
ขอคำสั่งคุ้มครองจากความรุนแรงในครอบครัวอย่างไรให้ทันการณ์

ครอบครัวถือเป็นหน่วยพื้นฐานในสังคมที่สำคัญที่สุดในการทำหน้าที่ให้การเลี้ยงดู อุปการะ ให้ความรัก ความอบอุ่นซึ่งกันและกันระหว่างบุคคล โดยสังคมในปัจจุบัน ถึงแม้จะมีความเจริญก้าวหน้าในทุก ๆ ด้าน แต่กลับพบว่าปัญหาเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงปัญหาอาชญากรรมยังคงเกิดขึ้นอยู่เสมอและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้คนเกิดความเครียดและนำไปสู่การใช้สารเสพติด มีปัญหาหนี้สิน จนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง และนำไปสู่การใช้ความรุนแรงกับตนเองและผู้อื่น หรือกับคนในครอบครัว
การใช้ความรุนแรงในครอบครัว ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อนเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งการช่วยเหลือหรือการแก้ปัญหายังคงทำได้ยาก เนื่องจากความเชื่อของคนในสังคมมองว่าความรุนแรงในครอบครัว เป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัวและควรปกปิด จึงเป็นสาเหตุที่ผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวถูกกระทำซ้ำ ๆ จนบาดเจ็บทางกาย ทางจิต หรืออาจรุนแรงขั้นเสียชีวิต ในทางกลับกันผู้กระทำผิดก็ไม่ได้รับโทษหรือได้รับการแก้ไขพฤติกรรมที่เหมาะสม ดังนั้น รัฐจึงต้องเข้ามาช่วยเหลือและคุ้มครองให้ทันท่วงที โดยมีมาตรการทางกฎหมายที่สำคัญ โดยเฉพาะการออกคำสั่งคุ้มครองจากความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งจะขออย่างไรให้ทันการณ์ ในบทความนี้มีคำตอบครับ
ครอบครัว ตามความหมายทั่วไป
คำว่าครอบครัว โดยทั่วไปประกอบด้วย คู่สมรส บุตร บิดา มารดา ซึ่งหมายรวมถึง บุคคลที่ความผูกพันกันทางสายโลหิต การสมรส ซึ่งรวมถึงบุตรบุญธรรม ด้วย
กฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ประกาศราชกิจจานุเบกษา วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้วันที่ 14พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ประกอบไปด้วยทั้งหมด 18 มาตรา โดยกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว มีความเหมาะสมกว่าการใช้กระบวนการทางอาญา เพราะสามารถกำหนดรูปแบบ วิธีการ และขั้นตอนที่มีลักษณะแตกต่างจากการดำเนินคดีอาญาโดยทั่วไป โดยให้ผู้กระทำความผิดมีโอกาสกลับตัวและยับยั้งการกระทำผิดซ้ำ รวมทั้งสามารถรักษาความสัมพันธ์อันดีในครอบครัวไว้ได้
ความรุนแรงในครอบครัว

คือการกระทำใด ๆ โดยมุ่งประสงค์ให้เกิดอันตราย หรือโดยน่าจะก่อให้เกิดอันตราย หรือโดยใช้อำนาจบังคับ ครอบงำ ซึ่งอธิบาย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ดังนี้
- อันตรายแก่ร่างกาย เช่น ตบตี ทำร้ายร่างกาย ไม่ว่าจะบาดเจ็บธรรมดา หรือเพียงรอยฟกช้ำ
- อันตรายต่อจิตใจ โดยกระทำถึงขนาดที่ทำให้เกิดผลกระทบกระเทือนทางจิตใจ เช่น สลบ มึนงง วิตกกังวล ประสาทเสีย ซึ่งต้องพิสูจน์ทางการแพทย์หรือจิตเวช
- อันตรายต่อสุขภาพ หมายถึง การทำให้เจ็บป่วยทางสุขภาพ เช่น แอบใส่ยาลดน้ำหนักให้คู่สมรสกิน หรือสูบบุหรี่ในบ้านที่มีบริเวณคับแคบ จนเป็นอันตรายต่อคนที่อยู่ร่วมด้วยในครอบครัว
อย่างไรก็ตาม การกระทำความรุนแรงในครอบครัวไม่รวมถึงการกระทำด้วยความประมาท
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550
มาตรา 3 “การกระทำใดๆ โดยมุ่งประสงค์ให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ หรือกระทำโดยเจตนาในลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพของบุคคลในครอบครัว หรือบังคับ หรือใช้อำนาจครอบงำผิดทำนองคลองธรรม ให้บุคคลในครอบครัวต้องกระทำการ ไม่กระทำการ หรือยอมรับการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดโดยมิชอบ แต่ไม่รวมถึงการกระทำโดยประมาท”
คำพิพากษาฎีกาที่ 15667/2558 การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสและลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 297 (8) ได้ เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว จึงไม่เป็นความผิดอันยอมความได้ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 มาตรา 4 วรรคสอง ตอนท้าย
คำพิพากษาฎีกาที่ 2154/2561 จำเลยนำกระดาษเขียนข้อความมาติดที่หน้าบ้านโจทก์จนสีกะเทาะล่อนสีและปูนผนังรั้วเสียหาย ส่งเสียงตะโกนโวยวายหน้าบ้าน วิ่งวนไปมาหน้าบ้านโจทก์ นำลูกโป่งและสิ่งของมาผูกวางหน้าบ้าน และโยนเข้าไปในบ้านโจทก์และกดกริ่งหน้าบ้านโจทก์เป็นเวลานาน ๆ จนกริ่งไฟฟ้าเสียหาย เพื่อมุ่งประสงค์ให้โจทก์ส่งมอบหรือบังคับให้ผู้เยาว์ออกมาพบหรือพูดคุยกับจำเลย เมื่อโจทก์ไม่ปฏิบัติตามจำเลยก็ไม่ยุติการกระทำ เช่นนี้ นอกจากเป็นการใช้สิทธิที่มีแต่จะเกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการรบกวนความเป็นปกติสุขของโจทก์แล้ว ยังถือเป็นการบังคับหรือใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมที่เป็นการฝ่าฝืนศีลธรรมจรรยาอันดีของประชาชน ผิดวิสัยวิญญูชนทั่วไปจะพึงปฏิบัติกันเพื่อบีบคั้นให้โจทก์ผู้เป็นมารดา ผู้เยาว์จำต้องกระทำการคือพาผู้เยาว์ออกมาพบหรือพูดคุยกับจำเลย ตามที่จำเลยต้องการด้วยวิธีการโดยมิชอบ จำเลยกระทำต่อโจทก์ที่เป็นคู่สมรสเดิมซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัวตามที่บัญญัติในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550มาตรา 3 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ตามมาตรา 4 วรรคหนึ่ง
บทความที่คุณอาจสนใจ
- คดีอุทลุม ลูกฟ้องพ่อแม่ได้ไหม ลูกแจ้งความพ่อแม่ได้ไหม?
- กฎหมายครอบครัว รู้ไว้ก่อนสร้างครอบครัว (ทนายแนะนำ)
- พ่อแม่มีสิทธิ์ในตัวลูกแค่ไหน? รู้ไว้ก่อนถูกละเมิด!
ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในขั้นตอนการแจ้งเหตุและขอความคุ้มครอง
บุคคลในครอบครัว
คำว่าบุคคลในครอบครัว ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 มีความหมายกว้างนอกเหนือจากความหมายตามกฎหมายครอบครัวตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้แก่
- คู่สมรส หมายถึง ชายและหญิงที่อยู่ร่วมกันโดยจดทะเบียนสมรส
- คู่สมรสเดิม หมายถึง ชายและหญิงที่เคยจดทะเบียนสมรส ต่อมาภายหลังได้จดทะเบียนหย่า
- ผู้ที่อยู่กินกันฉันสามีภรรยา โดยมิได้จดทะเบียนสมรส
- ผู้ที่เคยอยู่กินกันฉันสามีภรรยา โดยมิได้จดทะเบียนสมรส
- บุตร หมายถึง บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย บุตรนอกสมรส บุตรบุญธรรม
- สมาชิกในครอบครัว หมายถึง บุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต เช่น บิดา มารดา พี่ น้อง ลุง ป้า น้า อา ปู่ ย่า ตา ยาย
- บุคคลใด ๆ ซึ่งต้องอาศัยพึ่งพากัน เช่น แม่นม คนรับใช้อยู่กันมานานเหมือนญาติคนนึง
ทั้งนี้ คนงาน ลูกจ้าง ที่ได้รับค่าแรง ค่าจ้าง ทั่วไป ไม่ถือเป็น บุคคลในครอบครัว ตามกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว
พนักงานเจ้าหน้าที่
หมายถึง
- บุคคลซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง
- เจ้าหน้าที่ตำรวจ
- เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง
ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อการป้องกันการกระทำความรุนแรงในครอบครัว
เป็นหน่วยงาน หน่วยประสานในการช่วยเหลือผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งตั้งอยู่ที่กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด รวมถึงหน่วยงานของรัฐอื่น ๆ ที่ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ถูกกระทำ
ศาล
หมายถึงศาลเยาวชนและครอบครัว
ขั้นตอนการแจ้งเหตุความรุนแรงในครอบครัว

- เมื่อพบเหตุความรุนแรงในครอบครัว หรือเป็นผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว ให้แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง แล้วแต่กรณี เพื่อให้การช่วยเหลือโดยทันที
- แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนหรืออาจมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ร้องทุกข์แทนได้
- พนักงานสอบสวนต้องดำเนินการสอบสวนโดยไม่ชักช้า และแจ้งสิทธิให้ผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวทราบถึงกระบวนการกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว
การออกคำสั่งคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว โดยพนักงานเจ้าหน้าที่
พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด และได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรี โดยมีอำนาจออกคำสั่ง ดังนี้
- กำหนดมาตรการหรือวิธีการเพื่อบรรเทาทุกข์ให้แก่บุคคลผู้ถูกกระทำ
- จัดให้ผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัวเข้ารับการตรวจรักษาจากแพทย์
- ให้ผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัวชดใช้เงินช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เบื้องต้น ตามสมควรแก่ฐานะ
- กำหนดวิธีการดูแลบุตร
- ประนีประนอมยอมความและไกล่เกลี่ย
การออกคำสั่งคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว โดยศาล
ผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวหรือเจ้าหน้าที่ อาจยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกคำสั่ง โดยศาลมีอำนาจกำหนดมาตรการหรือวิธีการบรรเทาทุกข์ ดังนี้
- วิธีการฟื้นฟูและบำบัดรักษาผู้กระทำความผิดแทนการลงโทษ
- วิธีการคุมความประพฤติผู้กระทำความผิด
- ให้ผู้กระทำความผิดชดใช้เงินช่วยเหลือบรรเทาทุกข์
- ประนีประนอมยอมความและไกล่เกลี่ยคดีครอบครัว
- ออกคำสั่งคุ้มครองสวัสดิภาพ
ขอคำสั่งคุ้มครองอย่างไรให้ทันการ
ผู้เขียนเห็นว่ามีวิธีการที่น่าสนใจ ดังนี้
ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพในกรณีฉุกเฉิน
- ผู้มีสิทธิยื่นคำร้อง ได้แก่ ผู้ถูกกระทำ ญาติ พนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานสอบสวน องค์การที่ให้ความช่วยเหลือตามกฎหมาย ร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวที่อยู่ในเขตอำนาจ
- เตรียมพยานหลักฐาน
- ยื่นคำร้องเป็นหนังสือตามแบบพิมพ์ของศาล
- หรือแถลงต่อศาลด้วยวาจา
เมื่อศาลรับคำร้องแล้วจะมีการไต่สวนโดยเร็ว เพื่อออกคำสั่งคุ้มครองสวัสดิภาพผู้ถูกกระทำความรุนแรง ในครอบครัว ภายใต้วิธีการที่กฎหมายกำหนด โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์อันดีของครอบครัวประกอบกันด้วย รวมถึงแจ้งคำสั่งศาลไปยังเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ และนักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา พนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่และรายงานให้ศาลทราบ
โทรสายด่วน 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
1300 เป็นสายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้การช่วยเหลือตามกฎหมายในทุกขั้นตอน
แจ้งเหตุหน่วยงานของรัฐ ได้แก่
- สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด
- บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัด
- โรงพยาบาลของรัฐ
- สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัด
- สถานีตำรวจ
- องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในพื้นที่
- ที่ทำการฝ่ายปกครองในพื้นที่
แจ้งมูลนิธิและองค์กรเอกชน เช่น มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก
แจ้งทนายความ การดำเนินการต่อหน่วยงานของรัฐ การดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นศาล การติดตามเรื่องทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือเหลือ ทนายความสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน
โทษทางอาญาของความผิดความรุนแรงในครอบครัว

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 มาตรา 4
- จำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
- เป็นความผิดอันยอมความได้
- ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญาให้ถือว่าเป็นความผิดอันยอมความได้
- ถ้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอื่น ก็ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอื่นด้วย (เขตอำนาจศาล)
มาตรการคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวที่สำคัญ
- การออกคำสั่งใด ๆ เท่าที่จำเป็นและพอสมควรแก่กรณี
- การห้ามผู้กระทำรุนแรงเข้าในที่พำนักของครอบครัว
- ห้ามเข้าใกล้ตัวบุคคลในครอบครัว
- ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ต้องระวางโทษจำคุกและปรับ
- ในระหว่างมีคำสั่งคุ้มครองสวัสดิภาพศาลจะกำหนดให้ฝ่ายที่ต้องรับผิดจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้แก่อีกฝ่ายตามที่เห็นสมควรได้
สถาบันครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น ไม่ว่าการดำเนินการตามกฎหมายการกระทำความรุนแรงในครอบครัวจะได้ดำเนินไปแล้วเพียงใด คู่ความก็สามารถยอมความกันได้ โดยมุ่งถึงความสงบสุขและการอยู่ร่วมกันในครอบครัวเป็นสำคัญ โดยคำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวและการสงวนคุ้มครองสถานภาพของการสมรส โดยคำนึงถึงสวัสดิภาพและอนาคตของเด็กเป็นสำคัญด้วย
หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์สำหรับผู้อ่าน หากยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถเข้าไปตั้งคำถาม ผ่านช่องทางที่แพลตฟอร์ม Legardy หรือรวบรวมข้อเท็จจริงเข้าปรึกษากับทนายความ ก็จะได้คำตอบที่ชัดเจนมากขึ้นครับ
⭐️ ปรึกษาทนายเบื้องต้นฟรี ง่ายๆผ่านทาง Free Q&A โดยไม่จำเป็นต้องระบุตัวตน
ปรึกษาทนายตัวจริง
สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว


