศวกรรมสถาน ให้เกิดความพร้อมใช้งานและความปลอดภัย ดังนั้น ศาลจึงมีคำสั่งพิพากษาให้ทางหลวงชนบทชดใช้ค่าเสียหายตามฟ้อง 

 

ความรับผิดกรณีอื่น

ทำสัญญาประนีประนอมยอมความอย่างไร ให้ผูกพันและบังคับคดีได้ (4).png

หากอุบัติเหตุเกิดจากความบกพร่องของโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เฉพาะ เช่น จุดตัดทางรถไฟ หรือเกิดจากการดำเนินงานที่ประมาทของผู้รับเหมาหรือบริษัทก่อสร้าง หน่วยงานรัฐต้นสังกัดอาจต้องรับผิดชอบร่วมกับหน่วยงานอื่นหรือเอกชนเหล่านั้นด้วย ความรับผิดทางละเมิดจากการละเลยต่อหน้าที่ในการดูแลถนนจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่หน่วยงานทางหลวงเท่านั้น

  •  ความรับผิดของหน่วยงานรัฐอื่น เช่น กรณีการรถไฟ หากอุบัติเหตุเกิดจากความบกพร่องในพื้นที่เฉพาะ เช่น จุดตัดทางรถไฟหรือทางรถไฟ หน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบคือ การรถไฟแห่งประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 ยกตัวอย่างเช่น 

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อผ. 128/2565 

ศาลได้พิพากษาให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องรับผิดชอบจากการละเลยต่อหน้าที่ในการบำรุงรักษาพื้นถนนบริเวณจุดตัดทางรถไฟที่มีสภาพเป็นหลุมร่องรางรถไฟ ซึ่งเป็นเหตุให้ให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต แต่การที่ผู้ตายใช้เส้นทางที่เกิดเหตุเป็นประจำมากว่า 10 ปี ย่อมรู้ว่าบริเวณที่เกิดเหตุกำลังดำเนินการซ่อมบำรุงและพื้นถนนไม่เรียบอีกทั้งผู้ตายไม่สวมหมวกนิรภัย การเสียชีวิตจึงเป็นผลมาจากความประมาทของผู้ตายรวมอยู่ด้วย และผู้ตายมีส่วนผิดอยู่มาก จึงควรนำส่วนความประมาทหรือความรับผิดดังกล่าวหักออกจากค่าสินไหมทดแทน

  •  ความรับผิดของผู้รับเหมาและหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบร่วมกัน เกิดขึ้นในกรณีที่อุบัติเหตุเกิดจากสิ่งกีดขวางบนถนนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ผู้รับเหมาหรือบริษัทก่อสร้างเป็นผู้มีหน้าที่โดยตรงในการควบคุมพื้นที่ หากไม่ติดป้ายเตือน หรือปล่อยให้วัสดุก่อสร้างกีดขวางการจราจร อาจถือว่ากระทำละเมิด และต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายเช่นเดียวกับรัฐ ดังนั้น หากถนนอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐ และไม่มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม หน่วยงานนั้นอาจต้องรับผิดชอบร่วมกับผู้รับเหมา

⭐️ ปรึกษาทนายเบื้องต้นฟรี ง่ายๆผ่านทาง Free Q&A โดยไม่จำเป็นต้องระบุตัวตน

Q : ขับรถชนป้ายทางหลวง

Q : เรียกร้องสินไหมโดนรถชนขณะข้ามถนน

Q : คุณป้าโดนรถมอเตอร์ไซค์ชนจากการข้ามถนนสามารถเรียกค่าชดเชยได้เท่าไหร่คะ?

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
cta
ปรึกษาทนาย 24 ชั่วโมง
“ ได้รับคำตอบทันที ! “
bind:isSubmitting />