
การชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินอย่างอื่นแทนเงิน (datio in solutum) ใช้ได้ในกรณีใดบ้าง ?

มาตรา 6 พระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 อธิบายความหมายของ “เงินตรา” หรือที่เราเรียกกันทั่วไปว่าเงินหรือเงินสดนั้นว่าหมายถึงเหรียญกษาปณ์และธนบัตร ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการชำระหนี้ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นราคาค่าซื้อสินค้าและบริการ ค่าจ้าง ค่าเช่า หรือหนี้เงินกู้ที่ค้างชำระ ก็มักกำหนดให้ชำระด้วยเงินสดเป็นส่วนใหญ่
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าตอนเริ่มต้นผูกพันทำสัญญากันเราในฐานะคู่สัญญาจะมีหน้าที่ต้องชำระหนี้ด้วยเงินสด แต่เมื่อถึงเวลาที่จะต้องชำระกันจริงหากเราไม่มีเงินสดติดตัว มีเงินสดไม่เพียงพอ หรือไม่พร้อมที่จะชำระด้วยเงินสดไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ๆ กฎหมายได้เปิดช่องให้คู่สัญญาสามารถนำทรัพย์สินอย่างอื่นชำระหนี้แก่อีกฝ่ายหนึ่งแทนเงินสดได้
ในบทความนี้จะพาท่านสำรวจว่า เงื่อนไขหลักที่จะใช้ทรัพย์สินอื่นชำระแทนเงินสดคืออะไร ทรัพย์สินอื่นประเภทไหนบ้างที่จะใช้ชำระแทนเงินสดได้ และหากใช้ทรัพย์สินอื่นชำระแทนเงินสดไปแล้วต่อมาปรากฏว่าทรัพย์สินนั้นมีปัญหาจะมีผลอย่างไร รวมถึงเมื่อได้ใช้ทรัพย์สินอื่นชำระแทนเงินสดไปแล้วผลจะเป็นอย่างไรยอดหนี้จะถูกหักไปเท่าไหร่ ปัญหาทั้งหลายเหล่านี้บทความนี้มีคำตอบ
⭐️ ปรึกษาทนายเบื้องต้นฟรี ง่ายๆผ่านทาง Free Q&A ของ Legardy โดยไม่จำเป็นต้องระบุตัวตน
เงื่อนไขหลักในการใช้ทรัพย์สินอื่นชำระแทนเงิน
การใช้ทรัพย์อื่นชำระแทนเงิน หรือที่มักเรียกกันว่า “การเอาทรัพย์ตีใช้หนี้” หรือ “การตีใช้หนี้” นั้น

มีเงื่อนไขหลักปรากฏอยู่ในมาตรา 321 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ความยินยอมของคู่สัญญาฝ่ายเจ้าหนี้ หมายความว่า เจ้าหนี้จะต้องยอมรับทรัพย์สินอย่างอื่นที่คู่สัญญาฝ่ายลูกหนี้ขอชำระแทนเงินด้วย หากลูกหนี้ต้องการใช้ทรัพย์สินอื่นชำระแทนเงิน
แม้ว่าทรัพย์สินนั้นจะมีมูลค่าสูงกว่ายอดหนี้เพียงใดก็ตาม แต่ถ้าเจ้าหนี้ปฏิเสธไม่ยอมรับโดยยังประสงค์ให้ชำระเป็นเงินตามสัญญาเช่นเดิม เจ้าหนี้ก็มีสิทธิปฏิเสธไม่รับได้ ตามมาตรา 320 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และลูกหนี้ก็ไม่มีสิทธิใช้ทรัพย์สินนั้นชำระแทนเงินได้
ในทางกลับกัน หากเจ้าหนี้ยอมรับเอาทรัพย์สินอื่นแทนเงิน หนี้หรือภาระหน้าที่ที่ต้องใช้เงินนั้นก็ระงับสิ้นไป
ตัวอย่างเช่น ผู้ซื้อค้างชำระราคาค่าซื้อรถยนต์ 2 หมื่นบาท ต้องการจะใช้แหวนเพชรมูลค่า 2 แสนบาทชำระแทน หากผู้ขายยอมรับเอาแหวนเพชรแทนหนี้ก็ระงับไป แต่หากเจ้าหนี้ไม่ยอมรับก็มีสิทธิปฏิเสธได้และในขณะเดียวกันลูกหนี้ก็ไม่มีสิทธิที่จะบังคับให้ต้องรับแหวนเพชรนั้นไว้แทนเงินสดได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5212/2533
โจทก์ (เจ้าหนี้) ยอมให้จำเลย (ลูกหนี้) ชำระหนี้เงินกู้ยืมที่ยังค้างชำระทั้งหมดให้แก่โจทก์ด้วยไก่ การที่โจทก์รับเอาไก่ของจำเลยไว้ย่อมแปลว่า โจทก์พอใจรับเอาไก่ของจำเลยชำระหนี้แทนเงินที่จำเลยกู้ยืมไป ทำให้หนี้เงินกู้ยืมเป็นอันระงับ ตามมาตรา 321 วรรคแรก
- ประเภทของทรัพย์สินอื่นที่ใช้ชำระแทนเงิน
- ทรัพย์สินทั่วไป
ลูกหนี้มีสิทธิจะขอใช้ทรัพย์สินใด ๆ ชำระแทนเงินได้ทั้งสิ้น แต่ต้องไม่เป็นทรัพย์สินที่ผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด อาวุธเถื่อน สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ อวัยวะของมนุษย์ สัตว์หรือพันธุ์ไม้คุ้มครอง เป็นต้น
ตราสารเปลี่ยนมือ
ในทางธุรกิจการค้า คู่สัญญามักเสนอใช้ตราสารเปลี่ยนมือประเภทต่าง ๆ ชำระแทนเงินสด โดยเฉพาะตั๋วเงินอันได้แก่ ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน และเช็ค อย่างไรก็ตาม การใช้ตั๋วเงินชำระแทนเงินสดนั้น นอกจากมีเงื่อนไขว่าเจ้าหนี้จะต้องยอมรับตั๋วเงินนั้นไว้แทนแล้ว
มาตรา 321 วรรคสาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ยังกำหนดเงื่อนไขอีกว่า หากเจ้าหนี้ยอมรับเอาตั๋วเงินไป หนี้หรือภาระหน้าที่ตามสัญญาจะยังไม่สิ้นสุดลงในทันทีจนกว่าจะมีการใช้เงินตามตั๋วนั้นแล้ว ซึ่งแตกต่างจากการใช้ทรัพย์สินทั่วไปชำระแทนซึ่งหนี้จะระงับไปทันทีที่เจ้าหนี้ยอมรับเอาไว้
ตัวอย่างเช่น ผู้ซื้อค้างชำระราคาค่าซื้อเครื่องจักร 2 หมื่นบาท ต้องการจะออกเช็คใช้ชำระแทนเงินสด หากผู้ขายยอมรับเช็คนั้นหนี้จะยังไม่ระงับสิ้นสุดไปในทันทีจนกว่าเช็คนั้นจะได้ใช้เงิน ซึ่งหมายถึงการที่เจ้าหนี้นำเช็คไปขึ้นเงินกับธนาคารและธนาคารได้จ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้ตามเช็คนั้นแล้ว
สิทธิ
สิทธิต่าง ๆ ที่คู่สัญญาฝ่ายลูกหนี้จะเรียกได้จากบุคคลอื่นก็สามารถนำมาใช้ชำระแทนเงินสดได้เช่นกัน
ตัวอย่างเช่น ลูกหนี้มีสิทธิเรียกร้องให้ผู้กู้ยืมเงินไปชำระหนี้ (ลูกหนี้ของลูกหนี้) เช่นนี้ลูกหนี้จะเอาสิทธิเรียกร้องนั้นไปใช้ชำระแทนราคาค่าซื้อสินค้าและบริการที่ตนค้างชำระกับเจ้าหนี้อยู่ก็ได้
นอกจากนี้ มีข้อสังเกตว่า การที่เราโอนเงินในบัญชีธนาคารเพื่อชำระหนี้ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ผ่านโมบายแบงก์กิ้ง (Mobile Banking) โดยการกรอกบัญชีธนาคารปลายทางหรือการสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) ก็เป็นการโอนสิทธิที่เรามีต่อธนาคารตามสัญญาฝากเงินเพื่อใช้ชำระแทนเงินสดเช่นกัน ดังนั้น หากสัญญาไม่ได้กำหนดให้ชำระหนี้โดยการโอนเงินผ่านระบบโมบายแบงก์กิ้งมาแต่ต้น การที่เราจะโอนเงินผ่านระบบดังกล่าวได้หรือไม่นั้น จึงต้องอยู่ที่ความยินยอมพร้อมใจของเจ้าหนี้ผู้เป็นเจ้าของบัญชีธนาคารปลายทางด้วยนั่นเอง
อสังหาริมทรัพย์
อสังหาริมทรัพย์อย่างบ้านและที่ดินก็เป็นทรัพย์สินที่สามารถนำมาใช้ชำระแทนเงินสดได้ อย่างไรก็ตาม การจะใช้อสังหาริมทรัพย์ชำระแทนนั้น นอกจากเจ้าหนี้จะต้องยอมรับแล้ว คู่สัญญาจำเป็นต้องจัดการโอนทางทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วย กล่าวคือ ต้องมีการทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ (เจ้าพนักงานที่ดิน) ตามมาตรา 1299 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มิฉะนั้นแล้วการโอนอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้ชำระแทนเงินสดจะไม่ผูกพันบุคคลอื่นที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์นั้น โดยจะผูกพันบังคับกันได้เฉพาะกับคู่สัญญาเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น ผู้ซื้อค้างชำระค่าซื้อรถยนต์ 2ล้านบาท ต้องการจะใช้ที่นาสองแปลงชำระให้แก่ผู้ขายแทน เช่นนี้ผู้ซื้อและผู้ขายต้องโอนที่นานั้นโดยการทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย หากเพียงส่งมอบโฉนดหรือหนังสือสำคัญในที่ดินให้แก่กันย่อมผูกพันเฉพาะกับผู้ซื้อกับผู้ขายเท่านั้น กล่าวคือ หากผู้ขายจดทะเบียนโอนที่ดินต่อไปให้บุคคลอื่น ผู้ซื้อจะอ้างว่าตนยังไม่ได้จดทะเบียนโอนให้ผู้ขาย ดังนั้น ผู้ขายไม่มีสิทธิโอนต่อไปยังบุคคลอื่น การอ้างเช่นนี้ย่อมฟังไม่ขึ้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4892/2542
การยกที่ดินพิพาทตีใช้หนี้เงินกู้ไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา1299 วรรคหนึ่ง ทำให้การได้มาซึ่งที่ดินพิพาทไม่บริบูรณ์ แต่หาเป็นโมฆะเสียเปล่าไม่ การยกที่ดินพิพาทตีใช้หนี้ยังคงใช้บังคับกันได้ระหว่างคู่สัญญา
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
ความรับผิดเกี่ยวกับการใช้ทรัพย์สินอื่นชำระแทนเงิน

เมื่อได้ใช้ทรัพย์สินอย่างอื่นชำระแทนเงินสดไปแล้ว ต่อมาปรากฏว่าทรัพย์สินนั้นเกิดเสียหาย บุบสลาย หักพัง เน่าเสีย หรือใช้ประโยชน์ไม่ได้อย่างที่ควรจะเป็น คู่สัญญาฝ่ายเจ้าหนี้ที่ยอมรับทรัพย์สินนั้นไว้มีสิทธิเรียกให้ลูกหนี้ต้องรับผิดชอบในการชำรุดบกพร่องนั้นได้ ตามมาตรา 322 ประกอบมาตรา 472 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือแม้ว่าทรัพย์สินนั้นจะไม่ได้ชำรุดบกพร่อง แต่ปรากฏว่ามีบุคคลอื่นอ้างว่าตนมีสิทธิเหนือทรัพย์สินนั้นจนเรียกเอาทรัพย์สินนั้นคืนไปได้ตามกฎหมาย เจ้าหนี้ก็มีสิทธิเรียกให้ลูกหนี้ต้องรับผิดชอบในการที่ตนถูกรบกวนขัดสิทธิจากบุคคลอื่นนั้นได้ ตามมาตรา 322 ประกอบมาตรา 475 และมาตรา 479 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
1. ผลของการใช้ทรัพย์สินอื่นชำระแทนเงิน
หากคู่สัญญาเป็นหนี้ที่ต้องชำระเงินซึ่งไม่ใช่หนี้เงินกู้ตามสัญญากู้ยืมเงิน เช่น หนี้ที่ต้องชำระเงินค่าซื้อ ค่าเช่า หรือค่าจ้าง คู่สัญญาสามารถตกลงกันได้ว่าเมื่อใช้ทรัพย์สินอย่างอื่นชำระแทนเงินสดไปแล้วจะให้หักหนี้ออกไปเป็นจำนวนเท่าใด ซึ่งอาจตกลงให้หักหนี้ไปโดยไม่ต้องคำนึงถึงมูลค่าของทรัพย์สินนั้น หรือให้หักหนี้ตามมูลค่าของทรัพย์สินก็ทำได้ทั้งสิ้น
ตัวอย่างเช่น ผู้เช่าค้างชำระค่าเช่า 1 หมื่นบาท ขอใช้แหวนทองคำมูลค่า 5 พันบาทชำระแทนโดยให้หักหนี้ไปทั้งหมดก็ทำได้ หรืออาจตกลงให้หักหนี้ไปเพียง 5 พันบาทตามมูลค่าของแหวนและยังเหลือค้างชำระกันอีก 5 พันบาทก็ทำได้ หรือให้หักหนี้ไป 1 พันบาทซึ่งแม้ว่าจะต่ำกว่ามูลค่าของแหวนก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันเพียงแต่แบบหลังนี้ลูกหนี้จะเสียเปรียบจึงมักไม่ทำกันในทางปฏิบัติ
2. กรณีใช้ทรัพย์สินอื่นชำระหนี้เงินกู้
หากคู่สัญญาเป็นหนี้ที่ต้องชำระเงินกู้ตามสัญญากู้ยืมเงิน เมื่อผู้กู้ขอชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินอย่างอื่นแทนเงินสดแก่ผู้ให้กู้ และผู้ให้กู้ยอมรับทรัพย์สินนั้นแทนแล้ว มาตรา 656 วรรคสอง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กำหนดว่า หนี้เงินกู้จะระงับสิ้นสุดลงไปตามมูลค่าของทรัพย์สินนั้นเท่านั้น โดยมูลค่าดังกล่าวต้องพิจารณาจากราคาท้องตลาดในเวลาและสถานที่ที่ส่งมอบทรัพย์สิน คู่สัญญาไม่สามารถตกลงให้หนี้เงินกู้ระงับลงผิดไปจากมูลค่าของทรัพย์สินที่ใช้ชำระแทนได้ และหากมีการตกลงในลักษณะฝ่าฝืนดังกล่าว ข้อตกลงย่อมตกเป็นโมฆะเสียเปล่าใช้บังคับไม่ได้ ตามมาตรา 656 วรรคสาม ประกอบมาตรา 172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ตัวอย่างเช่น ผู้กู้ค้างชำระเงินกู้ 2 แสนบาท ต้องการใช้รถจักรยานยนต์ชำระแทนเงินสด หากปรากฏว่าราคาท้องตลาดในเวลาและสถานที่ที่ส่งมอบรถจักรยานยนต์นั้นมีมูลค่าอยู่ที่ 1 แสนบาท เช่นนี้หนี้เงินกู้ย่อมถูกหักไปด้วยการใช้รถจักรยายนต์ชำระแทนเพียง 1 แสนบาทและคงเหลือหนี้อีก 1 แสนบาท โดยผู้กู้กับผู้ให้กู้จะตกลงว่าให้หักหนี้ไปทั้งหมด 2 แสนบาท หรือให้หักหนี้มากหรือน้อยกว่า 1 แสนบาทไม่ได้ผิดไปจากมูลค่ารถจักรยายนต์ไม่ได้ โดยหากมีการตกลงเช่นนั้น ข้อตกลงย่อมเป็นโมฆะซึ่งจะบังคับกันตามกฎหมายไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10751/2553
โจทก์ (ลูกหนี้) โอนที่ดินพิพาทให้จำเลย (เจ้าหนี้) เพื่อชำระหนี้จำนองแก่จำเลย โดยมิได้คำนึงว่าที่ดินพิพาทมีราคาเท่าใด เป็นความตกลงที่ขัดต่อมาตรา 656 วรรคสอง การโอนที่ดินพิพาทแทนการชำระหนี้จึงตกเป็นโมฆะตามมาตรา 656 วรรคท้าย ทำให้ถือไม่ได้ว่ามีการชำระหนี้โดยชอบแล้ว
📢 หากคุณกำลังมองหาคำแนะนำใน การใช้ทรัพย์สินอื่นชำระหนี้ หรือต้องการปรึกษาปัญหากฎหมายอื่นๆ ติดต่อทนาย กว่า 700 คนทั่วประเทศผ่านเว็บไซต์ได้เลย
ปรึกษาทนายตัวจริง
สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว


