
ชนะคดี แต่ลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับต้องทำอย่างไร?

เมื่อชนะคดีแพ่งในชั้นศาล แล้วศาลมีคำพิพากษาและมีคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษา แต่จำเลยหรือลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตาม ต้องทำอย่างไร?
หากจำเลยแพ้คดีโจทก์ในคดีแพ่ง แล้วศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาแล้วจำเลยไม่ปฏิบัติตาม เช่น ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินให้แก่โจทก์ จำนวน 100,000 บาท ภายใน 15 วัน แต่หลังจากนั้นจำเลยไม่จ่าย
หลักกฎหมาย เรื่องคำบังคับ
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 272 และ มาตรา 273
ในวันที่ศาลมีคำพิพากษา โดยหลักตามมาตรา 272 ศาลต้องออกคำบังคับทันทีที่มีการอ่านคำพิพากษาหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษา โดยคู่ความไม่ต้องร้องขอให้ศาลออกคำบังคับแต่อย่างใด
ดังนั้นแล้วในวันที่ศาลอ่านคำพิพากษาศาลจะต้องออกคำบังคับทันทีในวันเดียวกัน
และหากจำเลยไม่ได้ขาดนัดยื่นคำให้การ หากศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีและต้องมีการบังคับให้จำเลยทำตามคำพิพากษา ศาลจะต้องออกคำบังคับจำเลย
กรณีที่จำเลยมาฟังคำพิพากษา
ในกรณีในวันฟังคำพิพากษา ศาลพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี หากจำเลยมาฟังคำพิพากษาศาลก็จะอ่านคำพิพากษาและอ่านคำบังคับให้ทราบและถือว่าจำเลยรับทราบคำบังคับแล้ว
แต่ในกรณีที่จำเลยไม่ได้มาฟังคำพิพากษา
ศาลอาจกำหนดการอย่างใดตามที่เห็นสมควรเพื่อส่งคำบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งให้แก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่ขาดนัดยื่นคำให้การหรือขาดนัดพิจารณา โดยวิธีส่งหมายธรรมดาหรือโดยวิธีอื่นแทน หรือศาลจะให้เลื่อนการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งเช่นว่านั้นไปภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควรก็ได้ ซึ่งจะมีผลทำให้ระยะเวลาตามคำบังคับนั้นจะไม่เริ่มเดินทันทีดังเช่นกรณีลูกหนี้ตามคำพิพากษาขาดนัดฯ แล้วมาฟังคำพิพากษา
แต่ถ้าหากจำเลย (ลูกหนี้ตามคำพิพากษา) ถึงแก่ความตายก่อนที่จะส่งคำบังคับ เราจะทำอย่างไร?
ทางแก้คือ จะต้องส่งให้ทายาทของลูกหนี้ตามคำพิพากษา
โดยกรณีนี้จะต้องสืบด้วยว่าจำเลย (ลูกหนี้) มีญาติเป็นใครบ้าง เช่น สามี ภรรยาย บุตร โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือส่งให้ผู้จัดการมรด เป็นต้น
⭐️ ปรึกษาทนายเบื้องต้นฟรี ง่ายๆผ่านทาง Free Q&A ของ Legardy โดยไม่จำเป็นต้องระบุตัวตน
เมื่อเราชนะคดีและศาลออกคำบังคับแล้ว แต่จำเลย (ลูกหนี้ตามคำพิพากษา) ยังไม่ยอมจ่ายเงินแก่เราตามคำสั่งศาล
เราต้องหาทนายความดำเนินการดังนี้
ให้ทนายความมยื่นคำร้องขอออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่ออายัด ยึดทรัพย์สิน ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ ให้แก่โจทก์ฝ่ายชนะคดี
กล่าวคือ ขั้นตอนนี้เป็นทางแก้ไขจำเลยไม่ยอมจ่ายเงินแก่เรา และขั้นตอนนี้จะต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร เนื่องจากจะต้องมีการสืบว่าจำเลยมีทรัพย์สินอะไรบ้าง และอะไรบ้างที่ยึดได้ อะไรที่ยึดไม่ได้ หลังจากที่ยึดมาได้แล้วก็ต้องรอการขายตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายในแต่ละรอบ หากขายออกเมื่อได้เงินก็จำนำเงินที่ขายได้มา แบ่งชำระหนี้แก่โจทก์ฝ่ายชนะคดีตามจำนวนที่ศาลกำหนดในคำพิพากษาหรือคำบังคับ
📖อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- การบังคับคดี: คู่มือสำหรับเจ้าหนี้และลูกหนี้โดยทนายผู้เชี่ยวชาญ
- คำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว “บังคับคดี” อย่างไร? อายัด–ยึด–ขายทอดตลาด
- ถูกอายัดเงินเดือน ต้องรับมืออย่างไร?
หลักกฎหมายที่ต้องพิจารณาในการบังคับคดี

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 274 ถ้าคู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายแพ้คดีหรือบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ชำระหนี้ (ลูกหนี้ตามคำพิพากษา) มิได้ปฏิบัติตามคำบังคับที่ออกตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลทั้งหมดหรือบางส่วน
คู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดีหรือบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ได้รับชำระหนี้ (เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา) ชอบที่จะร้องขอให้มีการบังคับคดีโดยวิธียึดทรัพย์สิน อายัดสิทธิเรียกร้อง หรือบังคับคดีโดยวิธีอื่นตามบทบัญญัติแห่งภาคนี้ภายใน 10 ปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง
และถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้ร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องใดไว้ หรือได้ดำเนินการบังคับคดีโดยวิธีอื่นไว้บางส่วนแล้วภายในระยะเวลาดังกล่าว ก็ให้ดำเนินการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้อง หรือบังคับคดีโดยวิธีอื่นนั้นต่อไปจนแล้วเสร็จได้
ถ้าคำพิพากษาหรือคำสั่งกำหนดให้ชำระหนี้เป็นงวด เป็นรายเดือน หรือเป็นรายปี หรือกำหนดให้ชำระหนี้อย่างใดในอนาคต ให้นับระยะเวลาสิบปีตามวรรคหนึ่งตั้งแต่วันที่หนี้ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นอาจบังคับให้ชำระได้
ถ้าสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นการให้ชำระเงิน ส่งคืนหรือส่งมอบทรัพย์เฉพาะสิ่ง บุคคลซึ่งได้รับโอนหรือรับช่วงสิทธิตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นมีอำนาจบังคับคดีตามความในหมวด 2 การบังคับคดีในกรณีที่เป็นหนี้เงิน หรือหมวด 3 การบังคับคดีในกรณีที่ให้ส่งคืนหรือส่งมอบทรัพย์เฉพาะสิ่ง แล้วแต่กรณี โดยการร้องขอต่อศาลเพื่อเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต่อไป
⚖️ อ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
โดยสรุปหลักกฎหมายได้ดังนี้
- ลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฏิบัติตามคำบังคับทั้งหมด หรือบางส่วน เช่น ลูกหนี้ตามคำพิพากษา (ฝ่ายแพ้คดี) ตกลงว่าจะจ่ายให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา (ฝ่ายชนะคดี) จำนวน 100,000 ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับทราบคำพิพากษาและคำบังคับ แต่ไม่ยอมจ่าย หรือตกลงว่าจะขอผ่อนจ่ายเป็นงวด รายเดือน ซึ่งก็ได้ผ่อนมาเรื่อย ๆ แต่พอมาถึงงวดที่ 5 ไม่ยอมชำระ เช่นนี้เรามีสิทธิที่จะให้ทนายดำเนินการบังคับคดีโดยอายัดหรือยึดทรัพย์ จำเลย (ลูกหนี้ตามคำพิพากษา) ขายทอดตลาดได้
- เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้มีการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง กล่าวคือ เจ้าหนี้ให้ทนายดำเนินการยื่นคำร้องขอออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับต่อศาล
- ยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่อศาล ภายใน 10 ปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งหรือนับแต่วันที่อาจบังคับชำระหนี้ได้
- ในคำขอฝ่ายเดียวต้องระบุหนี้ตามคำพิพากษาที่ลูกหนี้ยังไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ และวิธีการขอให้ศาลบังคับคดี
- การบังคับคดีต้องบังคับคดีภายใน 10 ปี นับแต่มีคำพิพากษาในชั้นที่สุด กล่าวคือ ตั้งแต่วันที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาของศาลในชั้นที่สุด
ทรัพย์อะไรบ้างที่เราจะนำยึดได้และยึดไม่ได้

ทั้งนี้ ข้อที่สำคัญจะต้องดูด้วยว่าทรัพย์อะไรบ้างที่เราจะนำยึดได้และยึดไม่ได้
1. ทรัพย์สินที่ไม่ยึดได้
ซึ่งกฎหมายบัญญัติไว้ใน กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 301 มีดังนี้
- เครื่องนุ่งห่มหลับนอน เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องใช้สอยส่วนตัว ประมาณ รวมกันราคาไม่เกินประเภทละ 20,000 บาท
- สัตว์ สิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ในการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ เท่าที่จำเป็น ราคารวมกันประมาณไม่เกิน 100,000 บาท
- สัตว์ สิ่งของ และอุปกรณ์ที่ใช้ทำหน้าที่ช่วยหรือแทนอวัยวะทรัพย์สินที่มีลักษณะเป็นของส่วนตัวโดยแท้
- ทรัพย์สินที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมาย หรือ ตามกฎหมายไม่อยู่ในความรับผิด แห่งการบังคับคดี
2. ทรัพย์สินที่ยึดได้
ซึ่งกฎหมายบัญญัติไว้ใน กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 301 มีดังนี้
โดยหลัก ๆ ที่พบเห็นง่ายที่จะนำยึดกัน เช่น บ้าน ที่ดิน รถ ของมีค่า เครื่องประดับที่มีมูลค่า เพชร พลอย นาฬิกา สร้อยคอทองคำและของสะสมที่มีมูลค่ารวมเกิน 100,000 บาท เพราะทรัพย์เหล่านี้สืบได้ง่าย
แต่ทรัพย์อย่างอื่นก็ยึดได้ เช่น ตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมือ (มาตรา 306) สิทธิในสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า (มาตรา 308 - มาตรา 309) สิทธิการเช่าทรัพย์สินหรือสิทธิที่จะใช้ บริการต่างๆ เป็นต้น แต่การยึดทรัพย์สินประเภทนี้จะไม่ค่อยพบเจอ
หากให้ทนายสืบทรัพย์แล้วไม่พบทรัพย์สิน
ก็ต้องสืบต่อไปอีกว่า มีเงินเดือนหรือไม่ หากมีก็สามารถอายัดเงินเดือนได้
เงินเดือนที่จะอายัดได้นั้นมีดังนี้ เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง หรือรายได้อื่นที่มีลักษณะจ่ายค่าตอบแทนการจ้างงานเป็นรายเดือน อายัดได้ไม่เกิน 30% โดยต้องเป็นลูกหนี้ที่มีเงินเดือนมากกว่า 20,000 บาท หรือเงินโบนัส สามารถอายัดได้ แต่ต้องอายัดได้ไม่เกิน 50% เป็นต้น
ข้อสังเกต : เงินเดือนข้าราชการไม่สามารถอายัดได้ เพราะกฎหมายถือว่าไม่ใช่เงินเดือน แต่ต้องสืบหาว่าราชการคนนั้นมีรายได้อย่างอื่นที่ไม่ใช่เงินเดือนข้าราชการ จึงจะนำยึดได้
📢 หากคุณกำลังมองหาคำแนะนำใน การบังคับลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือต้องการปรึกษาปัญหากฎหมายอื่นๆ ติดต่อทนาย กว่า 700 คนทั่วประเทศผ่านเว็บไซต์ได้เลย
ขั้นตอนการบังคับคดี และระยะเวลาการบังคับคดี

ตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ 4851/2558
ฎีกานี้เป็นการวางหลักเรื่องขั้นตอนการบังคับคดี และระยะเวลาการบังคับคดี
การร้องขอให้บังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 (ปัจจุบัน มาตรา 274) เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ของการบังคับคดีให้ครบถ้วนภายในสิบปี นับแต่วันมีคำพิพากษา โดยขั้นแรกเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี และขั้นตอนต่อไปต้องแจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบว่าศาลได้ออกหมายบังคับคดี ต่อจากนั้นเจ้าหนี้ต้องแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา
โจทก์ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีและให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบว่า ศาลได้ออกหมายบังคับคดี โจทก์แถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ยึดทรัพย์จำนอง และต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดทรัพย์จำนอง แต่ยังไม่พอชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์ ต่อมาโจทก์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยอีก 10 แปลงที่พิพาทเพิ่ม เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2552 กับได้ความตามสัญญาประนีประนอมยอมความว่า จำเลยต้องผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์ งวดแรกภายในเดือนสิงหาคม 2542 แต่จำเลยผิดนัดชำระตั้งแต่งวดแรก
ดังนั้น โจทก์จึงขอให้บังคับคดีได้หลังวันที่ 31 สิงหาคม 2542 กำหนดเวลาสิบปี ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 (ปัจจุบัน มาตรา 274) ย่อมเริ่มนับตั้งแต่วันที่โจทก์อาจขอดำเนินการบังคับคดีได้ คือวันที่ 1 กันยายน 2542 เป็นต้นไป ซึ่งจะครบกำหนดภายในวันที่ 1 กันยายน 2552
เมื่อโจทก์แถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ยึดที่ดินของจำเลยอีก 10 แปลงที่พิพาทเพิ่มเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2552 จึงเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนในการบังคับคดีครบถ้วนภายในกำหนดสิบปี ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 (ปัจจุบัน มาตรา 274) แล้ว
หมายเหตุ : การบังคับคดีไม่ได้มีเพียงแต่การอายัดเงินเดือน ยึดทรัพย์ ขายทอดตลาดเท่านั้น แต่ยังมีวิธีการบังคับคดีโดยการจับกุมลูกหนี้ หรือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของลูกหนี้ได้ เช่น กรณีฟ้องขับไล่ ลูกหนี้แพ้คดีแต่ไม่ยอมออกจากที่ดิน หรือ การบังคับคดีโดยการขอให้ใช้คำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา หรือ บังคับคดีในรูปแบบอื่นตามลักษณะของคดี
🔎หาคำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ผ่านทางระบบ ค้นหาฎีกา ของ Legardy
การบังคับคดีในกรณีที่ให้ขับไล่
มาตรา 351 ในกรณีที่คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ขับไล่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่อาศัย หรือทรัพย์ที่ครอบครอง
(1) ถ้าทรัพย์นั้นไม่มีบุคคลใดอยู่แล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตามมาตรา 352
(2) ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารไม่ออกไปจากทรัพย์นั้น ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตามมาตรา 353
มาตรา 352 ในกรณีตามมาตรา 351 ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจส่งมอบทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือบางส่วนให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเข้าครอบครองได้ทันที ถ้ามีสิ่งกีดขวางอันเป็นอุปสรรคต่อการส่งมอบ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจทำลายสิ่งกีดขวางดังกล่าวได้ตามความจำเป็น
ถ้ายังมีสิ่งของของลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือของบุคคลใดอยู่ในทรัพย์นั้น ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำบัญชีสิ่งของนั้นไว้ และมีอำนาจดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) ถ้าสิ่งของนั้นมีสภาพเป็นของสดของเสียได้ หรือมีสภาพอันจะก่อให้เกิดอันตรายได้ หรือถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็นการเสี่ยงความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายจะเกินส่วนแห่งค่าของสิ่งของนั้น ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจจำหน่ายสิ่งของนั้นได้ทันทีโดยวิธีขายทอดตลาดหรือวิธีอื่นที่เห็นสมควร และเก็บรักษาเงินสุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่ายไว้แทนสิ่งของนั้น หรือทำลายสิ่งของนั้น หรือดำเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควรก็ได้ ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงสภาพแห่งสิ่งของ ประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสีย และประโยชน์สาธารณะ
(2) ถ้าสิ่งของนั้นมิใช่สิ่งของตามที่ระบุไว้ใน (1) ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจนำสิ่งของนั้นมาเก็บรักษาไว้ หรือมอบให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเป็นผู้รักษา หรือฝากไว้ ณ สถานที่ใด หรือแก่บุคคลใดตามที่เห็นสมควร แล้วแจ้งหรือประกาศให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าของสิ่งของมารับคืนไปภายในเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนด ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าของสิ่งของไม่มารับหรือไม่ยอมรับสิ่งของนั้นคืนไปภายในเวลาที่กำหนด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตาม (1) โดยอนุโลม
เงินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้มาจากการจำหน่ายสิ่งของตามวรรคสอง (1) หรือ (2) ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าของสิ่งของไม่มาขอรับคืนภายในกำหนดห้าปีนับแต่ได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานบังคับคดี ให้ตกเป็นของแผ่นดิน
ในกรณีที่สิ่งของตามวรรคสองถูกยึด อายัด หรือห้ามโอน ยักย้าย หรือจำหน่ายตามวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาหรือเพื่อการบังคับคดีในคดีอื่น ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจย้ายสิ่งของดังกล่าวไปเก็บไว้ ณ สถานที่อื่นได้ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีในคดีอื่นทราบด้วย
ให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการดำเนินการตามมาตรานี้ และให้ถือว่าเป็นหนี้ตามคำพิพากษาที่จะบังคับคดีกันต่อไป
💬 อ่านคำปรึกษากฎหมายและคำตอบจากทนาย (Q&A)
ปรึกษาทนายตัวจริง
สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว


