ด่าแบบไหนเรียก “หมิ่นประมาท” รู้ไว้ก่อนโดนฟ้อง.png
เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-23

เรื่องที่ลูกหนี้ต้องรู้และเจ้าหนี้ต้องระวัง เกี่ยวกับการปลดหนี้ 

“เมื่อมีหนี้ต้องชำระ” เป็นหลักการพื้นฐานทางกฎหมาย รวมถึงอาจมองว่าเป็นหลักการทางศีลธรรมด้วย เพราะหากใครก็ตามที่มีหนี้แต่ไม่ยอมชำระย่อมเป็นที่ตำหนิติเตียนของคนในสังคม รวมทั้งในทางกฎหมายก็อาจนำมาซึ่งก็ฟ้องร้องคดีขึ้นโรงขึ้นศาลเพื่อบังคับชำระหนี้กัน อย่างไรก็ตาม หนึ่งในสถานการณ์ที่แม้ว่าจะมีหนี้แต่ลูกหนี้ไม่ต้องชำระนั่นก็คือสถานการณ์ที่เจ้าหนี้ “ปลดหนี้” ให้แก่ลูกหนี้ ซึ่งการปลดหนี้คืออะไร มีวิธีการปลดหนี้ในทางกฎหมายอย่างไร รวมถึงลูกหนี้และเจ้าหนี้ต้องเรียนรู้และระมัดระวังเกี่ยวกับการปลดหนี้อย่างไรบ้างนั้น ในบทความนี้เราจะพาท่านค้นหาคำตอบ  

ความหมายของการปลดหนี้

ด่าแบบไหนเรียก “หมิ่นประมาท” รู้ไว้ก่อนโดนฟ้อง (2).png

ความหมายอย่างง่ายที่สุดของการปลดหนี้ซึ่งคนทั่วไปที่ไม่ใช่นักกฎหมายเข้าใจกันก็คือการทำให้หนี้สินหายไป เช่น ชาวบ้านมักจะไปขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยปลดหนี้ปลดสินของตนเอง อันหมายถึงการขอให้หนี้สินหายไปไม่มีเหลือต้องชำระอีกต่อไป ซึ่งมักหมายถึงการขอให้มีเงินมีทองมาชำระหนี้สินที่คั่งค้างอยู่นั่นเอง 

อย่างไรก็ตาม การทำให้หนี้หายไปหรือการปลดหนี้ตามความหมายของกฎหมายนั้นต่างออกไปจากความเข้าใจดังกล่าว เพราะการปลดหนี้ตามกฎหมายไม่ได้หมายถึงสถานการณ์ที่ลูกหนี้มีเงินไปชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้จนไม่เหลือค้างชำระต่อไปอีก การที่ลูกหนี้นำเงินไปจ่ายให้กับเจ้าหนี้จนไม่เหลือคั่งค้างนั้น ในทางกฎหมายเรียกว่า “การชำระหนี้” ไม่ใช่การปลดหนี้ 

ส่วนการปลดหนี้ตามกฎหมายนั้น หมายถึงเฉพาะสถานการณ์ที่ฝ่ายเจ้าหนี้ยอม “ยกหนี้ให้” แก่ลูกหนี้ โดยให้ลูกหนี้ไม่มีหนี้ต้องชำระอีกต่อไป ตัวอย่างเช่น ก. เป็นหนี้ ข. อยู่จำนวน 6 ล้านบาท ต่อมา ก. ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 จึงมีเงินไปชำระหนี้ให้ ข. ทั้งหมด สถานการณ์นี้เรียกว่าการชำระหนี้ไม่ใช่การปลดหนี้ แต่หากเปลี่ยนข้อเท็จจริงเป็นว่า ข. ได้เข้ามาบอกกับ ก. ว่าเงินที่ค้างชำระอยู่ 6 ล้านบาทนั้นไม่ต้องนำมาชำระแล้ว สถานการณ์เช่นนี้เองที่เรียกว่า “การปลดหนี้”

ทั้งนี้ การปลดหนี้อาจเป็นการปลดให้ทั้งหมดหรือแต่เพียงบางส่วนก็ได้สุดแล้วแต่เจ้าหนี้จะกำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น ก. เป็นหนี้ ข. อยู่จำนวน 2 ล้านบาท เช่นนี้ ข. อาจปลดหนี้ให้แก่ ก. ทั้งหมดยกก้อน 2 ล้านบาทเลยก็ได้ หรืออาจปลดหนี้ให้เพียงบางส่วน เป็นต้นว่าปลดให้เพียง 1 ล้านบาท และคงเหลือให้ ก. ยังเป็นหนี้ที่จะต้องชำระอีก 1 ล้านบาทก็ได้ 


รูปแบบและวิธีการปลดหนี้

ด่าแบบไหนเรียก “หมิ่นประมาท” รู้ไว้ก่อนโดนฟ้อง (3).png

มาตรา 340 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติว่า “ถ้าเจ้าหนี้แสดงเจตนาต่อลูกหนี้ว่าจะปลดหนี้ให้ ท่านว่าหนี้นั้นก็เป็นอันระงับสิ้นไป 

ถ้าหนี้มีหนังสือเป็นหลักฐาน การปลดหนี้ก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย หรือต้องเวนคืนเอกสารอันเป็นหลัก ฐานแห่งหนี้ให้แก่ลูกหนี้ หรือขีดฆ่าเอกสารนั้นเสีย”

จากบทบัญญัติข้างต้น เราสามารถแบ่งรูปแบบและวิธีการปลดหนี้ออกเป็น 2 กลุ่ม ดังต่อไปนี้

หนี้ที่ทำเป็นหนังสือ

หนี้มีหนังสือเป็นหลักฐาน หมายถึง กรณีที่สัญญาซึ่งตกลงทำกันนั้นได้ทำขึ้นในรูปแบบของลายลักษณ์อักษร ซึ่งเรียกกันว่า “หนังสือสัญญา” ในกรณีเช่นนี้ หากเจ้าหนี้ประสงค์จะปลดหนี้โดยยอมยกหนี้ให้แก่ลูกหนี้นั้น การปลดหนี้ดังกล่าวจะต้องทำในรูปแบบหนึ่งรูปแบบใด ดังนี้

1.ทำเป็นหนังสือปลดหนี้ 

กล่าวคือ เมื่อมีหนังสือสัญญา การปลดหนี้ก็ต้องทำเป็นหนังสือปลดหนี้ด้วย หรือกล่าวอีกอย่างก็คือ การปลดหนี้ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยเช่นกัน ดังนั้น หากเลือกปลดหนี้ด้วยวิธีการนี้แปลว่าจะต้องมีหนังสืออยู่ในมือทั้งสิ้นสองฉบับ อันได้แก่ หนังสือสัญญาที่ทำกันแต่แรกฉบับหนึ่ง และหนังสือปลดหนี้ที่มาทำกันในภายหลังอีกฉบับหนึ่ง โดยหนังสือปลดหนี้นี้จะเป็นประโยชน์ต่อลูกหนี้อย่างมากในการใช้เป็นพยานหลักฐานอ้างยันว่าต่อเจ้าหนี้ว่าเจ้าหนี้ได้ปลดหนี้ให้แก่ตนแล้ว

2.คืนหนังสือสัญญา 

กล่าวคือ เมื่อมีหนังสือสัญญา หากไม่ประสงค์จะทำหนังสือปลดหนี้ขึ้นอีกฉบับหนึ่ง กฎหมายก็เปิดช่องให้สามารถปลดหนี้ด้วยการคืนหนังสือสัญญาแก่ลูกหนี้ได้ ซึ่งจะลดความยุ่งยากในการทำหนังสือปลดหนี้ขึ้นอีกฉบับหนึ่ง ดังนั้น หากเลือกปลดหนี้ด้วยวิธีการนี้แปลว่าจะมีหนังสืออยู่เพียงฉบับเดียว คือหนังสือสัญญา และหนังสือสัญญานี้จะถูกคืนให้ไปอยู่ในมือของลูกหนี้เป็นผู้เก็บรักษาไว้ โดยหนังสือสัญญานี้จะเป็นประโยชน์ต่อลูกหนี้อย่างมากในการใช้เป็นพยานหลักฐานอ้างยันว่าเจ้าหนี้ได้ปลดหนี้ให้ตนแล้ว เพราะหากไม่มีการปลดหนี้เกิดขึ้น เจ้าหนี้ก็คงไม่ยอมคืนหนังสืออันเป็นหลักฐานของหนี้ซึ่งจะสามารถใช้ในการฟ้อง ร้องบังคับคดีได้ 

3.ขีดฆ่าหนังสือสัญญา กล่าวคือ เมื่อมีหนังสือสัญญา หากไม่ประสงค์จะทำหนังสือปลดหนี้ และไม่ประสงค์จะคืนหนังสือสัญญาแก่ลูกหนี้ด้วย กฎหมายก็เปิดช่องให้สามารถปลดหนี้ด้วยการขีดฆ่าหนังสือสัญญาได้ ดังนั้น หากเลือกปลดหนี้ด้วยวิธีการนี้แปลว่าจะไม่มีหนังสืออยู่ในมือของใครเลย เพราะหนังสือที่ถูกขีดฆ่าก็ถือเสมือนว่าไม่มีหนังสือที่จะนำไปใช้ฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อลูกหนี้อย่างมาก เพราะจะเป็นหลักฐานอยู่ในตัวว่าเจ้าหนี้ได้ปลดหนี้ให้แก่ตนแล้ว เนื่องจากเจ้าหนี้จะไม่สามารถนำหนังสือที่มีรอยขีดฆ่าไปฟ้องร้องบังคับคดีต่อศาลให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้อีก

เมื่อเลือกปลดหนี้ด้วยรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งข้างต้นนี้ การปลดหนี้จะมีผลสมบูรณ์ เป็นอันว่าหนี้ที่ติดค้างกันอยู่เป็นอันระงับสิ้นไป แต่ในทางปฏิบัติ วิธีการที่ปลอดภัย รอบคอบ และรัดกุมที่สุดสำหรับลูกหนี้ เมื่อเจ้าหนี้ปลดหนี้ที่มีหนังสือสัญญาให้ก็คือ การทำหนังสือปลดหนี้ขึ้นอีกฉบับหนึ่งซึ่งจะต้องปรากฏลายมือชื่อของเจ้าหนี้อย่างชัดเจนโดยให้มีพยานลงลายมือชื่อรับรองไว้ด้วย รวมทั้งควรขอให้เจ้าหนี้ขีดฆ่าหนังสือสัญญาและส่งคืนหนังสือสัญญานั้นให้แก่ลูกหนี้ เท่านี้ลูกหนี้ก็จะมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่า เจ้าหนี้จะไม่ปฏิเสธว่าไม่เคยปลดหนี้ให้ในภายหลัง หรือหากมีการปฏิเสธเกิดขึ้นก็จะมีพยานหลักฐานอ้างยันได้อย่างชัดเจนและรัดกุมว่าเจ้าหนี้ปลดหนี้ให้แล้ว

หนี้ที่ไม่ได้ทำเป็นหนังสือ

หนี้ที่ไม่มีหนังสือเป็นหลักฐาน หมายถึง กรณีที่สัญญาซึ่งตกลงทำกันนั้นทำกันด้วยวาจา ไม่ได้ทำขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร หรือเรียกว่า “สัญญาปากเปล่า” ในกรณีเช่นนี้ หากเจ้าหนี้ประสงค์จะปลดหนี้โดยยอมยกหนี้ให้แก่ลูกหนี้นั้น การปลดหนี้ก็สามารถทำได้โดยวาจาปากเปล่าเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ก. กู้ยืมเงิน ข. 500 บาทด้วยวาจา ต่อมา ข. ประสงค์จะยกหนี้ทั้งหมดให้ ก. ในกรณีเช่นนี้ เพียง ข. มาบอกกับ ก. ว่าหนี้ที่ค้างอยู่ยกให้ไม่ต้องชำระแล้ว ก็มีผลเป็นการปลดหนี้โดยสมบูรณ์ ส่งผลให้หนี้จำนวน 500 บาทระงับสิ้นไปทันที โดยไม่ต้องทำเป็นหนังสือปลดหนี้แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในกรณีนี้กฎหมายจะไม่ได้บังคับให้ต้องทำเป็นหนังสือปลดหนี้อย่างหนี้ที่มีหนังสือสัญญาดังที่กล่าวมาในหัวข้อก่อน แต่กฎหมายก็ไม่ได้ห้ามการทำหนังสือปลดหนี้แต่อย่างใด ดังนั้น วิธีการที่รัดกุมที่สุดสำหรับลูกหนี้เมื่อเจ้าหนี้ปลดหนี้ที่เป็นสัญญาปากเปล่าให้ก็คือ การทำหนังสือปลดหนี้โดยให้เจ้าหนี้ลงลายมือชื่ออย่างชัดเจนและให้มีพยานลงลายมือชื่อรับรองไว้ด้วย เท่านี้ลูกหนี้ก็สามารถใช้หนังสือปลดหนี้นี้เป็นหลักฐานอ้างยันได้ว่าแม้สัญญาจะทำกันด้วยวาจาปากเปล่าก็ตามแต่เจ้าหนี้ก็ปลดหนี้ตามสัญญาดังกล่าวให้แล้ว

บทความที่คุณอาจสนใจ


บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการปลดหนี้

ด่าแบบไหนเรียก “หมิ่นประมาท” รู้ไว้ก่อนโดนฟ้อง (4).png

การปลดหนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสองคนคือลูกหนี้และเจ้าหนี้ กล่าวคือ เจ้าหนี้เป็นผู้ปลดหนี้ให้ ส่วนลูกหนี้เป็นผู้รับผลประโยชน์จากการปลดหนี้โดยไม่ต้องชำระหนี้อีก อย่างไรก็ตาม บุคคลที่มีอำนาจในการตัดสินใจว่าจะให้มีการปลดหนี้เกิดขึ้นหรือไม่นั้น มีเพียงคนเดียวเท่านั้นคือเจ้าหนี้ ส่วนลูกหนี้ไม่มีอำนาจในการเข้ามาตกลงหรือต่อรองว่าจะให้มีการปลดหนี้หรือไม่ หรือจะให้ปลดหนี้อย่างไร ดังนั้น เพียงแค่เจ้าหนี้แสดงเจตนาปลดหนี้ให้แก่ลูกหนี้เพียงฝ่ายเดียวตามรูปแบบและวิธีการที่กฎหมายกำหนด ผลของการปลดหนี้ก็จะเกิดขึ้นในทันที โดยไม่สนใจว่าลูกหนี้จะยินยอมพร้อมใจในการปลดหนี้นั้นด้วยหรือไม่ ตัวอย่างเช่น ก. เป็นหนี้ ข. อยู่จำนวนหนึ่ง ต่อมา ข. มาบอกกับ ก. ตามรูปแบบและวิธีการที่กฎหมายกำหนดว่าหนี้ที่ค้างอยู่ยกให้ไม่ต้องชำระแล้ว เท่านี้หนี้จำนวนนั้นก็จะระงับสิ้นไปในทันที แม้ว่า ก. จะไม่ได้ตกลงด้วยและไม่พอใจในการปลดหนี้ของ ข. เนื่องจากรู้สึกหยิ่งในศักดิ์ศรีไม่ต้องการให้ใครมายกหนี้ให้ก็ตาม

นอกจากกฎหมายจะไม่คำนึงถึงความตกลงยินยอมของลูกหนี้ในการปลดหนี้แล้ว กฎหมายยังไม่คำนึงถึงเจตนาภายในใจของเจ้าหนี้ที่แสดงเจตนาปลดหนี้ออกไปด้วย กล่าวคือ เมื่อเจ้าหนี้แสดงเจตนาปลดหนี้ตามรูปแบบและวิธีการที่กฎหมายกำหนด การปลดหนี้ย่อมมีผลทำให้หนี้ระงับสิ้นไปทันที โดยไม่คำนึงว่าภายในใจของเจ้าหนี้ที่มีเจตนาจริงจังเพียงใด เป็นต้นว่า แม้ในใจของเจ้าหนี้จะเพียงแต่แสดงเจตนาปลดหนี้ออกไปเพราะโกรธ เสียใจ น้อยใจ หรือไม่พอใจ โดยต้องการพูดประชดประชันตัดพ้อว่าจะยอมปลดหนี้ให้ กฎหมายก็นับว่าเจ้าหนี้ได้ปลดหนี้แล้ว และการปลดหนี้นั้นมีผลสมบูรณ์ทำให้หนี้ระงับสิ้นไปแล้ว ในประเด็นนี้จึงเป็นสิ่งที่เจ้าหนี้พึงระมัดระวังอย่างยิ่งว่า หากไม่ประสงค์จะปลดหนี้ให้ใคร ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะใช้ถ้อยคำหรือข้อความในทำนองที่ยอมปลดหนี้ให้ มิฉะนั้นจะมีผลทำให้หนี้นั้นระงับสิ้นไปทันที จะเรียกให้ชำระหนี้นั้นไม่ได้อีกต่อไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6757/2560 

ข้อความที่โจทก์ (เจ้าหนี้) ส่งถึงจำเลย (ลูกหนี้) มีใจความว่า เงินทั้งหมดไม่ต้องส่งคืนให้แล้ว ยกให้หมดไม่ต้องส่งดอกอะไรมาให้จะได้ไม่ต้องมีภาระหนี้สินติดตัว ข้อความการสนทนาดังกล่าวเป็นการแสดงเจตนาปลดหนี้ให้แก่จำเลยตามมาตรา 340 หนี้ย่อมระงับ ที่โจทก์อ้างว่า โจทก์ไม่มีเจตนาที่จะปลดหนี้ให้จำเลย แต่ทำไปเพราะความเครียดต้องการประชดประชันจำเลยนั้น ไม่อาจยกเหตุดังกล่าวขึ้นอ้างเพื่อให้เจตนาที่แสดงออกไปนั้นตกเป็นโมฆะ เพราะไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้รู้ถึงเจตนาที่ซ่อนอยู่ภายในของโจทก์ 

⭐️ ปรึกษาทนายเบื้องต้นฟรี ง่ายๆผ่านทาง Free Q&A โดยไม่จำเป็นต้องระบุตัวตน

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
cta
ปรึกษาทนาย 24 ชั่วโมง
“ ได้รับคำตอบทันที ! “
bind:isSubmitting />