คำพิพากษาศาลฎีกา ปี 2545

ค้นหาธรรมดา

ค้นหาคำพิพากษาฎีกาอย่างรวดเร็ว

เคล็ดลับการค้นหา: ใช้ตัวกรองเพื่อค้นหาให้แม่นยำขึ้น

พบ 640 รายการ (64 หน้า)

ฎีกาที่ 246/2545

# คำสั่งคำร้องที่ 246/2545

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม. 15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม. 249

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษา ไม่อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาของจำเลย

จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.2 ที่ว่า ยาเสพติดให้โทษมีสารบริสุทธิ์ไม่ถึง 20 กรัม ยังไม่เข้าองค์ประกอบตามมาตรา 15 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จึงเป็นการมิชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป

หมายเหตุ โจทก์ยังมิได้รับสำเนาคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง,66 วรรคหนึ่ง,102 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ให้ลงโทษจำคุก 6 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้ลงโทษจำคุก 5 ปี รวมให้ลงโทษจำคุก 11 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามคงลงโทษจำคุก 7 ปี 4 เดือน ฯลฯ

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 71)

จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 77)

คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนนั้น เป็นการวินิจฉัยโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่ได้จากการนำสืบของโจทก์ มิใช่โดยอาศัยข้อสันนิษฐานของกฎหมายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสองดังที่จำเลยยกขึ้นอ้างในฎีกา ฎีกาของจำเลยไม่ตรงต่อรูปเรื่อง จึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันสมควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ ข้อ 2(2) นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ให้ยกคำร้อง

คลิกเพื่ออ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม
ฎีกาที่ 187/2545

# คำสั่งคำร้องที่ 187/2545

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม. 106, 107, 108, 218 วรรคแรก

ความว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ประกันขอใช้หลักประกันเดิม

คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นจำคุกจำเลยมีกำหนด5 ปี ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก และจำเลยยังไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ประกอบกับพฤติการณ์ตามข้อกล่าวหาเป็นการกระทำต่อเด็กมีลักษณะเป็นภัยต่อสังคม ชั้นนี้ยังไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ยกคำร้อง

คลิกเพื่ออ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม
ฎีกาที่ 143/2545

# คำสั่งคำร้องที่ 143/2545

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 ม. 26 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม. 231

ความว่า โจทก์อุทธรณ์ว่า มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางทั้งหมดไว้ก่อน

หมายเหตุ จำเลยทั้งสี่ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว เฉพาะจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 แถลงคัดค้าน (อันดับ 990,993,994)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4,6,8,15,19,27,31,61,69,70,74,75 และ 76 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91 และ 137 ให้จำเลยทั้งสี่ยุติการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ โดยห้ามมิให้จำเลยอ้างตนเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือเป็นผู้มีสิทธิแต่ผู้เดียวใน "อุลตร้าแมน" หรือตัว "ยอดมนุษย์" ทั้งปวงตามคำฟ้องและห้ามมิให้จำเลยทั้งสี่ทำสัญญามอบสิทธิหรือลิขสิทธิ์ใน "อุลตร้าแมน" หรือตัว "ยอดมนุษย์" ทั้งปวงเหล่านี้ให้บุคคลอื่น และมีคำสั่งยกเลิกเพิกถอนสัญญาหรือข้อผูกพันที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้กระทำกับบุคคลภายนอกทุกรายที่เกี่ยวข้องกับตัว "อุลตร้าแมน" หรือ "ยอดมนุษย์" ในลักษณะต่าง ๆ อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันและแทนกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์มีมูลในคดีอาญาตามคำฟ้องสำหรับจำเลยทั้งสี่ ให้ประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาในคดีส่วนอาญาสำหรับจำเลยทั้งสี่

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง กับให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายตามฟ้องแย้งแก่จำเลยที่ 2 รวม12,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยที่ 2 ห้ามโจทก์ละเมิดสิทธิของจำเลยที่ 2 ตามสัญญาพิพาท และห้ามโจทก์ไม่ให้กระทำการใด ๆ อันเป็นการละเมิดสิทธิของจำเลยที่ 2 ต่อปี

โจทก์อุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 946,944)

คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว กรณีที่โจทก์ขอทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่ให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยที่ 2 ตามฟ้องแย้งนั้น หากโจทก์หาประกันสำหรับเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจำนวน 12,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องแย้งจนถึงวันฟังคำสั่งและต่อไปอีก2 ปี มาให้เป็นที่พอใจของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางและภายในเวลาที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ มิฉะนั้นให้ยกคำร้องขอทุเลาการบังคับในส่วนนี้ และให้ค่าคำร้องเป็นพับ

ส่วนกรณีที่โจทก์ขอทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่ห้ามโจทก์ละเมิดสิทธิของจำเลยที่ 2 ตามสัญญาพิพาทและไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการละเมิดสิทธิของจำเลยที่ 2 ต่อไปนั้น หากโจทก์หาประกันสำหรับความเสียหายที่อาจเกิดแก่จำเลยที่ 2 เป็นเงินเดือนละ 5,000,000 บาทเป็นเวลา 24 เดือน เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 120,000,000 บาท มาให้เป็นที่พอใจของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางและภายในเวลาที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ มิฉะนั้นให้ยกคำร้องขอทุเลาการบังคับในส่วนนี้ และให้ค่าคำร้องเป็นพับ

คลิกเพื่ออ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม
ฎีกาที่ 92/2545

# คำสั่งคำร้องที่ 92/2545

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 22, 25

ความว่า เนื่องจากจำเลยได้ถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ไว้เด็ดขาดเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2544 ในคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ 318/2544 ผู้ร้องจึงขอเข้าดำเนินคดีแทนจำเลย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 และ 25

หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 93)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้จำนวน 2,478,680.16 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2538 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้ดอกเบี้ยคิดจนถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 23 กรกฎาคม2539) ต้องไม่เกิน 312,201.70 บาท ตามที่โจทก์ขอมา

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา (อันดับ 74)

คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา

ผู้ร้องยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 93)

คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483มาตรา 22 บัญญัติว่า เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่เพียงผู้เดียว มีอำนาจ (1) จัดการและจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้ ฯลฯ (3)ประนีประนอมยอมความหรือฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้และมาตรา 25 บัญญัติว่า ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าว่าคดีแพ่งทั้งปวงอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลในขณะที่มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์และเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ดังนั้น จึงอนุญาตให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าดำเนินคดีเรื่องนี้แทนจำเลย (ลูกหนี้) ต่อไปตามคำร้อง

คลิกเพื่ออ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม
ฎีกาที่ 86/2545

# คำสั่งคำร้องที่ 86/2545

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 ม. 44

ความว่า จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งว่า คำสั่งศาลที่ให้วินิจฉัยข้อกฎหมายในคำพิพากษา เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อจำเลยทั้งสองโต้แย้งไว้แล้ว จำเลยทั้งสองชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งนั้น ภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(2) จำเลยทั้งสองจะอุทธรณ์ทันทีตามอุทธรณ์ฉบับนี้ไม่ได้ จึงไม่รับอุทธรณ์ฉบับนี้ของจำเลยทั้งสอง

จำเลยทั้งสองเห็นว่า คำร้องของจำเลยทั้งสองที่ขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยชี้ขาดเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ เป็นข้อกฎหมายที่หากศาลมีคำสั่งให้ส่งไปศาลฎีกาแล้วจะทำให้คดีเสร็จไปทั้งสำนวน เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งให้วินิจฉัยเมื่อมีคำพิพากษาโดยไม่ส่งสำนวนไปยังศาลฎีกานั้น ถือว่าศาลสั่งเป็นคุณแก่ฝ่ายโจทก์ จำเลยจึงมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ทันที เพราะถือว่าเป็นคำสั่งใด ๆตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 คำสั่งไม่รับอุทธรณ์จึงไม่ชอบโปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองด้วย

หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 10,262,112.55 บาทให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 14 ต่อปี ในต้นเงินจำนวน 4,769,359.80บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 8 มีนาคม 2544) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ระหว่างพิจารณา จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางส่งสำนวนไปให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามูลหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องอยู่ในอำนาจศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางหรือไม่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งว่า สมควรวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าวในคำพิพากษา

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ (ถ้อยคำสำนวนอันดับ 7)

จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (ถ้อยคำสำนวนอันดับ 1)

คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งคำร้องของจำเลยทั้งสองที่ขอให้ส่งสำนวนไปให้ประธานศาลฎีกาชี้ขาดเรื่องอำนาจศาลว่า สมควรวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าวในคำพิพากษานั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา แต่อย่างไรก็ตามศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นว่า กรณีตามคำร้องดังกล่าวของจำเลยทั้งสอง มีปัญหาว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางหรือไม่ แต่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมิได้เสนอปัญหานี้ให้ประธานศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัยเสียก่อน ตามที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพ.ศ. 2539 มาตรา 9 บัญญัติไว้ จึงไม่ถูกต้อง และจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวทันที จึงชอบที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจะอาศัยเหตุตามความในมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพ.ศ. 2539 สั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองส่งมาให้ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพิจารณาได้ แต่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมิได้ดำเนินการดังกล่าว จึงเห็นสมควรให้รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสองฉบับลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 ไว้พิจารณา และให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางดำเนินการต่อไป

คลิกเพื่ออ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม
หน้า จาก 64
แสดงรายการ 1 - 10 จากทั้งหมด 640 รายการ
bind:isSubmitting />