คำพิพากษาศาลฎีกา ปี 2518

ค้นหาธรรมดา

ค้นหาคำพิพากษาฎีกาอย่างรวดเร็ว

เคล็ดลับการค้นหา: ใช้ตัวกรองเพื่อค้นหาให้แม่นยำขึ้น

พบ 739 รายการ (74 หน้า)

ฎีกาที่ 2615/2518

# คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2615/2518

ประมวลกฎหมายอาญา ม. 33 (1), 339, 340 ตรี

จำเลยร่วมกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะหลบหนีเพื่อให้พ้นการจับกุมเมื่อพวกของจำเลยชิงทรัพย์ได้มาแล้ว จำเลยจึงต้องระวางโทษหนักขึ้นตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340ตรี แต่รถจักรยานยนต์นี้ก็มิใช่ทรัพย์สินซึ่งจำเลยกับพวกได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์รายนี้คงเป็นเพียงยานพาหนะไปมาและพาจำเลยกับพวกหลบหนีให้พ้นการจับกุมโดยสะดวกและรวดเร็วเท่านั้น จึงมิใช่ทรัพย์สินที่ริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1)

คลิกเพื่ออ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม
ฎีกาที่ 2405/2518

# คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2405/2518

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม. 39, 40

แม้โจทก์จะมิได้มอบฉันทะให้ ว.ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี แต่การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีโดย ว.นำคำร้องมายื่น อันเป็นการไม่ถูกต้องนั้น อาจเป็นไปได้ว่าโจทก์ไม่จงใจขาดนัดและศาลอาจสั่งให้เลื่อนไปได้เองโดยไม่ต้องอาศัยคำร้องดังกล่าว แต่อาศัยประมาณกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 39 ในข้อที่ว่า ในกรณีอื่นใดซึ่งศาลเห็นว่าถ้าได้เลื่อนการพิจารณาไปจักทำให้ความยุติธรรมดำเนินไปด้วยดี เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะมีคำสั่งเลื่อนการพิจารณาได้

คลิกเพื่ออ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม
ฎีกาที่ 224/2518

# คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 224/2518

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม. 282 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม. 214, 728, 729, 733, 850, 852

โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ชำระหนี้จำนอง แล้วโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยยอมชำระหนี้จำนอง ศาลพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุดแล้ว ดังนี้ ถือว่าเป็นเพียงฟ้องในมูลหนี้สามัญ และมีผลทำให้หนี้เดิมระงับ เกิดหนี้ใหม่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ย่อมบังคับคดีแก่ทรัพย์สินอื่นๆ ของจำเลยรวมทั้งทรัพย์ที่จำนองได้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่1683/2498,127/2506 และ 989/2506)

คลิกเพื่ออ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม
ฎีกาที่ 676/2518

# คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2518

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม. 254, 260, 282, 290

ศาลมีคำสั่งในคดีหมายเลขแดงที่ 5492/2516 ให้อายัดเงินของจำเลยไว้ก่อนโจทก์ในคดีนี้และธนาคาร อ. ผู้รับคำสั่งอายัด ก็มิได้ปฏิเสธคำสั่งอายัดนั้นแต่ประการใดคำสั่งอายัดจึงมีผลตามกฎหมายแม้คำสั่งอายัดในคดีหมายเลขแดงที่ 5492/2516 จะเป็นคำสั่งอายัดชั่วคราวก่อนคำพิพากษา แต่เมื่อศาลมีคำพิพากษาในคดีนั้นให้จำเลยใช้หนี้ให้โจทก์ในคดีนั้นแล้ว โจทก์ในคดีหมายเลขแดงที่ 5492/2516 นั้นก็ได้ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีและขอให้ศาลเรียกเงินที่ธนาคาร อ. ส่งมาตามคำสั่งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีในคดีนี้เพื่อชำระหนี้ให้โจทก์ในคดีนั้นถือได้ว่าโจทก์ได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา260(2) แล้ว คำสั่งอายัดชั่วคราวยังมีผลอยู่ ธนาคาร อ. จะนำเงินที่ศาลมีคำสั่งอายัดชั่วคราวไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 5492/2516 นั้นส่งต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีในคดีอื่นที่ขออายัดภายหลังไม่ได้ แต่เมื่อส่งมาแล้วก็ชอบที่จะกันเงินจำนวนนั้นไว้ชำระหนี้ให้โจทก์ในคดีหมายเลขแดงที่ 5492/2516

คลิกเพื่ออ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม
ฎีกาที่ 1042/2518

# คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1042/2518

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม. 395, 401, 887, 888 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม. 172

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ของจำเลยตามกรมธรรม์ประกันภัยมีว่า โจทก์จะใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่บุคคลภายนอกรายหนึ่ง ๆ ไม่เกิน 10,000 บาท รถยนต์ของจำเลยคันนั้นได้ชนกับรถยนต์คันอื่น ซึ่งจำเลยจะต้องรับผิดชอบโจทก์ได้ซ่อมรถคันที่ถูกชนนั้นสิ้นเงินไป 25,000 บาท ขอให้จำเลยใช้เงิน 15,000 บาท ที่โจทก์จ่ายเกินไปให้โจทก์ดังนี้ บุคคลภายนอกผู้ต้องเสียหายชอบที่จะได้รับเงินค่าซ่อมรถจากโจทก์เป็นจำนวนเท่าที่โจทก์กับจำเลยได้ตกลงกันไว้ในกรมธรรม์ส่วนจำนวนที่ยังขาดอยู่นั้นชอบที่จะเรียกร้องให้จำเลยใช้ให้ โจทก์ไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะจ่ายเงินค่าซ่อมรถให้ผู้ต้องเสียหายเกินกว่าความรับผิดของตนซึ่งจำกัดไว้เพียง 10,000 บาท แต่เมื่อได้จ่ายไปแล้วแม้จำเลยจะไม่ได้มอบหมายให้จัดการแทนก็ตาม ก็ย่อมเป็นผลทำให้หนี้ค่าซ่อมรถที่ยังขาดอยู่นั้นระงับไป และจำเลยหลุดพ้นความรับผิดต่อผู้ต้องเสียหายจึงอาจสมประโยชน์ของจำเลยซึ่งเป็นตัวการและต้องตามความประสงค์อันแท้จริงของตัวการหรือความประสงค์ตามที่จะพึงสันนิษฐานได้ กรณีตามฟ้องเป็นเรื่องจัดการงานนอกสั่งที่อาจจะก่อให้เกิดหนี้ที่ผูกพันจำเลยให้ต้องชดใช้เงินที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการได้ออกทดรองจัดการงานให้จำเลยไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 401 โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยศาลชอบที่จะรับฟ้องไว้พิจารณา

คลิกเพื่ออ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม
ฎีกาที่ 1041/2518

# คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1041/2518

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม. 308 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม. 514, 516

ในการขายทอดตลาดของศาล ว. ผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยให้ราคาสูงสุด ช. ให้ราคารองลงมา ศาลสั่งอนุญาตให้ขายแก่ ว.ให้ว. วางเงินมัดจำในวันนั้น หากไม่นำเงินมาวางก็เป็นอันยกเลิกไม่ขายให้ ว. และให้ขายแก่ ช.ให้ ช. วางมัดจำในวันที่กำหนดให้ว. ขอผัดวางเงินศาลไม่อนุญาต ดังนี้ ศาลจะสั่งให้ขายให้แก่ ช. โดยมิได้ขายทอดตลาดใหม่หาได้ไม่เพราะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 514 เมื่อ ว. ได้สู้ราคาสูงขึ้นไปกว่า ช. ช. ย่อมพ้นความผูกพันในราคาที่ตนสู้ และศาลก็ได้สั่งให้ขายให้ ว. เมื่อ ว. ไม่ชำระราคาตามกำหนดและศาลไม่อนุญาตให้ผัดการวางเงินออกไปอีกว. จึงเป็นผู้สู้ราคาสูงสุดที่ได้ละเลยเสียไม่ใช้ราคาศาลจะต้องเอาทรัพย์นั้นออกขายอีกซ้ำ ตามมาตรา 516 ถ้าได้เงินเป็นจำนวนสุทธิไม่คุ้มราคาและค่าขายทอดตลาดชั้นเดิมจำเลยโดย ว. ผู้รับมอบอำนาจจะต้องรับผิดในส่วนที่ขาดนั้น

คลิกเพื่ออ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม
หน้า จาก 74
แสดงรายการ 1 - 10 จากทั้งหมด 739 รายการ
bind:isSubmitting />