ด่าแบบไหนเรียก “หมิ่นประมาท” รู้ไว้ก่อนโดนฟ้อง.png
เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-18

คดีทะเลาะวิวาทบาดเจ็บเล็กน้อย ยอมความได้ไหม ทำอย่างไร

สมัยก่อนเราเคยผ่านยุคที่ วัยรุ่นรวมกลุ่มและยกพวกตีรันฟันแทงกันมาก่อน จนถึงปัจจุบันที่กิจกรรมการใช้คนละหมัดสองหมัดในหมู่วัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่มีผมขาวก็ยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง แล้วไม่มีทีท่าจะหมดไปง่าย ๆ ทุกคนนึกออกไหมคะว่ามันคือเรื่องอะไร…ใช่แล้วค่ะ!! เป็นไปตามหัวข้อเลย คือเรื่อง “ทะเลาะวิวาท” นั่นเอง ซึ่งมักพบเห็นได้ผ่านสำนักข่าวชื่อดังหลายช่อง สุดท้ายก็จะจบลงที่การปรับไม่กี่พันบาทและจับมือขอโทษคืนดี หรือการอ้างว่า “ขอต่อยสักหมัดเถอะ แค่นี้จ่าย 500 บาทก็คุ้ม” แล้วความจริงนั้นมันคืออะไรกันแน่ ทำไมการทะเลาะวิวาทบางครั้งถึงขั้นขึ้นศาลและโดนโทษจำคุกหลายปี บางคดีก็แค่เสียค่าปรับ บทความนี้มีคำตอบ

การทะเลาะวิวาทคืออะไร อย่างไรถึงจะเรียกว่าเป็นการทะเลาะวิวาท ?

ด่าแบบไหนเรียก “หมิ่นประมาท” รู้ไว้ก่อนโดนฟ้อง (2).png

ในทางกฎหมายไม่ได้ให้นิยามคำว่า “ทะเลาะวิวาท” ได้เฉพาะเจาะจงนัก แต่ตามราชบัณฑิตยสถาน คำว่า “ทะเลาะ” หมายถึง ทุ่มเถียงกันด้วยความโกรธ, โต้เถียงกัน, เป็นปากเป็นเสียงกัน โดยนิยามก็ไม่ได้มีความพิเศษหรือต้องมีการตีความอย่างลึกซึ้งแต่อย่างใด เพราะการทะเลาะวิวาท ก็เป็นเพียงคนจำนวนหนึ่งหรือคนสองคนมีปากมีเสียงกัน ซึ่งอาจมีความร้ายแรงจนนำไปสู่การทำร้ายร่างกายจนอาจนำไปสู่การเสียชีวิต ทุกคนลองนึกภาพว่าถ้าไม่มีกฎหมายมากำกับว่าเป็นความผิด สังคมเราจะเละแค่ไหน เราสามารถจะทะเลาะกันกับใครก็ได้ แถมผู้คนรอบข้างก็ต่างพากันเดือดร้อน ไม่มีความสงบสุข ด้วยเหตุนั้นประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีกฎหมายออกมาเพื่อควบคุมไม่ให้สังคมต้องเกิดความรุนแรงและเดือดร้อนชนิดที่กระจายเป็นวงกว้าง 

บางครั้งคนเรามักจำสับสนว่าการทะเลาะวิวาท คือแค่การเข้าไปอยู่ในวงตีกันหรือเปล่า ? ตอบเลยว่าไม่ใช่เสมอไป การกระทำความผิดในรูปแบบการทะเลาะวิวาทนั้น ต้องเกิดจากความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย เช่น กลุ่มนายโคนัดกลุ่มนายนมสดให้เจอกันตอนตีสอง ที่บางโพ โดยมีจุดประสงค์เพื่อประลองความแข็งแกร่งด้วยการชกต่อยกัน กรณีนี้ถ้ากลุ่มนายนมสดไปตามนัดแล้วเกิดการตีกันหรือมีปากมีเสียง ก็เข้าข่ายสมัครใจทะเลาะวิวาทนั่นเอง แต่ถ้าข้อเท็จจริงกลับกัน กลุ่มนายโคเดินห้างสยามล็อคกลอน แล้วไปเจอกลุ่มของนายนมสดจึงวิ่งเข้าไปพร้อมกับไม้หน้าสามและรุมทำร้ายกลุ่มนายนมสดและกลุ่มนมสดหนี ไม่ตอบโต้ แบบนี้ไม่เรียกทะเลาะวิวาทนะ เขาเรียกว่าทำร้ายร่างกาย…

กฎหมายไทยกำหนดไว้อย่างไรบ้าง ?

ประมวลกฎหมายอาญาก็มีการกำหนดเรื่องการทะเลาะวิวาทเป็นความผิดไว้ในภาคลหุโทษ ตามมาตรา 372 ประมาณว่า ใครทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในที่สาธารณะ เช่น ส่งเสียงเอะอะโวยวาย ด่าทอ ตีกันในที่ที่ไม่ใช่ที่ส่วนตัว พวกห้างหรือมหาวิทยาลัย อาจต้องโดนโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

ถ้ามีการใช้กำลัง จะโดนโทษอะไรไหม ?

ต้องดูระดับความรุนแรงว่าอีกฝ่ายนั้นบาดเจ็บมากหรือน้อย ในกรณีที่ทำเพียงการผลักกันไปมา การทำร้ายกันก็ไม่ได้มีความรุนแรงขนาดร่างกายเกิดรอยฟกช้ำ มีเลือดออก หรือสภาพจิตใจเสียหายประการใดอันเป็นผลมาจากการกระทำนั้น ก็เป็นไปตามมาตรา 391 แห่งประมวลกฎหมายอาญา โดยกล่าวทำนองว่า คนที่ใช้กำลังทำร้ายคนอื่น แต่การทำร้ายนั้นไม่ถึงกับทำให้เกิดอันตรายกับร่างกายหรือจิตใจ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ…

แต่ถ้าถึงขนาดเลือดตกยางออกนิดหน่อย ตาบวมหรือปากแตก ก็เข้าข่ายมาตรา 295 กระทำความผิดฐานทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุทำให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจได้แล้ว หรือหากเป็นกรณีที่ร้ายแรงขนาดบาดเจ็บสาหัส เช่น ตาบอด หูหนวก เสียความสามารถในการสืบพันธุ์ แขนขาขาด นิ้วขาด หน้าเสียโฉมแก้ไม่ได้ แท้งลูก สภาพจิตไม่ปกติ หรือการที่ต้องเผชิญกับความเจ็บป่วยจากเหตุนั้นเกิน 20 วันหรือตลอดชีวิต เป็นตามมาตรา 297 ของประมวลกฎหมายอาญา และถ้าการใช้กำลังนั้นทำให้อีกฝ่ายถึงแก่ความตายก็โดนความผิดฐานฆ่าคนตาย ตามมาตรา 288 ได้เลยนะ

เพราะฉะนั้นการทะเลาะวิวาทไม่ใช่เพียงการตีกัน โวยวายใส่กันจนโมโหพลาดทำร้ายไปตามอารมณ์ที่คุกรุ่นแล้วจะหาย เลิกแล้วต่อกันด้วยการจ่ายค่าปรับนะคะ ถ้าผลที่ตามมามันคือการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตนี่…ขึ้นศาลยาว ๆ เลยค่ะ


ถ้าทะเลาะวิวาทและบาดเจ็บเล็กน้อย สามารถเลิกแล้วต่อกันได้ไหม ?

ด่าแบบไหนเรียก “หมิ่นประมาท” รู้ไว้ก่อนโดนฟ้อง (3).png

หากการทะเลาะวิวาทแล้วมีการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยที่ไม่ได้ส่งผลให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามมาตรา 372 และ 391 แห่งประมวลกฎหมายอาญานั้น สามารถเลิกแล้วต่อได้ โดยมีกฎหมายกำหนดไว้ที่มาตรา 37 (2) และ (3) ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยระบุไว้ประมาณว่า คดีอาญาเลิกกันได้ ก็ต่อเมื่อในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือคดีที่มีโทษปรับสถานเดียวไม่เกิน 10,000 บาท แล้วผู้ต้องหา (ผู้ทำความผิด) ได้ชำระค่าปรับแล้วตามที่พนักงานสอบสวนหรือนายตำรวจท้องที่ ตำแหน่งนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรหรือตำแหน่งสารวัตรขึ้นไป (กรณีเหตุเกิดในกรุงเทพฯ) ได้เปรียบเทียบแล้ว นั่นหมายความว่าถ้าชำระค่าปรับแล้ว ก็คือจบ คดีอาญาไม่ขึ้นสู่ศาลอีกต่อไป

ถ้าถามว่า ยอมความได้ไหม หรือพูดคุย ตกลง ไกล่เกลี่ยได้หรือเปล่า? เนื่องด้วยกฎหมายในบทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้มีการกำหนดพ่วงท้ายว่า “ให้เป็นคดียอมความกันได้” ดังนั้นการทะเลาะวิวาท แม้บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยหรือเป็นเพียงความผิดที่ไม่ได้ร้ายแรงมากอย่าง ลหุโทษ ก็ไม่สามารถยอมความกันได้นะ ยังไงก็ต้องเสียค่าปรับอยู่ดี ถือว่าเป็นการทำลายความสงบเรียบร้อยของสังคม 

บทความที่คุณอาจสนใจ


ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกา

ด่าแบบไหนเรียก “หมิ่นประมาท” รู้ไว้ก่อนโดนฟ้อง (4).png

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3151/2564

เป็นการนิยามความตามมาตรา 391 ว่าการใช้กำลังที่ว่านั้นต้องไม่ถึงขนาดทำให้ร่างกายหรือจิตใจบอบช้ำหรือเกิดอันตราย โดยศาลฎีกาได้กล่าวไว้ดังนี้…

จำเลยและพวกรุมทำร้ายผู้เสียหายทั้งสอง โดย ณ. ใช้อาวุธมีดแทงผู้เสียหายที่ 1 หลายครั้งเป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 1 ได้รับอันตรายสาหัส ส่วนจำเลยที่ 2 ใช้อาวุธปืนตีศีรษะของผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเจตนาของจำเลยที่ 2 เป็นคนละเจตนากับ ณ. ที่มีเจตนาฆ่า ดังนี้ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2 รู้เห็นหรือสมคบคิดกับ ณ. ในการใช้อาวุธมีดแทงผู้เสียหายที่ 1 จำเลยที่ 2 ย่อมไม่ต้องรับผิดในผลของการกระทำของ ณ. เมื่อตามผลชันสูตร ไม่ปรากฏบาดแผลจากการใช้อาวุธปืนตี มีเพียงบาดแผลที่ถูกแทง อีกทั้งการนำสืบของโจทก์ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าผู้เสียหายที่ 1 ได้รับอันตรายแก่กายจากการกระทำของจำเลยที่ 2 

ดังนั้นจำเลยที่ 2 จึงมีความผิดฐานใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 894/2515

ศาลฎีกาได้ให้ความเห็นในคำฟ้องของข้อหาความผิดฐานทะเลาะกันอย่างอื้ออึ้งในที่สาธารณะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 372 ว่าไม่จำเป็นต้องบรรยายว่าอื้ออึงขนาดไหน เพียงแค่บรรยายให้เข้าใจว่าเป็นการทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในสาธารณสถาน ดังกรณีโจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ได้พูดโต้เถียงทะเลาะกันโดยด่าซึ่งกันและกัน และใช้ฟักทองเป็นลูก รวมถึงลังไม้ทุ่มใส่กันกลางตลาดหนองมน ก็พอเข้าใจได้ว่าเป็นการทะเลาะกันอย่างอื้ออึง ตามมาตรา 372 แล้ว

จึงเป็นการนิยามอีกนัยนึงของคำว่า “การทะเลาะกันอย่างอื้ออึง” แล้วว่าต้องเถียงกันว่าต้องใช้เสียงขนาดไหน หรือข้าวของพังเสียหายอย่างไร แค่โต้เถียงหรือปาข้าวของใส่กันที่ตลาดก็เข้าข่ายแล้ว

ยังมีจุดสังเกตที่น่าสนใจทั้งสองฎีกานี้ด้วยว่าพอถึงชั้นศาลชั้นต้น อุทธรณ์ หรือชั้นศาลฎีกาแล้ว สุดท้ายก็โดนโทษปรับสำหรับความผิดฐานทะเลาะวิวาทกัน ส่วนข้อหาใช้กำลังทำร้ายร่างกาย แม้ไม่ได้บาดเจ็บขนาดมาตรา 295 หรือมาตรา 297 ก็ถูกศาลพิพากษาจำคุกอยู่ดี 


สรุป

การทะเลาะวิวาทแล้วมีการใช้กำลังเกิดขึ้นระหว่างคนสองคนนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 372 และมาตรา 391 แม้จะเป็นเพียงความผิดลหุโทษ หรือที่เรียกว่าความผิดที่มีโทษเล็กน้อย ไม่ได้มากมายเท่าความผิดฐานอื่น ๆ ก็ไม่ได้เป็นเหตุผลให้กระทำได้โดยง่าย หรือแค่โยนเงินแล้วจบ เพราะมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของสังคม ถ้าใครฝ่าฝืนข้อนี้ก็ต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย ส่วนเรื่องยอมความได้หรือไม่นั้น สังเกตได้ว่ากฎหมายเรื่องความผิดลหุโทษ ไม่มีมาตราบัญญัติไว้เหมือนความผิดที่เกี่ยวกับทรัพย์ หรือพวกความผิดฐานหมิ่นประมาทที่ระบุชัดเจนท้ายหมวดว่า ให้เป็นความผิดอันยอมความได้ ดังนั้นจะมาบอกความผิดแค่นี้ ยอมความและจับมือ กอดคอ ขอโทษกันดีกว่าไม่ได้นะคะ

สุดท้ายนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่าทะเลาะหรืออย่าใช้กำลังใส่กัน พยายามเข้าหาด้วยเหตุผลดีกว่า แม้มันจะยาก เพราะอารมณ์มันพุ่งปรี๊ดเหมือนเล่นกับไฟ และถึงมันจะร้อนดุจเปลวเพลิงแผดเผามากแค่ไหน ให้ท่องไว้ว่า “ชีวิตเรามีค่าเกินกว่าจะปล่อยให้ช่วงเวลาหนึ่งต้องเข้าคุกเพราะเหตุเช่นนี้ หรือมีเงินแทนที่จะเอาไปกินของอร่อย ก็ต้องมาเสียให้กับความอารมณ์ร้อนของตัวเอง” อยากฝากไว้เพียงเท่านี้ค่ะ

⭐️ ปรึกษาทนายเบื้องต้นฟรี ง่ายๆผ่านทาง Free Q&A โดยไม่จำเป็นต้องระบุตัวตน

Q : ทะเลาะวิวาทในพื้นที่บ้านคนอื่นกับคนอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของบ้าน ใครผิดกว่ากันคะ

Q : เหตุทะเลาะวิวาท สามารถแจ้งความโดนทำร้ายร่างกายก่อนได้หรือไม่

Q : นักเรียนทะเลาะวิวาทเอาความผิดใครได้บ้าง


แหล่งอ้างอิง

ระบบสืบค้นคำพิพากษา คำสั่งคำร้องและคำวินิจฉัยศาลฎีกา. “คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3151/2564, และ 894/2515”. สืบค้นเมื่อ 11/11/2568

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔. “คำว่า ทะเลาะ”. สืบค้นเมื่อ 11/11/2568

สำนักกฎหมายและวิชาการศาลยุติธรรม. “ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับอัพเดทล่าสุด) มาตรา 295, 297, 298, 372 และ 391”. สืบค้นเมื่อ 11/11/2658

สำนักกฎหมายและวิชาการศาลยุติธรรม. “ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับอัพเดทล่าสุด) มาตรา 37, และ 39”. สืบค้นเมื่อ 11/11/2658

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
cta
ปรึกษาทนาย 24 ชั่วโมง
“ ได้รับคำตอบทันที ! “
bind:isSubmitting />