
การพยายามกระทำความผิด (Attempt) หลักเกณฑ์ “ลงมือแล้ว” กับ “เพียงตระเตรียมการ”
เมื่อใครก็ตามได้กระทำความผิดอาญาจนกระทั่ง “ความผิดสำเร็จ” บุคคลนั้นย่อมต้องมีความรับผิดทางอาญาและต้องรับโทษตามกฎหมายอย่างไม่ต้องสงสัย ตัวอย่างเช่น
อย่างไรก็ตาม สำหรับการกระทำบางลักษณะที่ถึงแม้ว่าความผิดจะยังไม่สำเร็จแต่ถ้ากระทำไปถึงขั้น “ตระเตรียมการ” หรือ “ลงมือ” กระทำความผิดแล้ว เช่นนี้กฎหมายก็เอาผิดกับบุคคลดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ เพราะแม้ว่าความผิดจะยังไม่สำเร็จซึ่งยังไม่ปรากฏให้เห็นถึงผลลัพธ์ความเสียหายเป็นที่ประจักษ์ก็ตาม แต่กฎหมายเล็งเห็นว่าอันตรายและความเสียหายอาจเกิดจะขึ้นเต็มทีจึงจำเป็นต้องเอาผิดเพื่อป้องกันความเสียหายไว้ล่วงหน้า และในขณะเดียวกันก็เป็นการลงโทษผู้ลงมือหรือผู้ตระเตรียมการซึ่งมีจิตใจความคิดชั่วร้ายที่จะฝ่าฝืนกฎหมายและก่อความเสียหายแก่ผู้อื่น ถึงกระนั้น การตระเตรียมการกับการลงมือที่กล่าวถึงนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องเดียวกัน โดยมีข้อแตกต่างกันทั้งรูปแบบการกระทำและผลทางกฎหมายที่จะได้รับ ในบทความนี้จะทำให้ท่านสามารถแยกแยะได้ว่าการลงมือคืออะไร การตระเตรียมการคืออะไร การกระทำทั้งสองรูปแบบนี้แตกต่างกันอย่างไร และให้ผลในทางกฎหมายอย่างไรบ้าง
การลงมือกระทำความผิด

เมื่อบุคคลใดก็ตามกระทำการบางอย่างไป ถึงแม้ว่าการกระทำนั้นจะยังไม่ทำให้ความผิดสำเร็จ กล่าวคือ
ยังไม่ถึงขนาดทำให้คนตาย ทำให้คนบาดเจ็บ หรือทำให้ทรัพย์สินเกิดเพลิงไหม้ก็ตาม แต่กระทำนั้นก็ยังมีโอกาสที่จะเป็นความผิดฐานพยายามได้ (มาตรา 80 ประมวลกฎหมายอาญา)
ตัวอย่างเช่น หากฆ่าคนจนถึงแก่ความตายแล้ว ย่อมมีความผิดอย่างแน่นอนตามมาตรา 288 ประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว แต่ถึงแม้ว่าจะไม่ตายก็อาจเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า “ได้ลงมือฆ่า” แล้วหรือไม่ ถ้าลงมือฆ่าแล้ว ก็จะมีความผิดฐานพยายามฆ่าตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 ประมวลกฎหมายอาญา แต่ถ้ายังไม่ได้ลงมือฆ่าก็ไม่มีความผิดและไม่ต้องรับโทษใด ๆ
จากที่กล่าวมานี้จะเห็นได้ว่า “การลงมือ” ถือเป็นเครื่องชี้เป็นชี้ตายว่าการกระทำครั้งหนึ่ง ๆ จะเป็นความผิดอาญาที่ต้องรับโทษหรือไม่ จึงมีความจำเป็นต้องเข้าใจว่าการกระทำถึงขนาดไหนที่จะเรียกว่าเป็นการลงมือแล้วตามกฎหมาย โดยแยกอธิบายได้ดังนี้
การลงมือต้องเป็นการกระทำขั้นสุดท้าย
การกระทำที่จะเป็นการลงมือต้องถึงขนาดเป็นการกระทำขั้นสุดท้าย กล่าวคือ
เป็นการกระทำสุดท้ายที่ไม่ต้องทำอะไรอีกต่อไปแล้วความผิดก็จะสำเร็จได้เอง
ตัวอย่างเช่น ใช้สารพิษไซยาไนด์ผสมในอาหารเสิร์ฟให้ผู้อื่นรับประทาน เช่นนี้ถือเป็นการลงมือกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นแล้ว เพราะการนำอาหารที่ผสมสารพิษไปเสิร์ฟนั้นถือเป็นการกระทำขั้นสุดท้ายที่ผู้กระทำไม่ต้องทำอะไรอีกต่อไปแล้วเพียงแต่รอให้ผู้อื่นมารับประทานและถึงแก่ความตายไปในที่สุด ดังนี้ ณ จุดเวลาที่เสิร์ฟอาหาร ผู้กระทำจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 ประมวลกฎหมายอาญา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2143/2536
จำเลยเอายาเบื่อหนูใส่ในโอ่งน้ำดื่มของผู้เสียหายโดยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายทราบเสียก่อนไม่ยอมดื่มน้ำดังกล่าวผู้เสียหายจึงไม่ถึงแก่ความตาย การกระทำของจำเลยมีความผิดตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1154/2533
จำเลยพาผู้เสียหายเป็นหญิงเดินทางจากที่พักไปยังท่าอากาศยาน โดยประสงค์จะพาออกจากประเทศไทย เพื่อรับจ้างให้เขาทำเมถุนกรรม แต่จำเลยถูกจับกุมเสียก่อนที่ท่าอากาศยานในขณะที่กำลังเข้าแถวขอรับบัตรเลขที่นั่งเครื่องบิน การกระทำของจำเลยเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการดำเนินการพาผู้เสียหายออกไปจากประเทศไทย และใกล้ชิดต่อความผิดสำเร็จที่จะเกิดขึ้นพ้นขั้นตระเตรียมการแล้ว จำเลยมีความผิดฐานพยายามพาหญิงออกไปจากประเทศไทยเพื่อการรับจ้างให้เขาทำเมถุนกรรม ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการค้าหญิงและเด็กหญิง พ.ศ. 2471 มาตรา 4 ประกอบมาตรา 80 ประมวลกฎหมายอาญา
การลงมือต้องเป็นการกระทำที่ชัดเจนไม่คลุมเครือ
การกระทำที่จะเป็นการลงมือต้องไม่คลุมเครือว่าผู้กระทำมีเจตนาที่จะกระทำความผิดหรือไม่ (อ้างอิงจาก LaFave, Criminal Law อ้างถึงใน เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์, คำอธิบายกฎหมายอาญาภาค ๑ เล่ม ๒)กล่าวคือ
ต้องมีความชัดเจนเห็นเป็นประจักษ์ว่าผู้กระทำมีเจตนามุ่งหมายที่จะกระทำความผิดอาญา ซึ่งในบางกรณีแม้ว่าการกระทำจะยังไม่ถึงขั้นสุดท้ายก็ตาม แต่ถ้าหากมีความชัดเจนไม่คลุมเครือแล้วว่าผู้กระทำเจตนาที่จะกระทำผิด ก็ถือเป็นการลงมือแล้วเช่นกัน
ตัวอย่างเช่น การใช้อาวุธปืนจ้องเล็งไปยังศีรษะของผู้อื่น ซึ่งหากมีการลั่นนกเหนี่ยวไกปืนออกไป การเหนี่ยวไกเช่นนี้ถือเป็นการกระทำขั้นสุดท้ายเนื่องจากผู้กระทำไม่ต้องทำอะไรอีกต่อไปแล้ว เพียงแต่รอให้กระสุนไปถูกศีรษะของผู้อื่นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าผู้กระทำจะยังไม่ได้เหนี่ยวไกปืน เพียงแต่จ้องเล็งไปที่ศีรษะของผู้อื่นก็มีความชัดเจนไม่คลุมเครือแล้วว่าผู้กระทำมีเจตนามุ่งหมายที่จะฆ่าผู้นั้นให้ถึงแก่ความตาย ดังนี้ ณ จุดเวลาที่จ้องอาวุธปืนไปทางศีรษะของผู้อื่น ผู้กระทำย่อมมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 ประมวลกฎหมายอาญา (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1746 /2518)
⭐️ ปรึกษาทนายเบื้องต้นฟรี ง่ายๆผ่านทาง Free Q&A โดยไม่จำเป็นต้องระบุตัวตน
Q : อยากติดต่อค่ะ ปรึกษาเรื่องพยายามฆ่า
Q : โดนพยายามข่มขืน อยากให้ช่วยเขียนร่างสัญญา
Q : ผมถูกกลุ่มคนผู้ไม่หวังดีพยายามทำให้ช่อง Youtube ของผมถูกลบ
การตระเตรียมการกระทำความผิด

การกระทำที่จะเป็นการตระเตรียมการจะต้องมีการแสดงออกว่าได้ริเริ่มเตรียมการที่จะกระทำความผิดอาญาแล้ว แต่ต้องยังไม่ถึงขนาดเป็นการลงมือกระทำความผิดตามที่กล่าวมาข้างต้น ทั้งนี้ การตระเตรียมการกระทำความผิดนั้น กฎหมายกำหนดให้เป็นความผิดเฉพาะสำหรับบางฐานความผิดเท่านั้น ซึ่งจะแตกต่างจากการลงมือกระทำความผิด (พยายามกระทำความผิด) ที่กฎหมายกำหนดให้เป็นความผิดไว้เป็นการทั่วไปใช้ได้กับความผิดทุกฐาน ตัวอย่างการตระเตรียมการที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นความผิด เช่น
จุดตัด “ลงมือ” กับ “ตระเตรียมการ”
ในทางกฎหมายมีคำอธิบายว่า ลำดับของการกระทำในทางอาญาไล่เรียงไปตามลำดับดังนี้
- การคิด
- การตัดสินใจ/การตกลงใจ
- การตระเตรียมการ
- การลงมือ
ตัวอย่างเช่น คิดลังเลอยู่ในใจว่าจะเผาบ้านผู้อื่นหรือไม่ เมื่อคิดทบทวนดีแล้วจึงได้ตัดสินใจว่าจะเผา แล้วเริ่มตระเตรียมวัตถุไวไฟสำหรับใช้จุดไฟเผา และถึงที่สุดก็ไปลงมือเผาบ้านผู้อื่น จากตัวอย่างนี้ แสดงให้เห็นว่าการตระเตรียมการกับการลงมือกระทำความผิดเป็นคนละขั้นตอนแยกต่างหากจากกันอย่างชัดเจน อาจกล่าวได้ว่า ถ้าเพียงตระเตรียมการย่อมไม่เป็นการลงมือ ถ้าลงมือแล้วย่อมไม่เป็นการตระเตรียมการ รูปแบบของการกระทำทั้งสองนี้จะเกิดขึ้นพร้อมกันไม่ได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1291/2518) ทั้งนี้จะต้องพิจารณาตามลักษณะของความผิดแต่ละฐานเป็นรายกรณีไป โดยมีตัวอย่างสำคัญในการแยกแยะจุดตัดของการลงมือกับการตระเตรียมการ ดังต่อไปนี้
🔎 ค้นหาคำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ผ่านทางระบบ ค้นหาฎีกา ของ Legardy
ความผิดฐานฆ่าผู้อื่น
ความผิดฐานฆ่าผู้อื่น หากได้มีการใช้งานอาวุธพร้อมที่จะกระทำกับผู้อื่น ย่อมถือเป็นการลงมือกระทำความผิดพ้นจากการตระเตรียมการแล้ว เช่น การง้างมีดจะแทงหรือจ้องเล็งปืนไปจะยิงที่อวัยวะสำคัญ แต่หากเป็นการจัดหาหรือเตรียมอาวุธเป็นแต่เพียงการตระเตรียมการกระทำความผิดเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 147/2504 (ประชุมใหญ่)
การที่จำเลยยกปืนที่พร้อมจะยิงจ้องไปทางเจ้าพนักงานตำรวจโดยเจตนาที่จะยิง แม้ยังมิทันขึ้นนกปืนก็เป็นพยายามกระทำความผิดฐานฆ่าเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่แล้ว เพราะการลงมือยิงได้เริ่มต้นขึ้นแล้วตั้งแต่ยกปืนที่พร้อมจะยิงได้เล็งไปยังเป้าหมาย
การที่จำเลยยกปืนที่บรรจุกระสุนซึ่งพร้อมยิงได้จ้องไปยังผู้เสียหายโดยมีเจตนาที่จะยิงแม้ไม่ได้ความชัดว่าปืนได้ขึ้นนกแล้วหรือยัง หรือนิ้วมือจำเลยแตะอยู่ในไกปืนพร้อมที่จะยิงได้แล้วหรือไม่ จำเลยก็มีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นแล้ว
ความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์
ความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์นั้น หากมีการใช้วัตถุไวไฟเพื่อเป็นเชื้อเพลิงแล้ว ย่อมถือเป็นการลงมือกระทำความผิดพ้นจากการตระเตรียมการ แต่หากเพียงจัดหาหรือเตรียมจะใช้ ไม่ว่าจะได้แสดงให้เห็นชัดเจนเพียงใดว่าจะใช้เป็นเชื้อเพลิง ก็ยังไม่ถึงขั้นลงมือเป็นแต่เพียงการตระเตรียมการกระทำความผิดเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 557/2474
จำเลยใช้ให้ลูกจ้างเปิดน้ำมันก๊าด 10 ปีบแล้วเอาผ้าใส่ในปีบที่เปิดนำไปตั้งหลังเรือน ยังไม่เป็นความผิดฐานพยายามตามกฎหมาย เป็นแต่เพียงเตรียมการวางเพลิงไว้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 204/2475
จำเลยเอาน้ำมันเบนซินราดบนเครื่องใช้ในห้องจนเปียกโชก โดยเจตนาจะวางเพลิง แต่จำเลยทำการไม่สำเร็จ มีความผิดฐานพยายามวางเพลิง
บทความที่คุณอาจสนใจ
ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา
ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรานั้น หากมีการใช้อวัยวะเพศใกล้ชิดกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น แม้จะยังไม่ได้สอดใส่ล่วงล้ำเข้าไปก็ตาม ถือเป็นการลงมือกระทำความผิดพ้นจากการตระเตรียมการ แต่หากเป็นเพียงการลวนลาม เช่น การจับอวัยวะเพศหรือหน้าอก หรือการเตรียมที่จะถอดกางเกง ยังไม่ถึงขั้นลงมือเป็นแต่เพียงการตระเตรียมการกระทำความผิดเท่านั้น (แต่เป็นความผิดฐานกระทำอนาจารแล้ว)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6816/2554
ความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเรา ผู้กระทำต้องใช้อวัยวะเพศของตนกระทำในลักษณะใกล้ชิดพร้อมที่จะใช้สอดใส่กับอวัยวะเพศของผู้ถูกกระทำ การกระทำของจำเลยที่ใช้แรงกายบังคับฉุดกระชากลากตัวผู้เสียหายเข้าไปในห้องน้ำ ถอดกางเกงชั้นนอกและกางเกงในของผู้เสียหายออก แล้วจับนมและอวัยวะเพศของผู้เสียหาย ซึ่งถือเป็นการกระทำการลวนลามผู้เสียหายแล้ว แต่จำเลยยังไม่ได้ถอดกางเกงที่ตนเองสวมใส่ออก การกระทำของจำเลยจึงยังไม่ถึงขั้นที่พยายามใช้อวัยวะเพศของตนเองสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย จึงยังไม่อยู่ในวิสัยที่จะกระทำการข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายได้ เป็นความผิดเพียงฐานกระทำอนาจารเท่านั้น
อ่านคำปรึกษาจริง พร้อมคำตอบจากทนายความผู้เชี่ยวชาญ
บทสรุป

สาระสำคัญของ การพยายามกระทำความผิด (Attempt) อยู่ที่ “ลงมือแล้วหรือยัง” ไม่ใช่แค่คิดหรือเตรียมการ เพราะเมื่อเข้าข่าย ลงมือกระทำความผิด ตาม มาตรา 80 แล้ว แม้ ความผิดยังไม่สำเร็จ ก็มีโอกาสต้องรับโทษได้ทันที โดยศาลมักพิจารณาจาก 2 แกนหลักคือ (1) เป็น การกระทำขั้นสุดท้าย ที่ใกล้ความสำเร็จมาก และ (2) การกระทำ ชัดเจนไม่คลุมเครือ ว่ามุ่งหมายทำผิด ขณะที่ ตระเตรียมการกระทำความผิด โดยหลักยังไม่ผิดทั่วไป เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้เฉพาะฐานความผิด จุดตัดสำคัญจึงอยู่ที่ “พ้นขั้นตระเตรียมการ” ไปสู่ “การลงมือ” ซึ่งต้องดู พฤติการณ์และฐานความผิดเป็นรายกรณี เช่น พยายามฆ่า, พยายามวางเพลิง, และ พยายามข่มขืน ว่าการกระทำเข้าใกล้ผลสำเร็จมากพอหรือยัง และชัดเจนต่อเจตนามากน้อยเพียงใด
ปรึกษาทนายตัวจริง
สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว
สมัครเป็นทนายออนไลน์
แพล็ทฟอร์มรวบรวม
งานกฎหมายจากทั่วประเทศ








