โดนหลอกกู้เงินออนไลน์ _  แจ้งความและอายัดทรัพย์อย่างไร  [คู่มือเร่งด่วนฉบับประชาชน].png
เผยแพร่เมื่อ: 2025-12-18

โดนหลอกกู้เงินออนไลน์ (สแกมสัญญาเงินกู้): 

แจ้งความและอายัดทรัพย์อย่างไร [คู่มือเร่งด่วนฉบับประชาชน]

โดนหลอกกู้เงินออนไลน์ _  แจ้งความและอายัดทรัพย์อย่างไร  [คู่มือเร่งด่วนฉบับประชาชน].png

ในสภาวะที่เศรษฐกิจมีความผันผวน ทำให้ประชาชนส่วนมากต้องการสภาพคล่องทางการเงินอย่างเร่งด่วนหรือฉุกเฉิน "เงินกู้ออนไลน์" จึงกลายเป็นทางเลือกและทางออกที่หลายคนเลือกใช้ เนื่องจากความสะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงง่าย แต่ในโลกดิจิทัลที่ไร้พรมแดนนี้ โอกาสที่จะเจอผู้ให้บริการกู้ยืมที่ถูกกฎหมายนั้นน้อยกว่าโอกาสไหนการเจอสแกมเมอร์ที่หลอกลวงโดยใช้ "สแกมสัญญาเงินกู้" (Loan Agreement Scam) เป็นเครื่องมือ

สแกมเมอร์เหล่านี้มีกลวิธีหลอกลวงโดยการสร้างแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ปลอมเพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินค่าธรรมเนียม ค่าค้ำประกัน หรือค่ามัดจำต่าง ๆ ก่อนจะได้รับเงินกู้จริง และท้ายที่สุด เหยื่อก็หลงเชื่อและต้องสูญเสียเงินที่โอนไปทั้งหมดและไม่ได้เงินกู้แม้แต่บาทเดียว

บทความนี้คือคู่มือทางกฎหมายที่ครบถ้วนและเข้าใจง่าย สำหรับประชาชนทั่วไปที่ตกเป็นเหยื่อสแกมเมอร์ โดยจะชี้แจงขั้นตอน "แจ้งความ-อายัดบัญชี" ตามกฎหมายใหม่ รวมถึงการดำเนินคดีอาญากับมิจฉาชีพ เพื่อหยุดความเสียหายและเพิ่มโอกาสในการได้เงินคืนให้ได้มากที่สุด

⭐️ กำลังเผชิญกับปัญหา? ปรึกษาทนายเบื้องต้นฟรี ง่ายๆผ่านทาง Free Q&A โดยไม่จำเป็นต้องระบุตัวตน

1. เข้าใจกลโกง: สแกมสัญญาเงินกู้ทำงานอย่างไร?

มิจฉาชีพในรูปแบบสแกมสัญญาเงินกู้จะทำงานอย่างเป็นระบบและแนบเนียน เพื่อทำให้เหยื่อรู้สึกว่าการกู้ยืมนั้นเป็นเรื่องง่ายและน่าเชื่อถือ แต่สุดท้ายจะใช้กลอุบายในการเรียกเงินล่วงหน้าจากเหยื่อ

1.1 การสร้างความน่าเชื่อถือปลอม

มิจฉาชีพมักสร้างแพลตฟอร์มที่ดูเป็นมืออาชีพ มีการใช้โลโก้ของสถาบันการเงินที่ถูกกฎหมาย หรือสร้างตัวของบริษัทให้มีชื่อที่คล้ายคลึงกับบริษัทสินเชื่อที่คนทั่วไปรู้จัก มีการจัดทำ "สัญญาเงินกู้ปลอม" หรือเอกสารรับรองที่ดูสมจริงเพื่อล่อลวงให้เหยื่อตายใจและเชื่อว่ากำลังทำธุรกรรมกับบริษัทที่ถูกกฎหมาย

1.2 กลไกการเรียกเก็บเงินล่วงหน้า (ค่าธรรมเนียมซ้อนแผน)

เมื่อเหยื่อหลงเชื่อและต้องการเงินกู้ มิจฉาชีพจะเริ่มใช้ข้ออ้างต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อโอนเงิน "ค่าธรรมเนียม" ที่ไม่มีอยู่จริง โดยมีรูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อย ดังนี้:

  • ค่าเปิดระบบ/ค่าธรรมเนียมการโอน: อ้างว่าต้องชำระค่าดำเนินการหรือค่าเปิดระบบวงเงินก่อน
  • ค่าค้ำประกัน/ค่ามัดจำความเสี่ยง: อ้างว่าเหยื่อไม่มีเครดิตที่เพียงพอ จึงต้องโอนเงินจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันก่อนการโอนเงินกู้จริง
  • ค่าแก้ไขข้อมูล (กรอกผิด): ข้ออ้างที่พบบ่อยที่สุดคือการแจ้งว่าเหยื่อกรอกเลขบัญชีผิดพลาด และระบบธนาคารได้ทำการ "ล็อก" ยอดเงินกู้ไว้แล้ว หากต้องการปลดล็อกและรับเงินกู้ จะต้องโอนเงินค่าปลดล็อกในจำนวนที่ใกล้เคียงกับยอดเงินกู้ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

ข้อสังเกต: การเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมล่วงหน้าก่อนการได้รับเงินกู้จริง เป็นพฤติการณ์ของมิจฉาชีพเกือบ 100% เพราะสถาบันการเงินที่ถูกกฎหมายจะหักค่าธรรมเนียมออกจากยอดเงินกู้เมื่อมีการโอนเงินสำเร็จแล้วเท่านั้น

📖 อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง


2. ขั้นตอนเร่งด่วน: แจ้งความ-อายัดบัญชีภายใต้กฎหมายใหม่

โดนหลอกกู้เงินออนไลน์ _  แจ้งความและอายัดทรัพย์อย่างไร  [คู่มือเร่งด่วนฉบับประชาชน] (2).png

เมื่อรู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการ ดำเนินการทันที เพื่อใช้ช่องทางกฎหมายใหม่ที่รัฐได้ออกมาเพื่อปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีโดยเฉพาะ ซึ่งกฎหมายใหม่ที่เกี่ยวข้องได้แก่

พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 (พ.ร.ก. ป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์) ได้มอบเครื่องมือที่รวดเร็วให้แก่ผู้เสียหาย โดยตัดขั้นตอนการไปโรงพัก เพื่อให้สามารถ "อายัดบัญชีม้า" ได้ทันท่วงที กฎหมายฉบับใหม่นี้คือ 'มาตรการเด็ดขาด' ที่รัฐบาลออกมาเพื่อจัดการกับปัญหาการหลอกลวงและอาชญากรรมทางออนไลน์โดยเฉพาะ โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญคือ:

  1. ประชาชนแจ้งธนาคารได้ทันที: หากท่านถูกหลอกลวงทางออนไลน์ ไม่ต้องรอแจ้งความที่ตำรวจก่อนอีกต่อไป ให้รีบโทรแจ้งธนาคารเจ้าของบัญชีที่ท่านโอนเงินโดยตรงได้ทันที
  2. ธนาคารระงับบัญชีม้าได้ทันที: ธนาคารจะมีอำนาจตามกฎหมายในการตรวจสอบและอายัดบัญชีต้องสงสัยได้ทันที ต่างจากเดิมที่ต้องใช้เวลารอเอกสารจากตำรวจเท่านั้น

มาตรการนี้จะช่วยให้การยับยั้งความเสียหายทำได้เร็วขึ้นอย่างมาก และคาดว่าจะทำให้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ลดลงอย่างแน่นอน โดยมีขั้นตอนที่พึงปฏิบัติดังต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 1: ติดต่อธนาคารเพื่อแจ้งเหตุและระงับบัญชี (Fast Track)

  • รวบรวมหลักฐาน: เตรียมหลักฐานการโอนเงิน (สลิป/หลักฐานการทำรายการ) และเลขที่บัญชีปลายทางของมิจฉาชีพให้พร้อมที่สุด
  • โทรแจ้ง Call Center ของธนาคารเจ้าของบัญชีปลายทาง (ธนาคารที่มิจฉาชีพใช้รับเงิน) หรือ ธนาคารของท่านเอง โดยแจ้งเหตุว่าท่านถูกหลอกลวง และขอให้ธนาคารดำเนินการ "ระงับการทำธุรกรรม" หรือ "อายัดบัญชีชั่วคราว"

อำนาจตาม พ.ร.ก. ไซเบอร์ มาตรา 5 

กำหนดให้ธนาคารมีอำนาจในการระงับบัญชีปลายทางได้ทันที หากมีการร้องขอจากผู้เสียหายที่เชื่อว่าตนถูกหลอกและผลลัพธ์คือเมื่อท่านโทรแจ้ง ธนาคารจะดำเนินการ อายัดบัญชีม้าของมิจฉาชีพได้ทันที (มีผลชั่วคราวเป็นเวลา 72 ชั่วโมง) ทำให้มิจฉาชีพไม่สามารถถอนเงินออกจากบัญชีนั้นได้

ขั้นตอนที่ 2: แจ้งความออนไลน์เพื่อออกเลขคดีและอายัดถาวร

เพื่อให้การอายัดบัญชีชั่วคราวกลายเป็นการอายัดถาวร ผู้เสียหายต้องดำเนินการแจ้งความตามขั้นตอนดังต่อไปนี้:

  • แจ้งความผ่านระบบออนไลน์ (ภายใน 72 ชั่วโมง)โดยการเข้าสู่เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.com (เป็นช่องทางหลักสำหรับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) และลงทะเบียน/เข้าสู่ระบบ
  • กรอกรายละเอียดเหตุการณ์ทั้งหมดโดยระบุชื่อมิจฉาชีพ (ถ้ามี), เบอร์โทรศัพท์, เลขที่บัญชีธนาคาร, สลิปโอนเงิน, และหลักฐานการสนทนาที่ถูกหลอกลวง
  • รับเลขคดีและหลักฐานการแจ้งความโดยระบบจะออก "เลขรับแจ้งความออนไลน์" (หรือเลขคดี) ให้กับท่าน
  • นำส่งธนาคาร (อายัดถาวร) โดยให้ท่านนำเลขคดีและหลักฐานการแจ้งความนี้ไปมอบให้กับธนาคารที่ท่านโทรแจ้งไว้ในขั้นตอนที่ 1 ภายใน 72 ชั่วโมง

พ.ร.ก. ไซเบอร์ มาตรา 6

กำหนดให้การแจ้งความดังกล่าวถือเป็นการร้องทุกข์ตามกฎหมาย เมื่อธนาคารได้รับเลขคดีนี้แล้ว จะดำเนินการอายัดบัญชีม้าของมิจฉาชีพอย่างถาวร เพื่อรอการสืบสวนและนำเงินคืนให้ผู้เสียหาย

💬 อ่านคำตอบจากทนาย (Q&A) 


3. ความผิดทางกฎหมายที่มิจฉาชีพต้องเผชิญ

โดนหลอกกู้เงินออนไลน์ _  แจ้งความและอายัดทรัพย์อย่างไร  [คู่มือเร่งด่วนฉบับประชาชน] (3).png

การหลอกลวงด้วยสแกมสัญญาเงินกู้ถือเป็นความผิดอาญาที่ร้ายแรงและมีโทษหนักหลายกระทง ซึ่งจะถูกนำมาปรับบทลงโทษตามพฤติการณ์

3.1 ความผิดหลัก: ฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา 

ซึ่งเป็นการหลอกลวงต่อประชาชนทั่วไป ไม่ใช่เฉพาะรายบุคคลหรือกลุ่มบุคคล มีความแตกต่างจากการฉ้อโกงธรรมดาทั่วไป ตามมาตรา 341 แห่งประมวลกฎหมายอาญาตรงที่ การฉ้อโกงธรรมดาทั่วไป จะเป็นการหลอกรายบุคคล อย่างเช่นการส่งข้อความ  โทรศัพท์บอก ซึ่งแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ โดยมีการตั้งเป้าหมายกลุ่มบุคคลที่ตัวเองจะหลอกไว้อย่างชัดเจน และจำกัดไว้อยู่ที่บุคคลเหล่าคนนั้น ซึ่งไม่มีการโฆษณาเผยแพร่ให้บุคคลผู้อื่นทั่วไปมาถูกหลอกได้ 

โดยผู้ที่จะถูกหลอกจะต้องถูกชักชวน ถูกแจ้งข้อความเป็นรายบุคคลแต่ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนมีลักษณะมุ่งกระทำต่อบุคคลทั่วไปโดยไม่ระบุรายบุคคลหรือแค่กลุ่มบุคคล โดยใช้วิธีการเผยแพร่ในวงกว้างให้บุคคลทั่วไปรู้

มาตรา 343 วรรคแรก "ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 341 ได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

นอกจากนี้ การสร้างเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือข้อความโฆษณาชวนเชื่อกู้เงิน ถือเป็นการ "แสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน" ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องรับโทษหนักขึ้นนอกจากนี้ การกระทำดังกล่าวยังมีความผิดตามกฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอีกด้วย

3.2 ความผิดเฉพาะ: พ.ร.ก. ไซเบอร์ และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

ความผิดฐานเปิด "บัญชีม้า": ตาม พ.ร.ก. ไซเบอร์ มาตรา 9 ผู้ใดเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน เพื่อใช้ในการกระทำความผิด (ซึ่งรวมถึงการถูกสแกม) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (มาตรา 14): การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ (เช่น การสร้างเว็บไซต์กู้เงินปลอม) ที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ถือเป็นความผิด โทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

📖 อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง


4. แนวทางคำพิพากษาศาลฎีกา: ยืนยันความผิด

โดนหลอกกู้เงินออนไลน์ _  แจ้งความและอายัดทรัพย์อย่างไร  [คู่มือเร่งด่วนฉบับประชาชน] (4).png

ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาหลายคดีที่ยืนยันว่า การหลอกลวงให้โอนเงินค่าดำเนินการก่อนการกู้ยืมนั้นเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนอย่างชัดเจน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1242/2561 (โดยสรุป) 

"จำเลยโฆษณาชักชวนให้ผู้เสียหายมาร่วมลงทุน และเรียกเก็บเงินค่าดำเนินการล่วงหน้าหลายครั้ง แม้ผู้เสียหายจะได้รับรู้ถึงแผนการลงทุนหรือทำสัญญาใด ๆ แต่การที่จำเลยมีเจตนาตั้งแต่แรกที่จะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงและหลอกเอาเงินของผู้เสียหายไปตั้งแต่ต้น ถือเป็นการหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ และโดยสภาพของการหลอกลวงที่เข้าถึงคนจำนวนมาก ย่อมเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน"

การปรับบทสู่สแกมสัญญาเงินกู้: ในกรณีสแกมสัญญาเงินกู้ การสร้างสัญญาปลอมและเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมหลายครั้ง โดยที่มิจฉาชีพไม่เคยมีเจตนาจะโอนเงินกู้จริงให้แก่เหยื่อเลย ถือเป็นการ แสดงข้อความเท็จ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและโอนทรัพย์สินให้ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับที่ศาลฎีกาเคยวินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 202/2556 (โดยสรุป) 

"การที่จำเลยสร้างเรื่องหลอกลวงผู้เสียหายว่าจะดำเนินการให้ได้รับเงินกู้จากหน่วยงานหนึ่ง และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าดำเนินการเพื่อปลอมเอกสาร การกระทำดังกล่าวมีเจตนาทุจริต โดยการหลอกลวงได้เกิดขึ้นมาตั้งแต่การเริ่มต้นกระบวนการ การรับเงินค่าดำเนินการจากผู้เสียหายจึงเป็นความผิดสำเร็จฐานฉ้อโกง"

การปรับบทสู่สแกมสัญญาเงินกู้: คำพิพากษานี้ยืนยันว่า หากมิจฉาชีพสร้างเรื่อง (เช่น เรื่องบัญชีถูกล็อก หรือต้องจ่ายค่าธรรมเนียม) เพื่อจูงใจให้เหยื่อโอนเงิน แม้จะเป็นเงินจำนวนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินกู้ แต่เมื่อเจตนาคือการเอาเงินนั้นไปตั้งแต่ต้น และไม่ได้มีเจตนาจะให้เงินกู้จริง การกระทำนั้นก็เป็นความผิดฐานฉ้อโกงอย่างสมบูรณ์แล้ว

🔎หาคำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ผ่านทางระบบ ค้นหาฎีกา ของ Legardy


5.  ข้อแนะนำเพื่อการป้องกันตนเอง (รู้ก่อนไม่ตกเป็นเหยื่อ)

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการไม่ตกเป็นเหยื่อตั้งแต่แรก ลูกหนี้จึงควรทราบหลักการกู้เงินที่ปลอดภัย ดังนี้:

  • ตรวจสอบใบอนุญาตเสมอ: ก่อนทำธุรกรรมกับผู้ให้กู้ใด ๆ ต้อง ตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อที่ได้รับอนุญาต จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือกระทรวงการคลังเสมอ
  • ห้ามโอนเงินล่วงหน้า: ผู้ให้กู้ที่ถูกกฎหมายจะไม่มีการเรียกเก็บเงิน "ค่าดำเนินการ" หรือ "ค่าปลดล็อกบัญชี" ก่อนการอนุมัติและรับเงินกู้ หากมีการเรียกเก็บเงินล่วงหน้า ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ
  • ระวังการใช้เหตุผลซับซ้อน: มิจฉาชีพมักใช้เหตุผลที่ซับซ้อนและฟังดูเร่งด่วน (เช่น "ระบบล็อก", "ปัญหาเครดิต", "ต้องจ่ายก่อนเที่ยง") เพื่อบีบให้เหยื่อตัดสินใจโดยขาดสติ

บทสรุป: อาวุธทางกฎหมายในมือผู้เสียหาย

การถูกหลอกกู้เงินออนไลน์เป็นภัยร้ายที่เกิดขึ้นกับคนจำนวนมาก แต่ปัจจุบัน ผู้เสียหายมีเครื่องมือทางกฎหมายที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการตอบโต้

  • ความรวดเร็ว: ใช้ "Fast Track" ตาม พ.ร.ก. ไซเบอร์ (พ.ศ. 2566) โทรแจ้งธนาคารเพื่ออายัดบัญชีชั่วคราว ภายใน 72 ชั่วโมง ก่อนมิจฉาชีพจะถอนเงิน
  • ความเด็ดขาด: การแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.com จะนำไปสู่การดำเนินคดีอาญาในความผิดฐาน ฉ้อโกงประชาชน และ ความผิดฐานเป็นบัญชีม้า ซึ่งมีโทษจำคุกและปรับที่รุนแรง
  • การได้เงินคืน: การอายัดบัญชีที่สำเร็จจะนำไปสู่กระบวนการสืบสวนและเรียกคืนทรัพย์สิน ซึ่งเป็นโอกาสเดียวที่ผู้เสียหายจะได้รับเงินที่สูญเสียไปกลับคืนมา ดังนั้น

📢 หากท่านตกเป็นเหยื่อแล้ว อย่าลังเลที่จะใช้สิทธิทางกฎหมายของท่านอย่างเต็มที่เพื่อยุติภัยคุกคามนี้ ปรึกษาทนายผู้เชี่ยวชาญ ผ่านทางเว็บไซต์ได้เลย

💬 อ่านคำปรึกษาและคำตอบจากทนาย (Q&A) 

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
cta
ปรึกษาทนาย 24 ชั่วโมง
“ ได้รับคำตอบทันที ! “
bind:isSubmitting />