
ฟ้องค่าเลี้ยงดูผู้สูงอายุ (หน้าที่บุตร) ทำอย่างไร
ในวัฒนธรรมของประเทศไทยตั้งแต่สมัยก่อน พ่อกับแม่มีหน้าที่เลี้ยงดูลูกของตัวเองตั้งแต่เล็กจนโตและดูแลตัวเองได้ แล้วลูกก็มีหน้าที่ต้องกตัญญูตอบแทนด้วยการเลี้ยงดูพ่อแม่ของตัวเองเมื่อท่านแก่ตัวลง หรือทุพพลภาพจนทำงานต่อไม่ไหว
ในปัจจุบัน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทยในปัจจุบันได้นำแนวคิดนี้มาใช้โดยบัญญัติไว้ในมาตรา 1563 ซึ่งบัญญัติว่า “บุตรจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา” และมาตรา 1564 วรรคหนึ่งซึ่งบัญญัติว่า “บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาต ามสมควรแก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์” เป็นการบัญญัติไว้ชัดเจน ว่า พ่อและแม่ มีหน้าที่เลี้ยงลูกจนพ้นความเป็นผู้เยาว์ และลูกก็มีหน้าที่ดูแลพ่อแม่เมื่อตัวเองพร้อม ซึ่งอาจต้องให้พ่อแม่ขอก่อน หรือลูกจะจ่ายเองเลยก็ได้ การฟ้องเรียกค่าอุปการะจึงเป็นสิทธิทางกฎหมายที่พ่อกับแม่สามารถใช้ได้เมื่อลูกละเลยหน้าที่ประการนี้ ยิ่งในกรณีที่พ่อแม่เข้าสู่วัยชรา สุขภาพเสื่อมถอย หรือมีเหตุอื่นใดที่ทำให้ขาดรายได้
ต้องเริ่มฟ้องอย่างไร ?

คดีลักษณะนี้ ซึ่งเป็นเรื่องการฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดู ทั้งคู่สมรสฟ้องกันไม่ว่าจะเรียกให้ตัวเอง เรียกให้ลูก หรือลูกฟ้องพ่อแม่ผ่านผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือพ่อแม่ฟ้องลูกให้จ่าย เป็นคดีครอบครัว ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัว ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 10(3) โดยการฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูจากบุตร จะสามารถฟ้องได้ต่อเมื่อบุตรพ้นความเป็นผู้เยาว์ ซึ่งพ้นจากหน้าที่ของบิดามารดาที่ต้องเลี้ยงดูเขา ตามปพพ.มาตรา 1564 แล้ว เพราะไม่เช่นนั้นบุตรก็อาจฟ้องกลับให้จ่ายค่าเลี้ยงดู เงินก้อนเดียวกันก็จะหมุนไปมา ต้องรอให้บุตรพ้นหน้าที่เลี้ยงดูของพ่อแม่ก่อน
โดยศาลเยาวชนและครอบครัวที่พ่อหรือแม่ต้องไปฟ้อง จะต้องเลือกศาลที่ตัวลูกที่เราจะฟ้องมีภูมิลำเนาอยู่ เพราะคดีครอบครัวจะอยู่ในเขตอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัวแห่งที่ตัวผู้ถูกฟ้องมีภูมิลำเนาอยู่ ซึ่งจะพิจารณาคดีให้ได้
และพ่อแม่ที่ฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูจากลูก ต้องเป็นบิดามารดาที่ชอบด้วยกฎหมายของบุตรเท่านั้น ไม่เช่นนั้นศาลจะตัดสินว่าเมื่อไม่ใช่พ่อแม่ที่ชอบด้วยกฎหมาย ตัวลูกก็ไม่มีหน้าที่ต้องจ่าย เพราะหน้าที่จ่ายของลูก ต้องจ่ายให้แค่พ่อแม่ที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น
บทความที่คุณอาจสนใจ
การพิสูจน์ฐานะการเงินจำเป็นหรือไม่ ต้องทำอย่างไร?
การฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูในคดีครอบครัว ต้องมีการพิสูจน์ฐานะการเงินของทั้งสองฝ่าย จากผลของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/38 ซึ่งบัญญัติว่า “ค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างคู่สมรส หรือระหว่างบิดามารดากับบุตรนั้น ย่อมเรียกจากกันได้ในเมื่อฝ่ายที่ควรได้รับอุปการะเลี้ยงดูไม่ได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือได้รับการอุปการะเลี้ยงดูไม่เพียงพอแก่อัตภาพ ค่าอุปการะเลี้ยงดูนี้ศาลอาจให้เพียงใดหรือไม่ให้ก็ได้ โดยคำนึงถึงความสามารถของผู้มีหน้าที่ต้องให้ ฐานะของผู้รับและพฤติการณ์แห่งกรณี”
ซึ่งหมายความว่า การจะเรียกค่าเลี้ยงดูจากกัน ผู้เรียกร้อง ต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่า ผู้มีหน้าที่ที่จะต้องให้มีความสามารถจะให้แค่ไหน และไม่ได้ให้ผู้รับหรือให้ไม่เพียงพอ เมื่อพิจารณาจากฐานะและพฤติการณ์ของผู้รับ
ในส่วนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่ศาลจะสั่งให้บุตรจ่าย ศาลมักจะพิจารณาว่าพ่อแม่ ใช่พ่อแม่ที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ สมควรได้รับค่าเลี้ยงดูหรือไม่ เมื่อพิจารณาจากฐานะและความเป็นอยู่ของผู้ให้ผู้รับ แล้วควรได้รับการเลี้ยงดูขนาดไหน และได้รับการเลี้ยงดูไม่เพียงพอแค่ไหน โดยเป็นหน้าที่ของฝั่งพ่อแม่ที่เป็นผู้ร้อง ที่ต้องพิสูจน์นำ เพื่อให้ศาลดูถึงข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่จำเป็น ให้ท่านเชื่อ
ตัวอย่างพยานหลักฐานที่น่าสนใจ

1.ฐานะของบุตร
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฐานะของบุตร ว่ามีฐานะสูงแค่ไหน พร้อมดูแลพ่อแม่หรือไม่ ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้จากหลายอย่าง ไม่ว่าจะระดับเงินเดือนของเขาผ่านสลิปเงินเดือน ทรัพย์สินต่าง ๆ อย่างบ้าน รถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ที่เขามี และแม้ว่าข้อมูลหลายเรื่องเป็นส่วนที่อยู่กับอีกฝั่ง ซึ่งเราอาจไม่มีเช่น สลิปเงินเดือน กรณีแบบนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เราไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานเกี่ยวกับฐานะการเงินของบุตรทั้งหมดก็ได้ ใช้แค่บางอย่างที่หาได้ อย่างหน้าตาทรัพย์สิน บ้าน ซึ่งบ่งบอกราคาได้ เพื่อบอกระดับฐานะ แล้วภาระการพิสูจน์จะตกไปอยู่กับฝ่ายบุตร ที่ต้องพิสูจน์หักล้างว่าตัวฐานะไม่ดีพอจะจ่าย หรือมีภาระส่วนตัวมากอย่างไร
2.ฐานะของพ่อแม่
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฐานะของพ่อแม่ ว่าควรจะให้บุตรช่วยเลี้ยงดูแค่ไหน เพียงใด เช่น ทรัพย์สินที่มี หลักฐานว่ารายได้น้อย หรือไม่ได้ทำงานแล้ว หลักฐานค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จำเป็นตามสภาพฐานะของพ่อแม่ ค่ารักษาพยาบาลหากเจ็บป่วย ซึ่งเป็นไปได้เพราะอายุมากแล้ว
3.บิดามารดาเคยเลี้ยงดูบุตรมาหรือไม่
ข้อเท็จจริงว่าทางบิดามารดาเคยเลี้ยงดูบุตรมาหรือไม่ แม้ว่ากฎหมายจะไม่ได้เขียนไว้ว่า พ่อแม่ต้องเคยเลี้ยงดูบุตร บุตรจึงจะต้องทดแทน แต่การพิจารณาว่าจะให้เท่าใด อยู่ที่ดุลยพินิจของศาล ซึ่งในปัจจุบัน มีค่านิยมมากขึ้นว่าถ้าพ่อแม่ไม่เคยดูแล ลูกก็ไม่มีอะไรให้ทดแทน หากศาลมีดุลยพินิจลักษณะนั้น ถ้าไม่พิสูจน์ว่าพ่อแม่เคยเลี้ยงดูลูก ศาลก็อาจจะตัดสินใหม่ให้ค่าเลี้ยงดูน้อย หรือไม่ได้เลย แต่หากพิสูจน์ว่าเราเลี้ยงดูลูกมาอย่างดีแล้ว ศาลก็มีแนวโน้มที่จะตัดสินให้ลูกต้องทดแทนบุญคุณพ่อแม่อย่างเต็มที่
4.ภาระของบุตร
ภาระหน้าที่ต่าง ๆ ในชีวิตของบุตร ซึ่งจะพิจารณาประกอบกับรายได้ของเขา เช่น หน้าที่เลี้ยงดูคู่สมรส หน้าที่เลี้ยงดูบุตรของเขา ภาระหนี้สิน เพื่อให้ข้อเรียกร้องของเราดูสมเหตุสมผลขึ้น
5.พฤติการณ์เนรคุณของบุตร
ถ้าพิสูจน์ว่าเกิดพฤติการณ์เนรคุณของลูก ก็สามารถใช้เป็นส่วนเสริมเพื่อเพิ่มน้ำหนักของข้อเรียกร้องได้มากขึ้น เช่น เคยให้ทรัพย์สินไปแล้ว แต่บุตรกลับไม่ได้เลี้ยงดูเราตามที่ตกลงไว้ หรือได้ประพฤติตามลักษณะที่สามารถเพิกถอนการให้โดยสเน่หา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตามมาตรา 531 ได้แก่ประทุษร้ายพ่อแม่ผู้ฟ้องจนเป็นความผิดอาญาร้ายแรง หมิ่นประมาทว่าร้ายพ่อแม่ผู้ที่ฟ้องเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง หรือลูกได้บอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่พ่อแม่ผู้ฟ้อง ในเวลาที่ยากไร้และลูกยังสามารถจะให้ได้
ตัวอย่าง
คำพิพากษาฎีกา 1953/2537

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มิได้เป็นบุพการีหรือญาติผู้ใหญ่ทางสายโลหิตของจำเลย คงมีความสัมพันธ์กับจำเลยในฐานะผู้อยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสเท่านั้น ทั้งโจทก์เป็นฝ่ายก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันโดยนำหญิงอื่นเข้ามาหลับนอนในบ้านต่อหน้าจำเลย และขับไล่จำเลยออกจากบ้านซึ่งนำไปสู่การด่าโต้ตอบกันเหตุที่จำเลยด่าโต้ตอบโจทก์ว่า "ไอ้ห่า บ้าตัณหา เลวที่สุดไอ้หน้าหี มือถือสากปากถือศีล" ก็เพราะถูกโจทก์ข่มเหงน้ำใจอย่างรุนแรง โจทก์จะกล่าวอ้างว่าจำเลยทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงหรือหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง เพื่อยกเป็นเหตุเรียกถอนคืนการให้เพราะเหตุจำเลยประพฤติเนรคุณหาได้ไม่
เรื่องของฎีกานี้คือ โจทก์จำเลยเป็นคู่ชีวิตที่อยู่กินร่วมกันฉันสามีภรรยา แล้วทั้งคู่ได้ทะเลาะ ด่ากัน โจทก์ต้องการฟ้องเพิกถอนการให้ โดยอ้างว่าจำเลยเนรคุณ แต่ศาลเห็นว่า คำพูดที่รุนแรงของจำเลย มีต้นเหตุมาจากตัวโจทก์ และโจทก์ก็เริ่มก่อน จำเลยแค่ตอบโต้ เป็นการทะเลาะกัน ศาลจึงตัดสินว่าจำเลยไม่ได้เนรคุณ
ฎีกานี้ เป็นตัวอย่างของการตีความคำว่าเนรคุณซึ่งความหมายกว้างมาก ๆ ว่าไม่ได้รวมถึงการทะเลาะกัน ยิ่งถ้าฝ่ายผู้ฟ้องเริ่มก่อน ข้อเท็จจริงนี้ยิ่งไม่น่าเอาไปเป็นหลักฐานให้ศาลพิจารณา
โดยเมื่อมีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฐานะของบุตรเปลี่ยนไปในทางที่เขารวยขึ้น พ่อแม่ที่ฟ้องคดีแล้วสามารถขอให้ศาลเปลี่ยนแปลงคำสั่งเกี่ยวกับจำนวนค่าอุปการะเลี้ยงดูได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/39 ซึ่งบัญญัติว่า “เมื่อผู้มีส่วนได้เสียแสดงว่าพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะของคู่กรณีได้เปลี่ยนแปลงไป ศาลจะสั่งแก้ไขในเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูโดยให้เพิกถอน ลด เพิ่ม หรือกลับให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูอีกก็ได้
ในกรณีที่ศาลไม่พิพากษาให้ค่าอุปการะเลี้ยงดู เพราะเหตุแต่เพียงอีกฝ่ายหนึ่งไม่อยู่ในฐานะที่จะให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูได้ในขณะนั้น หากพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะของอีกฝ่ายหนึ่งนั้นได้เปลี่ยนแปลงไป และพฤติการณ์รายได้หรือฐานะของผู้เรียกร้องอยู่ในสภาพที่ควรได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดู ผู้เรียกร้องอาจร้องขอให้ศาลเปลี่ยนแปลงคำสั่งในคดีนั้นใหม่ได้”
หมายความว่า ถ้าศาลกำหนดตอนแรกว่าให้ลูกจ่ายค่าเลี้ยงดูให้พ่อแม่ ศาลสามารถเปลี่ยนแปลงเพิกถอน ลด เพิ่มค่าอุปการะเลี้ยงดูได้ตามวรรคหนึ่ง และถ้าศาลตัดสินว่าไม่ให้ในตอนแรกโดยให้เหตุผลว่าฝ่ายที่จะให้ฐานะไม่ดีพอ แล้วข้อเท็จจริงเปลี่ยนว่าดีขึ้น ก็สามารถขอให้ศาลเปลี่ยนแปลงคำสั่งให้ได้
โดยสิทธิได้ค่าอุปการะเลี้ยงดูนี้ จะไม่สามารถสละทิ้ง โอนให้ผู้อื่น และเป็นสิทธิที่ไม่สามารถถูกบังคับคดีได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1598/41
ท้ายที่สุดนี้
เป้าหมายของกระบวนการนี้ไม่ใช่เพียงการเรียกเงิน แต่เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลที่สมควรตามหลักกฎหมายและศีลธรรม หากครอบครัวสามารถเจรจาไกล่เกลี่ยได้ก่อน ก็จะช่วยลดความขัดแย้งได้มาก แต่หากจำเป็นต้องฟ้อง ศาลก็มีอำนาจกำหนดค่าอุปการะอย่างเป็นธรรมและบังคับตามกฎหมายได้ ผู้สูงอายุหรือผู้ดูแลไม่ควรรอจนเดือดร้อนรุนแรง หากถูกทอดทิ้งหรือไม่ได้รับการช่วยเหลือ คุณสามารถเริ่มต้นปรึกษาทนาย ยื่นคำร้อง หรือขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐได้ทันที เพื่อให้ได้รับการอุปการะที่เหมาะสมตามสิทธิของตน อย่ารอให้สายเกินไป
⭐️ ปรึกษาทนายเบื้องต้นฟรี ง่ายๆผ่านทาง Free Q&A โดยไม่จำเป็นต้องระบุตัวตน
Q : ฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรย้อนหลังจากอดีตสามี
Q : ไม่จดทะเบียนสมรส สามารถฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตรได้ไหมคะ
Q : จับได้ว่าแฟนนอกใจฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูได้มั้ย
ปรึกษาทนายตัวจริง
สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว


