![โดนหลอกกู้เงินออนไลน์ _ แจ้งความและอายัดทรัพย์อย่างไร [คู่มือเร่งด่วนฉบับประชาชน].png](https://backside.legardy.com/uploads/_620c7b21e7.png)
โดนหลอกกู้เงินออนไลน์ (สแกมสัญญาเงินกู้):
แจ้งความและอายัดทรัพย์อย่างไร [คู่มือเร่งด่วนฉบับประชาชน]
![โดนหลอกกู้เงินออนไลน์ _ แจ้งความและอายัดทรัพย์อย่างไร [คู่มือเร่งด่วนฉบับประชาชน].png](https://backside.legardy.com/uploads/_620c7b21e7.png)
ในสภาวะที่เศรษฐกิจมีความผันผวน ทำให้ประชาชนส่วนมากต้องการสภาพคล่องทางการเงินอย่างเร่งด่วนหรือฉุกเฉิน "เงินกู้ออนไลน์" จึงกลายเป็นทางเลือกและทางออกที่หลายคนเลือกใช้ เนื่องจากความสะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงง่าย แต่ในโลกดิจิทัลที่ไร้พรมแดนนี้ โอกาสที่จะเจอผู้ให้บริการกู้ยืมที่ถูกกฎหมายนั้นน้อยกว่าโอกาสไหนการเจอสแกมเมอร์ที่หลอกลวงโดยใช้ "สแกมสัญญาเงินกู้" (Loan Agreement Scam) เป็นเครื่องมือ
สแกมเมอร์เหล่านี้มีกลวิธีหลอกลวงโดยการสร้างแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ปลอมเพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินค่าธรรมเนียม ค่าค้ำประกัน หรือค่ามัดจำต่าง ๆ ก่อนจะได้รับเงินกู้จริง และท้ายที่สุด เหยื่อก็หลงเชื่อและต้องสูญเสียเงินที่โอนไปทั้งหมดและไม่ได้เงินกู้แม้แต่บาทเดียว
บทความนี้คือคู่มือทางกฎหมายที่ครบถ้วนและเข้าใจง่าย สำหรับประชาชนทั่วไปที่ตกเป็นเหยื่อสแกมเมอร์ โดยจะชี้แจงขั้นตอน "แจ้งความ-อายัดบัญชี" ตามกฎหมายใหม่ รวมถึงการดำเนินคดีอาญากับมิจฉาชีพ เพื่อหยุดความเสียหายและเพิ่มโอกาสในการได้เงินคืนให้ได้มากที่สุด
⭐️ กำลังเผชิญกับปัญหา? ปรึกษาทนายเบื้องต้นฟรี ง่ายๆผ่านทาง Free Q&A โดยไม่จำเป็นต้องระบุตัวตน
1. เข้าใจกลโกง: สแกมสัญญาเงินกู้ทำงานอย่างไร?
มิจฉาชีพในรูปแบบสแกมสัญญาเงินกู้จะทำงานอย่างเป็นระบบและแนบเนียน เพื่อทำให้เหยื่อรู้สึกว่าการกู้ยืมนั้นเป็นเรื่องง่ายและน่าเชื่อถือ แต่สุดท้ายจะใช้กลอุบายในการเรียกเงินล่วงหน้าจากเหยื่อ
1.1 การสร้างความน่าเชื่อถือปลอม
มิจฉาชีพมักสร้างแพลตฟอร์มที่ดูเป็นมืออาชีพ มีการใช้โลโก้ของสถาบันการเงินที่ถูกกฎหมาย หรือสร้างตัวของบริษัทให้มีชื่อที่คล้ายคลึงกับบริษัทสินเชื่อที่คนทั่วไปรู้จัก มีการจัดทำ "สัญญาเงินกู้ปลอม" หรือเอกสารรับรองที่ดูสมจริงเพื่อล่อลวงให้เหยื่อตายใจและเชื่อว่ากำลังทำธุรกรรมกับบริษัทที่ถูกกฎหมาย
1.2 กลไกการเรียกเก็บเงินล่วงหน้า (ค่าธรรมเนียมซ้อนแผน)
เมื่อเหยื่อหลงเชื่อและต้องการเงินกู้ มิจฉาชีพจะเริ่มใช้ข้ออ้างต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อโอนเงิน "ค่าธรรมเนียม" ที่ไม่มีอยู่จริง โดยมีรูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อย ดังนี้:
- ค่าเปิดระบบ/ค่าธรรมเนียมการโอน: อ้างว่าต้องชำระค่าดำเนินการหรือค่าเปิดระบบวงเงินก่อน
- ค่าค้ำประกัน/ค่ามัดจำความเสี่ยง: อ้างว่าเหยื่อไม่มีเครดิตที่เพียงพอ จึงต้องโอนเงินจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันก่อนการโอนเงินกู้จริง
- ค่าแก้ไขข้อมูล (กรอกผิด): ข้ออ้างที่พบบ่อยที่สุดคือการแจ้งว่าเหยื่อกรอกเลขบัญชีผิดพลาด และระบบธนาคารได้ทำการ "ล็อก" ยอดเงินกู้ไว้แล้ว หากต้องการปลดล็อกและรับเงินกู้ จะต้องโอนเงินค่าปลดล็อกในจำนวนที่ใกล้เคียงกับยอดเงินกู้ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
ข้อสังเกต: การเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมล่วงหน้าก่อนการได้รับเงินกู้จริง เป็นพฤติการณ์ของมิจฉาชีพเกือบ 100% เพราะสถาบันการเงินที่ถูกกฎหมายจะหักค่าธรรมเนียมออกจากยอดเงินกู้เมื่อมีการโอนเงินสำเร็จแล้วเท่านั้น
📖 อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- โอนเงินแล้วไม่ส่งของ คดีอะไร? แจ้งความโดนโกงให้ได้เงินคืน
- โดนหลอกโอนเงินควรทำอย่างไร? จะได้เงินคืนไหม?
2. ขั้นตอนเร่งด่วน: แจ้งความ-อายัดบัญชีภายใต้กฎหมายใหม่
![โดนหลอกกู้เงินออนไลน์ _ แจ้งความและอายัดทรัพย์อย่างไร [คู่มือเร่งด่วนฉบับประชาชน] (2).png](https://backside.legardy.com/uploads/2_dcba517553.png)
เมื่อรู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการ ดำเนินการทันที เพื่อใช้ช่องทางกฎหมายใหม่ที่รัฐได้ออกมาเพื่อปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีโดยเฉพาะ ซึ่งกฎหมายใหม่ที่เกี่ยวข้องได้แก่
พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 (พ.ร.ก. ป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์) ได้มอบเครื่องมือที่รวดเร็วให้แก่ผู้เสียหาย โดยตัดขั้นตอนการไปโรงพัก เพื่อให้สามารถ "อายัดบัญชีม้า" ได้ทันท่วงที กฎหมายฉบับใหม่นี้คือ 'มาตรการเด็ดขาด' ที่รัฐบาลออกมาเพื่อจัดการกับปัญหาการหลอกลวงและอาชญากรรมทางออนไลน์โดยเฉพาะ โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญคือ:
- ประชาชนแจ้งธนาคารได้ทันที: หากท่านถูกหลอกลวงทางออนไลน์ ไม่ต้องรอแจ้งความที่ตำรวจก่อนอีกต่อไป ให้รีบโทรแจ้งธนาคารเจ้าของบัญชีที่ท่านโอนเงินโดยตรงได้ทันที
- ธนาคารระงับบัญชีม้าได้ทันที: ธนาคารจะมีอำนาจตามกฎหมายในการตรวจสอบและอายัดบัญชีต้องสงสัยได้ทันที ต่างจากเดิมที่ต้องใช้เวลารอเอกสารจากตำรวจเท่านั้น
มาตรการนี้จะช่วยให้การยับยั้งความเสียหายทำได้เร็วขึ้นอย่างมาก และคาดว่าจะทำให้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ลดลงอย่างแน่นอน โดยมีขั้นตอนที่พึงปฏิบัติดังต่อไปนี้
ขั้นตอนที่ 1: ติดต่อธนาคารเพื่อแจ้งเหตุและระงับบัญชี (Fast Track)
- รวบรวมหลักฐาน: เตรียมหลักฐานการโอนเงิน (สลิป/หลักฐานการทำรายการ) และเลขที่บัญชีปลายทางของมิจฉาชีพให้พร้อมที่สุด
- โทรแจ้ง Call Center ของธนาคารเจ้าของบัญชีปลายทาง (ธนาคารที่มิจฉาชีพใช้รับเงิน) หรือ ธนาคารของท่านเอง โดยแจ้งเหตุว่าท่านถูกหลอกลวง และขอให้ธนาคารดำเนินการ "ระงับการทำธุรกรรม" หรือ "อายัดบัญชีชั่วคราว"
อำนาจตาม พ.ร.ก. ไซเบอร์ มาตรา 5
กำหนดให้ธนาคารมีอำนาจในการระงับบัญชีปลายทางได้ทันที หากมีการร้องขอจากผู้เสียหายที่เชื่อว่าตนถูกหลอกและผลลัพธ์คือเมื่อท่านโทรแจ้ง ธนาคารจะดำเนินการ อายัดบัญชีม้าของมิจฉาชีพได้ทันที (มีผลชั่วคราวเป็นเวลา 72 ชั่วโมง) ทำให้มิจฉาชีพไม่สามารถถอนเงินออกจากบัญชีนั้นได้
ขั้นตอนที่ 2: แจ้งความออนไลน์เพื่อออกเลขคดีและอายัดถาวร
เพื่อให้การอายัดบัญชีชั่วคราวกลายเป็นการอายัดถาวร ผู้เสียหายต้องดำเนินการแจ้งความตามขั้นตอนดังต่อไปนี้:
- แจ้งความผ่านระบบออนไลน์ (ภายใน 72 ชั่วโมง)โดยการเข้าสู่เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.com (เป็นช่องทางหลักสำหรับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) และลงทะเบียน/เข้าสู่ระบบ
- กรอกรายละเอียดเหตุการณ์ทั้งหมดโดยระบุชื่อมิจฉาชีพ (ถ้ามี), เบอร์โทรศัพท์, เลขที่บัญชีธนาคาร, สลิปโอนเงิน, และหลักฐานการสนทนาที่ถูกหลอกลวง
- รับเลขคดีและหลักฐานการแจ้งความโดยระบบจะออก "เลขรับแจ้งความออนไลน์" (หรือเลขคดี) ให้กับท่าน
- นำส่งธนาคาร (อายัดถาวร) โดยให้ท่านนำเลขคดีและหลักฐานการแจ้งความนี้ไปมอบให้กับธนาคารที่ท่านโทรแจ้งไว้ในขั้นตอนที่ 1 ภายใน 72 ชั่วโมง
พ.ร.ก. ไซเบอร์ มาตรา 6
กำหนดให้การแจ้งความดังกล่าวถือเป็นการร้องทุกข์ตามกฎหมาย เมื่อธนาคารได้รับเลขคดีนี้แล้ว จะดำเนินการอายัดบัญชีม้าของมิจฉาชีพอย่างถาวร เพื่อรอการสืบสวนและนำเงินคืนให้ผู้เสียหาย
💬 อ่านคำตอบจากทนาย (Q&A)
- Q: ยื่นคำร้องถอนอายัดบัญชีที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดดี
- Q: โดนแจ้งความ อายัดบัญชี ซึ่งเราไม่รู้เห็นไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะต้องทำอย่างไร
3. ความผิดทางกฎหมายที่มิจฉาชีพต้องเผชิญ
![โดนหลอกกู้เงินออนไลน์ _ แจ้งความและอายัดทรัพย์อย่างไร [คู่มือเร่งด่วนฉบับประชาชน] (3).png](https://backside.legardy.com/uploads/3_40bbafa321.png)
การหลอกลวงด้วยสแกมสัญญาเงินกู้ถือเป็นความผิดอาญาที่ร้ายแรงและมีโทษหนักหลายกระทง ซึ่งจะถูกนำมาปรับบทลงโทษตามพฤติการณ์
3.1 ความผิดหลัก: ฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา
ซึ่งเป็นการหลอกลวงต่อประชาชนทั่วไป ไม่ใช่เฉพาะรายบุคคลหรือกลุ่มบุคคล มีความแตกต่างจากการฉ้อโกงธรรมดาทั่วไป ตามมาตรา 341 แห่งประมวลกฎหมายอาญาตรงที่ การฉ้อโกงธรรมดาทั่วไป จะเป็นการหลอกรายบุคคล อย่างเช่นการส่งข้อความ โทรศัพท์บอก ซึ่งแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ โดยมีการตั้งเป้าหมายกลุ่มบุคคลที่ตัวเองจะหลอกไว้อย่างชัดเจน และจำกัดไว้อยู่ที่บุคคลเหล่าคนนั้น ซึ่งไม่มีการโฆษณาเผยแพร่ให้บุคคลผู้อื่นทั่วไปมาถูกหลอกได้
โดยผู้ที่จะถูกหลอกจะต้องถูกชักชวน ถูกแจ้งข้อความเป็นรายบุคคลแต่ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนมีลักษณะมุ่งกระทำต่อบุคคลทั่วไปโดยไม่ระบุรายบุคคลหรือแค่กลุ่มบุคคล โดยใช้วิธีการเผยแพร่ในวงกว้างให้บุคคลทั่วไปรู้
มาตรา 343 วรรคแรก "ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 341 ได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"
นอกจากนี้ การสร้างเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือข้อความโฆษณาชวนเชื่อกู้เงิน ถือเป็นการ "แสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน" ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องรับโทษหนักขึ้นนอกจากนี้ การกระทำดังกล่าวยังมีความผิดตามกฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอีกด้วย
3.2 ความผิดเฉพาะ: พ.ร.ก. ไซเบอร์ และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์
ความผิดฐานเปิด "บัญชีม้า": ตาม พ.ร.ก. ไซเบอร์ มาตรา 9 ผู้ใดเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน เพื่อใช้ในการกระทำความผิด (ซึ่งรวมถึงการถูกสแกม) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (มาตรา 14): การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ (เช่น การสร้างเว็บไซต์กู้เงินปลอม) ที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ถือเป็นความผิด โทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
📖 อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- โดนดูดเงินจากบัญชี สิทธิทางกฎหมาย วิธีแก้ไข และการเอาเงินคืน
- โดนโกงออนไลน์ แจ้งความได้ไหม? ผิดกฎหมายมาตราอะไร?
- โดนหลอกโอนเงิน ต้องทำอย่างไรบ้างภายใน 72 ชั่วโมง
4. แนวทางคำพิพากษาศาลฎีกา: ยืนยันความผิด
![โดนหลอกกู้เงินออนไลน์ _ แจ้งความและอายัดทรัพย์อย่างไร [คู่มือเร่งด่วนฉบับประชาชน] (4).png](https://backside.legardy.com/uploads/4_e1cc8fa3d4.png)
ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาหลายคดีที่ยืนยันว่า การหลอกลวงให้โอนเงินค่าดำเนินการก่อนการกู้ยืมนั้นเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนอย่างชัดเจน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1242/2561 (โดยสรุป)
"จำเลยโฆษณาชักชวนให้ผู้เสียหายมาร่วมลงทุน และเรียกเก็บเงินค่าดำเนินการล่วงหน้าหลายครั้ง แม้ผู้เสียหายจะได้รับรู้ถึงแผนการลงทุนหรือทำสัญญาใด ๆ แต่การที่จำเลยมีเจตนาตั้งแต่แรกที่จะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงและหลอกเอาเงินของผู้เสียหายไปตั้งแต่ต้น ถือเป็นการหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ และโดยสภาพของการหลอกลวงที่เข้าถึงคนจำนวนมาก ย่อมเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน"
การปรับบทสู่สแกมสัญญาเงินกู้: ในกรณีสแกมสัญญาเงินกู้ การสร้างสัญญาปลอมและเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมหลายครั้ง โดยที่มิจฉาชีพไม่เคยมีเจตนาจะโอนเงินกู้จริงให้แก่เหยื่อเลย ถือเป็นการ แสดงข้อความเท็จ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและโอนทรัพย์สินให้ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับที่ศาลฎีกาเคยวินิจฉัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 202/2556 (โดยสรุป)
"การที่จำเลยสร้างเรื่องหลอกลวงผู้เสียหายว่าจะดำเนินการให้ได้รับเงินกู้จากหน่วยงานหนึ่ง และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าดำเนินการเพื่อปลอมเอกสาร การกระทำดังกล่าวมีเจตนาทุจริต โดยการหลอกลวงได้เกิดขึ้นมาตั้งแต่การเริ่มต้นกระบวนการ การรับเงินค่าดำเนินการจากผู้เสียหายจึงเป็นความผิดสำเร็จฐานฉ้อโกง"
การปรับบทสู่สแกมสัญญาเงินกู้: คำพิพากษานี้ยืนยันว่า หากมิจฉาชีพสร้างเรื่อง (เช่น เรื่องบัญชีถูกล็อก หรือต้องจ่ายค่าธรรมเนียม) เพื่อจูงใจให้เหยื่อโอนเงิน แม้จะเป็นเงินจำนวนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินกู้ แต่เมื่อเจตนาคือการเอาเงินนั้นไปตั้งแต่ต้น และไม่ได้มีเจตนาจะให้เงินกู้จริง การกระทำนั้นก็เป็นความผิดฐานฉ้อโกงอย่างสมบูรณ์แล้ว
🔎หาคำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ผ่านทางระบบ ค้นหาฎีกา ของ Legardy
5. ข้อแนะนำเพื่อการป้องกันตนเอง (รู้ก่อนไม่ตกเป็นเหยื่อ)
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการไม่ตกเป็นเหยื่อตั้งแต่แรก ลูกหนี้จึงควรทราบหลักการกู้เงินที่ปลอดภัย ดังนี้:
- ตรวจสอบใบอนุญาตเสมอ: ก่อนทำธุรกรรมกับผู้ให้กู้ใด ๆ ต้อง ตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อที่ได้รับอนุญาต จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือกระทรวงการคลังเสมอ
- ห้ามโอนเงินล่วงหน้า: ผู้ให้กู้ที่ถูกกฎหมายจะไม่มีการเรียกเก็บเงิน "ค่าดำเนินการ" หรือ "ค่าปลดล็อกบัญชี" ก่อนการอนุมัติและรับเงินกู้ หากมีการเรียกเก็บเงินล่วงหน้า ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ
- ระวังการใช้เหตุผลซับซ้อน: มิจฉาชีพมักใช้เหตุผลที่ซับซ้อนและฟังดูเร่งด่วน (เช่น "ระบบล็อก", "ปัญหาเครดิต", "ต้องจ่ายก่อนเที่ยง") เพื่อบีบให้เหยื่อตัดสินใจโดยขาดสติ
บทสรุป: อาวุธทางกฎหมายในมือผู้เสียหาย
การถูกหลอกกู้เงินออนไลน์เป็นภัยร้ายที่เกิดขึ้นกับคนจำนวนมาก แต่ปัจจุบัน ผู้เสียหายมีเครื่องมือทางกฎหมายที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการตอบโต้
- ความรวดเร็ว: ใช้ "Fast Track" ตาม พ.ร.ก. ไซเบอร์ (พ.ศ. 2566) โทรแจ้งธนาคารเพื่ออายัดบัญชีชั่วคราว ภายใน 72 ชั่วโมง ก่อนมิจฉาชีพจะถอนเงิน
- ความเด็ดขาด: การแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.com จะนำไปสู่การดำเนินคดีอาญาในความผิดฐาน ฉ้อโกงประชาชน และ ความผิดฐานเป็นบัญชีม้า ซึ่งมีโทษจำคุกและปรับที่รุนแรง
- การได้เงินคืน: การอายัดบัญชีที่สำเร็จจะนำไปสู่กระบวนการสืบสวนและเรียกคืนทรัพย์สิน ซึ่งเป็นโอกาสเดียวที่ผู้เสียหายจะได้รับเงินที่สูญเสียไปกลับคืนมา ดังนั้น
📢 หากท่านตกเป็นเหยื่อแล้ว อย่าลังเลที่จะใช้สิทธิทางกฎหมายของท่านอย่างเต็มที่เพื่อยุติภัยคุกคามนี้ ปรึกษาทนายผู้เชี่ยวชาญ ผ่านทางเว็บไซต์ได้เลย
💬 อ่านคำปรึกษาและคำตอบจากทนาย (Q&A)
ปรึกษาทนายตัวจริง
สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว


