ชนะคดี แต่ลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับต้องทำอย่างไร.png
เผยแพร่เมื่อ: 2025-12-13

ชนะคดี แต่ลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับต้องทำอย่างไร?

ชนะคดี แต่ลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับต้องทำอย่างไร.png

เมื่อชนะคดีแพ่งในชั้นศาล แล้วศาลมีคำพิพากษาและมีคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษา แต่จำเลยหรือลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตาม ต้องทำอย่างไร?

หากจำเลยแพ้คดีโจทก์ในคดีแพ่ง  แล้วศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาแล้วจำเลยไม่ปฏิบัติตาม เช่น ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินให้แก่โจทก์ จำนวน  100,000  บาท ภายใน 15  วัน แต่หลังจากนั้นจำเลยไม่จ่าย

หลักกฎหมาย เรื่องคำบังคับ 

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 272 และ มาตรา 273

ในวันที่ศาลมีคำพิพากษา  โดยหลักตามมาตรา 272 ศาลต้องออกคำบังคับทันทีที่มีการอ่านคำพิพากษาหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษา โดยคู่ความไม่ต้องร้องขอให้ศาลออกคำบังคับแต่อย่างใด 

ดังนั้นแล้วในวันที่ศาลอ่านคำพิพากษาศาลจะต้องออกคำบังคับทันทีในวันเดียวกัน

และหากจำเลยไม่ได้ขาดนัดยื่นคำให้การ หากศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีและต้องมีการบังคับให้จำเลยทำตามคำพิพากษา ศาลจะต้องออกคำบังคับจำเลย

กรณีที่จำเลยมาฟังคำพิพากษา

ในกรณีในวันฟังคำพิพากษา ศาลพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี หากจำเลยมาฟังคำพิพากษาศาลก็จะอ่านคำพิพากษาและอ่านคำบังคับให้ทราบและถือว่าจำเลยรับทราบคำบังคับแล้ว  

แต่ในกรณีที่จำเลยไม่ได้มาฟังคำพิพากษา 

ศาลอาจกำหนดการอย่างใดตามที่เห็นสมควรเพื่อส่งคำบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งให้แก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่ขาดนัดยื่นคำให้การหรือขาดนัดพิจารณา โดยวิธีส่งหมายธรรมดาหรือโดยวิธีอื่นแทน หรือศาลจะให้เลื่อนการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งเช่นว่านั้นไปภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควรก็ได้ ซึ่งจะมีผลทำให้ระยะเวลาตามคำบังคับนั้นจะไม่เริ่มเดินทันทีดังเช่นกรณีลูกหนี้ตามคำพิพากษาขาดนัดฯ แล้วมาฟังคำพิพากษา

แต่ถ้าหากจำเลย (ลูกหนี้ตามคำพิพากษา)  ถึงแก่ความตายก่อนที่จะส่งคำบังคับ เราจะทำอย่างไร?

ทางแก้คือ จะต้องส่งให้ทายาทของลูกหนี้ตามคำพิพากษา  

โดยกรณีนี้จะต้องสืบด้วยว่าจำเลย (ลูกหนี้) มีญาติเป็นใครบ้าง เช่น สามี ภรรยาย บุตร โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือส่งให้ผู้จัดการมรด เป็นต้น

⭐️ ปรึกษาทนายเบื้องต้นฟรี ง่ายๆผ่านทาง Free Q&A ของ Legardy โดยไม่จำเป็นต้องระบุตัวตน

 

เมื่อเราชนะคดีและศาลออกคำบังคับแล้ว แต่จำเลย (ลูกหนี้ตามคำพิพากษา) ยังไม่ยอมจ่ายเงินแก่เราตามคำสั่งศาล 

เราต้องหาทนายความดำเนินการดังนี้

ให้ทนายความมยื่นคำร้องขอออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่ออายัด ยึดทรัพย์สิน ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ ให้แก่โจทก์ฝ่ายชนะคดี 

กล่าวคือ ขั้นตอนนี้เป็นทางแก้ไขจำเลยไม่ยอมจ่ายเงินแก่เรา และขั้นตอนนี้จะต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร เนื่องจากจะต้องมีการสืบว่าจำเลยมีทรัพย์สินอะไรบ้าง และอะไรบ้างที่ยึดได้ อะไรที่ยึดไม่ได้ หลังจากที่ยึดมาได้แล้วก็ต้องรอการขายตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายในแต่ละรอบ หากขายออกเมื่อได้เงินก็จำนำเงินที่ขายได้มา แบ่งชำระหนี้แก่โจทก์ฝ่ายชนะคดีตามจำนวนที่ศาลกำหนดในคำพิพากษาหรือคำบังคับ

📖อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง


หลักกฎหมายที่ต้องพิจารณาในการบังคับคดี

ชนะคดี แต่ลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับต้องทำอย่างไร4.png

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 274  ถ้าคู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายแพ้คดีหรือบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ชำระหนี้ (ลูกหนี้ตามคำพิพากษา) มิได้ปฏิบัติตามคำบังคับที่ออกตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลทั้งหมดหรือบางส่วน 

คู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดีหรือบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ได้รับชำระหนี้ (เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา) ชอบที่จะร้องขอให้มีการบังคับคดีโดยวิธียึดทรัพย์สิน อายัดสิทธิเรียกร้อง หรือบังคับคดีโดยวิธีอื่นตามบทบัญญัติแห่งภาคนี้ภายใน 10 ปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง 

และถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้ร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องใดไว้ หรือได้ดำเนินการบังคับคดีโดยวิธีอื่นไว้บางส่วนแล้วภายในระยะเวลาดังกล่าว ก็ให้ดำเนินการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้อง หรือบังคับคดีโดยวิธีอื่นนั้นต่อไปจนแล้วเสร็จได้

ถ้าคำพิพากษาหรือคำสั่งกำหนดให้ชำระหนี้เป็นงวด เป็นรายเดือน หรือเป็นรายปี หรือกำหนดให้ชำระหนี้อย่างใดในอนาคต ให้นับระยะเวลาสิบปีตามวรรคหนึ่งตั้งแต่วันที่หนี้ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นอาจบังคับให้ชำระได้

ถ้าสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นการให้ชำระเงิน ส่งคืนหรือส่งมอบทรัพย์เฉพาะสิ่ง บุคคลซึ่งได้รับโอนหรือรับช่วงสิทธิตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นมีอำนาจบังคับคดีตามความในหมวด 2 การบังคับคดีในกรณีที่เป็นหนี้เงิน หรือหมวด 3 การบังคับคดีในกรณีที่ให้ส่งคืนหรือส่งมอบทรัพย์เฉพาะสิ่ง แล้วแต่กรณี โดยการร้องขอต่อศาลเพื่อเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต่อไป

⚖️ อ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

 

โดยสรุปหลักกฎหมายได้ดังนี้

  1. ลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฏิบัติตามคำบังคับทั้งหมด หรือบางส่วน  เช่น ลูกหนี้ตามคำพิพากษา (ฝ่ายแพ้คดี)  ตกลงว่าจะจ่ายให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา (ฝ่ายชนะคดี) จำนวน 100,000  ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับทราบคำพิพากษาและคำบังคับ  แต่ไม่ยอมจ่าย  หรือตกลงว่าจะขอผ่อนจ่ายเป็นงวด รายเดือน ซึ่งก็ได้ผ่อนมาเรื่อย  ๆ  แต่พอมาถึงงวดที่  5  ไม่ยอมชำระ  เช่นนี้เรามีสิทธิที่จะให้ทนายดำเนินการบังคับคดีโดยอายัดหรือยึดทรัพย์ จำเลย (ลูกหนี้ตามคำพิพากษา)  ขายทอดตลาดได้
  2. เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้มีการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง กล่าวคือ  เจ้าหนี้ให้ทนายดำเนินการยื่นคำร้องขอออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับต่อศาล
  3. ยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่อศาล ภายใน 10 ปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งหรือนับแต่วันที่อาจบังคับชำระหนี้ได้
  4. ในคำขอฝ่ายเดียวต้องระบุหนี้ตามคำพิพากษาที่ลูกหนี้ยังไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ และวิธีการขอให้ศาลบังคับคดี 
  5. การบังคับคดีต้องบังคับคดีภายใน 10 ปี นับแต่มีคำพิพากษาในชั้นที่สุด กล่าวคือ ตั้งแต่วันที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาของศาลในชั้นที่สุด

ทรัพย์อะไรบ้างที่เราจะนำยึดได้และยึดไม่ได้

ชนะคดี แต่ลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับต้องทำอย่างไร (2).png

ทั้งนี้ ข้อที่สำคัญจะต้องดูด้วยว่าทรัพย์อะไรบ้างที่เราจะนำยึดได้และยึดไม่ได้

1. ทรัพย์สินที่ไม่ยึดได้  

ซึ่งกฎหมายบัญญัติไว้ใน กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 301  มีดังนี้

  1. เครื่องนุ่งห่มหลับนอน เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องใช้สอยส่วนตัว ประมาณ รวมกันราคาไม่เกินประเภทละ 20,000 บาท
  2. สัตว์ สิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ในการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ เท่าที่จำเป็น ราคารวมกันประมาณไม่เกิน 100,000 บาท
  3. สัตว์ สิ่งของ และอุปกรณ์ที่ใช้ทำหน้าที่ช่วยหรือแทนอวัยวะทรัพย์สินที่มีลักษณะเป็นของส่วนตัวโดยแท้
  4. ทรัพย์สินที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมาย หรือ ตามกฎหมายไม่อยู่ในความรับผิด แห่งการบังคับคดี

2. ทรัพย์สินที่ยึดได้  

ซึ่งกฎหมายบัญญัติไว้ใน กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 301  มีดังนี้

โดยหลัก ๆ ที่พบเห็นง่ายที่จะนำยึดกัน  เช่น บ้าน ที่ดิน รถ  ของมีค่า เครื่องประดับที่มีมูลค่า เพชร พลอย นาฬิกา สร้อยคอทองคำและของสะสมที่มีมูลค่ารวมเกิน 100,000 บาท  เพราะทรัพย์เหล่านี้สืบได้ง่าย

แต่ทรัพย์อย่างอื่นก็ยึดได้ เช่น ตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมือ (มาตรา 306)  สิทธิในสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า (มาตรา 308 มาตรา 309)  สิทธิการเช่าทรัพย์สินหรือสิทธิที่จะใช้ บริการต่างๆ เป็นต้น  แต่การยึดทรัพย์สินประเภทนี้จะไม่ค่อยพบเจอ

หากให้ทนายสืบทรัพย์แล้วไม่พบทรัพย์สิน

ก็ต้องสืบต่อไปอีกว่า มีเงินเดือนหรือไม่ หากมีก็สามารถอายัดเงินเดือนได้  

เงินเดือนที่จะอายัดได้นั้นมีดังนี้  เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง หรือรายได้อื่นที่มีลักษณะจ่ายค่าตอบแทนการจ้างงานเป็นรายเดือน อายัดได้ไม่เกิน 30% โดยต้องเป็นลูกหนี้ที่มีเงินเดือนมากกว่า 20,000 บาท  หรือเงินโบนัส สามารถอายัดได้ แต่ต้องอายัดได้ไม่เกิน 50%  เป็นต้น

ข้อสังเกต : เงินเดือนข้าราชการไม่สามารถอายัดได้ เพราะกฎหมายถือว่าไม่ใช่เงินเดือน  แต่ต้องสืบหาว่าราชการคนนั้นมีรายได้อย่างอื่นที่ไม่ใช่เงินเดือนข้าราชการ จึงจะนำยึดได้

📢 หากคุณกำลังมองหาคำแนะนำใน การบังคับลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือต้องการปรึกษาปัญหากฎหมายอื่นๆ ติดต่อทนาย กว่า 700 คนทั่วประเทศผ่านเว็บไซต์ได้เลย 


ขั้นตอนการบังคับคดี  และระยะเวลาการบังคับคดี

ชนะคดี แต่ลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับต้องทำอย่างไร (3).png

ตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ 4851/2558   

ฎีกานี้เป็นการวางหลักเรื่องขั้นตอนการบังคับคดี  และระยะเวลาการบังคับคดี

การร้องขอให้บังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 (ปัจจุบัน มาตรา 274) เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ของการบังคับคดีให้ครบถ้วนภายในสิบปี นับแต่วันมีคำพิพากษา โดยขั้นแรกเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี และขั้นตอนต่อไปต้องแจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบว่าศาลได้ออกหมายบังคับคดี ต่อจากนั้นเจ้าหนี้ต้องแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา

โจทก์ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีและให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบว่า ศาลได้ออกหมายบังคับคดี โจทก์แถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ยึดทรัพย์จำนอง และต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดทรัพย์จำนอง แต่ยังไม่พอชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์ ต่อมาโจทก์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยอีก 10 แปลงที่พิพาทเพิ่ม เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2552 กับได้ความตามสัญญาประนีประนอมยอมความว่า จำเลยต้องผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์ งวดแรกภายในเดือนสิงหาคม 2542 แต่จำเลยผิดนัดชำระตั้งแต่งวดแรก 

ดังนั้น โจทก์จึงขอให้บังคับคดีได้หลังวันที่ 31 สิงหาคม 2542 กำหนดเวลาสิบปี ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 (ปัจจุบัน มาตรา 274) ย่อมเริ่มนับตั้งแต่วันที่โจทก์อาจขอดำเนินการบังคับคดีได้ คือวันที่ 1 กันยายน 2542 เป็นต้นไป ซึ่งจะครบกำหนดภายในวันที่ 1 กันยายน 2552 

เมื่อโจทก์แถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ยึดที่ดินของจำเลยอีก 10 แปลงที่พิพาทเพิ่มเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2552 จึงเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนในการบังคับคดีครบถ้วนภายในกำหนดสิบปี ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 (ปัจจุบัน มาตรา 274) แล้ว

หมายเหตุ :  การบังคับคดีไม่ได้มีเพียงแต่การอายัดเงินเดือน ยึดทรัพย์ ขายทอดตลาดเท่านั้น  แต่ยังมีวิธีการบังคับคดีโดยการจับกุมลูกหนี้ หรือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของลูกหนี้ได้ เช่น กรณีฟ้องขับไล่ ลูกหนี้แพ้คดีแต่ไม่ยอมออกจากที่ดิน หรือ การบังคับคดีโดยการขอให้ใช้คำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา หรือ บังคับคดีในรูปแบบอื่นตามลักษณะของคดี

🔎หาคำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ผ่านทางระบบ ค้นหาฎีกา ของ Legardy

 

การบังคับคดีในกรณีที่ให้ขับไล่

มาตรา 351 ในกรณีที่คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ขับไล่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่อาศัย หรือทรัพย์ที่ครอบครอง

(1) ถ้าทรัพย์นั้นไม่มีบุคคลใดอยู่แล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตามมาตรา 352

(2) ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารไม่ออกไปจากทรัพย์นั้น ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตามมาตรา 353

มาตรา 352  ในกรณีตามมาตรา 351  ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจส่งมอบทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือบางส่วนให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเข้าครอบครองได้ทันที ถ้ามีสิ่งกีดขวางอันเป็นอุปสรรคต่อการส่งมอบ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจทำลายสิ่งกีดขวางดังกล่าวได้ตามความจำเป็น

ถ้ายังมีสิ่งของของลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือของบุคคลใดอยู่ในทรัพย์นั้น ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำบัญชีสิ่งของนั้นไว้ และมีอำนาจดำเนินการดังต่อไปนี้

(1) ถ้าสิ่งของนั้นมีสภาพเป็นของสดของเสียได้ หรือมีสภาพอันจะก่อให้เกิดอันตรายได้ หรือถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็นการเสี่ยงความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายจะเกินส่วนแห่งค่าของสิ่งของนั้น ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจจำหน่ายสิ่งของนั้นได้ทันทีโดยวิธีขายทอดตลาดหรือวิธีอื่นที่เห็นสมควร และเก็บรักษาเงินสุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่ายไว้แทนสิ่งของนั้น หรือทำลายสิ่งของนั้น หรือดำเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควรก็ได้ ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงสภาพแห่งสิ่งของ ประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสีย และประโยชน์สาธารณะ

(2) ถ้าสิ่งของนั้นมิใช่สิ่งของตามที่ระบุไว้ใน (1) ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจนำสิ่งของนั้นมาเก็บรักษาไว้ หรือมอบให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเป็นผู้รักษา หรือฝากไว้ ณ สถานที่ใด หรือแก่บุคคลใดตามที่เห็นสมควร แล้วแจ้งหรือประกาศให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าของสิ่งของมารับคืนไปภายในเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนด ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าของสิ่งของไม่มารับหรือไม่ยอมรับสิ่งของนั้นคืนไปภายในเวลาที่กำหนด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตาม (1) โดยอนุโลม

เงินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้มาจากการจำหน่ายสิ่งของตามวรรคสอง (1) หรือ (2) ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าของสิ่งของไม่มาขอรับคืนภายในกำหนดห้าปีนับแต่ได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานบังคับคดี ให้ตกเป็นของแผ่นดิน

ในกรณีที่สิ่งของตามวรรคสองถูกยึด อายัด หรือห้ามโอน ยักย้าย หรือจำหน่ายตามวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาหรือเพื่อการบังคับคดีในคดีอื่น ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจย้ายสิ่งของดังกล่าวไปเก็บไว้ ณ สถานที่อื่นได้ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีในคดีอื่นทราบด้วย

ให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการดำเนินการตามมาตรานี้ และให้ถือว่าเป็นหนี้ตามคำพิพากษาที่จะบังคับคดีกันต่อไป

💬 อ่านคำปรึกษากฎหมายและคำตอบจากทนาย (Q&A) 

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
cta
ปรึกษาทนาย 24 ชั่วโมง
“ ได้รับคำตอบทันที ! “
bind:isSubmitting />