กรณีขับรถชนสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์จรจัด : กรณีไหนใครต้องรับผิด?
ในปัจจุบันมีปัญหาเกี่ยวกับการขับขี่เกิดขึ้นอยู่ในทุกวัน หนึ่งในปัญหาที่เจอกันบ่อยคือการขับรถชนเข้ากับสัตว์ ซึ่งเมื่อเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น หลายคนอาจสับสนไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร หรืออาจสงสัยว่าตามกฎหมายแล้วใครต้องรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วกรณีที่เป็นสัตว์จรจัดล่ะจะต่างกับกรณีขับรถชนสัตว์เลี้ยงหรือไม่ บทความนี้จะพามาหาคำตอบกัน
1. นิยามของสัตว์เลี้ยงและสัตว์จรจัดตามกฎหมายไทย
ก่อนอื่นเลยจะขอพาทุกคนมาดูความต่างของสัตว์เลี้ยงกับสัตว์จรจัดกันก่อน เพราะเรื่องนี้ส่งผลต่อความรับผิดที่จะเกิดขึ้น แนวคิดเกี่ยวกับสัตว์นั้นก็แตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ บางประเทศมองว่าสัตว์เป็นเรื่องทรัพย์สิน บางประเทศมองว่า สัตว์ไม่ใช่ทรัพย์สิน แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ควรจะได้รับการคุ้มครอง ซึ่งกฎหมายไทยมองเรื่องนี้อย่างไรนั้นเราจะไปดูโดยเริ่มจากสัตว์เลี้ยงก่อนเลย
1.1 สัตว์เลี้ยงคืออะไร?
ในมุมมองของผู้เลี้ยงอาจจะมองว่าสัตว์เลี้ยงของเราเป็นเหมือนครอบครัวหรือเพื่อน และแม้กฎหมายไทยเราจะมีกฎหมายหลายฉบับที่มีการพูดถึงหรือคุ้มครองเกี่ยวกับสัตว์ แต่ในสายตาของกฎหมายไทยยังมองว่า “สัตว์เลี้ยงเป็นทรัพย์สินของเจ้าของสัตว์” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 137 และ มาตรา 138
ทั้งนี้ เจ้าของสัตว์ก็คือผู้มีกรรมสิทธิ์ รวมถึงผู้ครอบครองสัตว์ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแล ซึ่งเป็นนิยามที่ถูกวางหลักไว้ในมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557
1.2 สัตว์จรจัดคืออะไร?
ในส่วนของสัตว์จรจัดนั้นไม่ได้มีนิยามที่เฉพาะเจาะจงอะไรในทางกฎหมาย ความหมายของ
สัตว์จรจัดจึงสามารถใช้นิยามตามความเข้าใจทั่วไปได้เลย คือ สัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง ไม่มีเจ้าของดูแล มีอิสระในการใช้ชีวิต โดยที่สัตว์จรจัดนั้นอาจจะเกิดจากการถูกทอดทิ้งจากเจ้าของ หรือเป็นสัตว์จรจัดอยู่แล้วตั้งแต่เกิดจนโตมาโดยไม่มีเจ้าของ ซึ่งเราสามารถพบเห็นได้ทั่วไปในที่สาธารณะ แต่ถ้าสัตว์จรจัดนั้นมีคนดูแลล่ะ?
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1639/2565 เป็นเรื่องของสุนัขจรจัดที่ไปกัดเด็กจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งสุนัขจรจัดนี้เป็นสุนัขที่จำเลยได้ให้อาหารมาตลอดต่อเนื่องเป็นเวลา 2-5 ปี เมื่อสุนัขตัวนั้นคลอดลูก จำเลยก็ได้แจกจ่ายลูกสุนัขให้แก่ผู้อื่น มีการตั้งชื่อเล่นเรียก และผู้คนบริเวณนั้นก็เข้าใจว่าจำเลยเป็นเจ้าของสุนัข ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติการณ์การกระทำของจำเลยบ่งชี้ว่า สุนัขนี้เป็นของจำเลย จำเลยต้องรับผิดทางอาญาและชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
จากคำพิพากษาศาลดังกล่าวจะเห็นได้ว่า แม้สัตว์นั้นจะเป็นสัตว์จรจัด แต่เมื่อมีผู้ให้อาหาร หรือดูแลมัน บุคคลนั้นก็จะถือว่าเป็น “เจ้าของสัตว์” ไปโดยปริยาย ทั้งนี้ พฤติการณ์ดังกล่าวไม่ใช่การที่ดูแลให้อาหารเป็นครั้งคราว แต่จะต้องเป็นการปฏิบัติต่อเนื่องและมีพฤติการณ์อื่น ๆ ประกอบด้วยจนทำให้คนอื่นเชื่อว่า
สัตว์จรจัดนั้นมีเจ้าของ ซึ่งอย่างในคำพิพากษาตัวอย่างจำเลยก็มีการแจกจ่ายลูกสุนัขและมีการตั้งชื่อ คนบริเวณนั้นก็คิดว่าจำเลยเป็นเจ้าของสุนัขนั้น
2. ถ้ามีการขับรถชนสัตว์ ใครจะเป็นผู้ต้องรับผิด?
ในประเด็นปัญหาดังกล่าวมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ จึงขอพิจารณาแยกเป็น 3 กรณี ดังต่อไปนี้
2.1 กรณีขับรถชนสัตว์จรจัด (อุบัติเหตุ)
หากเป็นอุบัติเหตุขับรถชนสัตว์จรจัด กรณีนี้ผูู้ขับขี่ไม่ต้องรับผิดและในขณะเดียวกันก็ไม่สามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนจากใครได้ นอกจากเคลมค่าเสียหายต่าง ๆ จากประกันรถยนต์ ซึ่งจะครอบคลุมมากน้อยเพียงใดก็แล้วแต่ชนิดของประกัน
2.2 กรณีขับรถชนสัตว์มีเจ้าของ/สัตว์เลี้ยง (อุบัติเหตุ)
กรณีนี้หากผู้ขับขี่ได้ใช้ความระวัดระวังตามสมควรแล้ว ผู้ที่จะต้องรับผิดในค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถหรือผู้ขับขี่จะเป็นเจ้าของสัตว์ตามที่วางหลักไว้ในมาตรา 433 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพราะเลี้ยงดูไม่ระวังทำให้สัตว์ไปก่อความเสียหาย นอกจากนี้เจ้าของสัตว์ยังไม่สามารถเรียกร้องความรับผิดใด ๆ ต่อตัวสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความเสียหายนั้นด้วย
ทั้งนี้ เจ้าของสัตว์ยังมีลักษณะเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 111 ที่วางหลัก ห้ามไม่ให้มีการขี่ จูง ไล่ต้อน หรือปล่อยสัตว์ไปบนทางโดยที่จะเป็นการกีดขวางการจราจรและไม่มีคนควบคุมเพียงพอ หากฝ่าฝืนก็จะมีโทษตามที่วางหลักไว้ในมาตรา 148 คือโทษปรับไม่เกิน 500 บาท
นอกจากนี้ การปล่อยปละละเลยสัตว์เลี้ยงจนถูกรถชนอาจเข้าฐานความผิดในหมวดการจัดสวัสดิภาพสัตว์ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 23 ที่ห้ามเจ้าของสัตว์ปล่อย ละทิ้ง หรือการกระทำที่ทำให้สัตว์พ้นจากการดูแลของตนโดยไม่มีเหตุสมควร หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามมาตรา 32 คือ ปรับไม่เกิน 40,000 บาท ซึ่งหากศาลพิพากษาลงโทษตามนี้แล้ว แต่ยังเห็นว่าหากให้สัตว์อยู่กับเจ้าของต่อไปอาจได้รับการดูแลที่ไม่เหมาะสมอีก ศาลอาจสั่งไม่ให้ครอบครองสัตว์นั้นต่อไปและมอบให้หน่วยงานของรัฐหรือบุคคลที่เหมาะจะดูแลต่อไปก็ได้ อำนาจนี้เป็นอำนาจของศาลตามที่วางหลักไว้ในมาตรา 33
แต่เดี๋ยวก่อน! ถ้าในกรณีนี้ผู้ขับขี่เองก็ใช้ความระมัดระวังไม่เพียงพอ หรือที่เรียกว่า “ประมาท” ก็จะต้องรับผิดตามสัดส่วนกันไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6089/2559 เป็นเหตุการณ์ที่สัตว์เลี้ยงของจำเลยทั้งสองวิ่งข้ามถนนตัดหน้ารถจักรยานยนต์ของโจทก์ในระยะกระชั้นชิดทำให้จำเลยรถล้ม ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยมีหน้าที่ควบคุมดูแลไม่ให้สัตว์ไปกีดขวางการจราจรตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 111 และการที่โจทก์รถล้มก็เป็นผลโดยตรงจากสัตว์เลี้ยงของจำเลย เมื่อจำเลยพิสูจน์ไม่ได้ว่า จำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วสูงหรือขาดความระมัดระวัง ดังนั้น จำเลยทั้งสองจึงต้องร่วมกันรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433 วรรคหนึ่ง
2.3 กรณีจงใจขับรถชนสัตว์
ในกรณีนี้มีลักษณะเป็นการตั้งใจหรือภาษากฎหมายเรียกว่าจงใจทำร้ายสัตว์ และจะเข้าข่ายเรื่องการทรมานสัตว์ ซึ่งมีตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดความผิดและบทลงโทษ โดยจะไม่แบ่งแยกว่าสัตว์นั้นเป็นสัตว์จรจัดหรือสัตว์เลี้ยง
2.3.1 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 381
มาตรานี้เป็นเรื่องของการทารุณสัตว์ ซึ่งกำหนดโทษทางอาญาเป็น การจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2.3.2 พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 20 ประกอบมาตรา 31
กฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่มุ่งเน้นเรื่องการคุ้มครองสัตว์จากการทรมานทารุณและดูแลสัตว์ในด้านต่าง ๆ การตั้งใจขับรถชนสัตว์เป็นการทารุณกรรมอย่างหนึ่ง เพราะตามมาตรา 3 วางหลักความหมายของการทารุณกรรมไว้ว่า เป็นการกระทำหรืองดเว้นการกระทำใดๆ ที่ทำให้สัตว์ทุกข์ทรมานไม่ว่าจะเป็นทางกายหรือทางใจ หรืออาจมีผลทำให้สัตว์ตาย
ตามมาตรา 20 วางหลัก ห้ามไม่ให้ทำการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และการจงใจขับรถชนสัตว์ก็ไม่ใช่เหตุยกเว้นไม่ถือว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์ตามมาตรา 21
หากฝ่าฝืนไม่ทำตามมาตรา 20 ก็จะมีโทษตามที่วางหลักไว้ในมาตรา 31 คือ โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ หากการจงใจขับรถชนสัตว์และสัตว์นั้นเป็นสัตว์มีเจ้าของ กรณีเช่นนี้ก็อาจเข้าเรื่องของการทำให้เสียทรัพย์ได้อีกด้วยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 เพราะอย่างไรเสียในมุมมองของกฎหมายไทยก็มองว่าสัตว์เป็นทรัพย์มีรูปร่างเข้าองค์ประกอบความผิดของฐานดังกล่าว และอาจต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อีกด้วย
3. สรุปอย่างสั้น : ขับรถชนสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์จรจัด กรณีไหนใครต้องรับผิด?
ไม่ได้ตั้งใจขับรถชนสัตว์จรจัด
ไม่มีผู้ต้องผิด (ค่าเสียหาย : การเคลมประกัน)
3.2 ไม่ได้ตั้งใจขับรถชนสัตว์เลี้ยง และผู้ขับขี่ระมัดระวังแล้ว
ผู้ต้องรับผิด : เจ้าของสัตว์
โทษ : 1.พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ปรับไม่เกิน 500 บาท
พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ปรับไม่เกิน 40,000 บาท
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ค่าสินไหมทดแทน
3.3 ไม่ได้ตั้งใจขับรถชนสัตว์เลี้ยง แต่ผู้ขับขี่ประมาท
ผู้ต้องรับผิด : เจ้าของสัตว์และผู้ขับขี่
โทษ : รับผิดตามสัดส่วน
3.4 การจงใจขับรถชนสัตว์ (ไม่ว่าจะเป็นสัตว์จรจัด/สัตว์เลี้ยง)
ผู้ขับขี่มีความผิดเรื่องการทารุณกรรมสัตว์
โทษ : 1.ประมวลกฎหมายอาญา จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2.พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สุดท้ายนี้ หากเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นแล้ว สิ่งแรกที่ควรทำคือมีสติ ตรวจดูความเสียหายที่เกิดขึ้นและช่วยเหลือสัตว์นั้นเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าสัตว์นั้นจะเป็นสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์จรจัด ถ้าพบว่าเป็นสัตว์ที่มีเจ้าของ แต่ไม่พบเจ้าของ หากพอจะมีข้อมูลก็ควรติดต่อแจ้งให้เจ้าของทราบ ทางเราก็อยากจะขอฝากเรื่องของการใช้ความระมัดระวัง ทั้งในการขับขี่บนท้องถนน และเรื่องของการดูแลสัตว์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเหล่านี้ขึ้น
บทสรุป
บทสรุปของเรื่องนี้คือให้แยก “สถานะสัตว์” และ “พฤติการณ์คนขับ” ออกก่อน โดย สัตว์เลี้ยง/สัตว์มีเจ้าของ กฎหมายมองเป็น ทรัพย์สิน และถ้าเจ้าของปล่อยปละจนสัตว์ออกมากีดขวางทางจนเกิดเหตุ ย่อมเสี่ยงต้องรับ ค่าสินไหมทดแทน แต่ถ้าคนขับเองมี ความประมาท ก็อาจเป็น รับผิดร่วมตามสัดส่วน ได้ ส่วน สัตว์จรจัด หากเป็นอุบัติเหตุและผู้ขับขี่ระมัดระวังแล้ว โดยหลักมักจบที่การจัดการความเสียหายผ่าน ประกันรถยนต์ มากกว่าจะไปเรียกจาก “ใครสักคน” เว้นแต่มีข้อเท็จจริงว่ามีคนดูแลให้อาหารต่อเนื่องจนเข้าลักษณะเป็น เจ้าของโดยพฤติการณ์ สำหรับกรณี จงใจขับชนสัตว์ ไม่ว่าจรจัดหรือมีเจ้าของ จะเข้าประเด็น ทารุณกรรมสัตว์ และถ้าสัตว์มีเจ้าของยังโยงไปที่ ทำให้เสียทรัพย์/ความรับผิดทางแพ่ง ได้ด้วย คีย์เวิร์ดจำง่ายคือ สัตว์จรจัด–สัตว์มีเจ้าของ, อุบัติเหตุ–ประมาท–จงใจ, เจ้าของสัตว์–คนขับ, ค่าสินไหม–ประกันรถ–ทารุณกรรมสัตว์ และเมื่อเกิดเหตุให้ทำทันทีคือ จอดอย่างปลอดภัย–ช่วยเหลือเท่าที่ทำได้–บันทึกหลักฐาน–ติดต่อเจ้าของ/หน่วยงาน/ประกัน เพื่อกันข้อพิพาทภายหลัง แนะนำให้แอด Line oa : @legardy เพื่อให้หมิงหมิงได้ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือคุณ พร้อมทนายกว่า 800 ท่านในแพลตฟอร์มเรา ค่ะ
ปรึกษาทนายตัวจริง
สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว
สมัครเป็นทนายออนไลน์
แพล็ทฟอร์มรวบรวม
งานกฎหมายจากทั่วประเทศ







