
ขั้นตอนในการตั้งผู้พิทักษ์ ผู้อนุบาลให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยจิตเวช

ในปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศที่มีผู้สูงอายุและผู้ป่วยจิตเวชเพิ่มมากขึ้น หลายคนไม่สามารถดูแลตนเองหรือจัดการทรัพย์สินของตนเองได้ ครอบครัวจึงจำเป็นต้องขอให้ศาลตั้ง “ ผู้พิทักษ์” หรือ “ ผู้อนุบาล” เพื่อเข้ามาช่วยดูแลผลประโยชน์ของบุคคลเหล่านั้นให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ความหมายของ “ผู้อนุบาล” และ “ผู้พิทักษ์”
ผู้อนุบาล คือ บุคคลที่ศาลแต่งตั้งให้มีหน้าที่ดูแลและจัดการทรัพย์สินของ “ผู้ไร้ความสามารถ” เนื่องจากว่าผู้ไร้ความสามารถนั้นไม่สามารถจะทำนิติกรรมหรือเซ็นเอกสารใดๆได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้เข้าใจชัดเจนมากขึ้น มาดูกันว่า “ผู้ไร้ความสามารถ” ตามกฎหมายหมายถึงใคร
คำว่า “คนไร้ความสามารถ” หรือ “ผู้ไร้ความสามารถ” หมายถึง บุคคลที่ไม่สามารถใช้สิทธิทางกฎหมายได้ด้วยตนเอง เพราะมีภาวะทางจิตหรือร่างกายที่ทำให้ไม่สามารถรู้ผิดชอบชั่วดี หรือดูแลผลประโยชน์ของตนเองได้อย่างเหมาะสมตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 28 กล่าวไว้ว่า
บุคคลวิกลจริต ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ จำเป็นต้องให้มีผู้อนุบาล
ตัวอย่างของบุคคลที่อาจเข้าข่าย “ผู้ไร้ความสามารถ” ได้แก่
- ผู้ป่วยโรคจิตเวชขั้นรุนแรง
- ผู้ที่สมองเสื่อมขั้นรุนแรง เช่น โรคอัลไซเมอร์หรือสมองฝ่อ
- ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถควบคุมสติ และต้องมีคนดูแลตลอดเวลา ในกรณีนี้ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยในคำพิพากษาฎีกาที่ 74/2511 ว่า บุคคลอายุ 92 ปี ไม่รู้จักตนเอง ไม่รู้สึกตัว พูดจารู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ถือเป็นคนวิกลจริตแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้สูงอายุที่มีอาการเสื่อมถอยทางสมองรุนแรงก็อาจถือเป็น “ผู้ไร้ความสามารถ” ได้เช่นกัน
จะสังเกตไว้ว่าบุคคลเหล่านี้ไม่มีภาวะทางจิตหรือร่างกายที่จะสามารถรับรู้การทำนิติกรรม เช่น ทำสัญญา ขายทรัพย์สิน หรือเซ็นเอกสารทางกฎหมาย ได้ด้วยตนเอง การกระทำทางกฎหมายใด ๆ จึงต้องให้ “ผู้อนุบาล” ซึ่งศาลแต่งตั้งขึ้น เป็นผู้ดำเนินการแทน
⭐️ ปรึกษาทนายเบื้องต้นฟรี ง่ายๆผ่านทาง Free Q&A โดยไม่จำเป็นต้องระบุตัวตน
ผู้อนุบาล

ใครมีสิทธิ์ร้องขอให้ศาลจัดตั้ง “ผู้อนุบาล”
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 28 วรรคแรก กล่าวไว้ว่า บุคคลวิกลจริตผู้ใด ถ้าคู่สมรสก็ดี ผู้บุพการีกล่าวคือ บิดา มารดา ปู่ย่า ตายาย ทวดก็ดี ผู้สืบสันดานกล่าวคือ ลูก หลาน เหลน ลื่อก็ดี ผู้ปกครองหรือผู้พิทักษ์ก็ดี ผู้ซึ่งปกครองดูแลบุคคลนั้นอยู่ก็ดี หรือพนักงานอัยการก็ดี ร้องขอต่อศาลให้สั่งให้บุคคลวิกลจริตผู้นั้นเป็นคนไร้ความสามารถ ศาลจะสั่งให้บุคคลวิกลจริตผู้นั้นเป็นคนไร้ความสามารถก็ได้
ดังนั้น ผู้ที่สามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ตั้งผู้อนุบาลได้ มีดังนี้
- บิดาหรือมารดา ของบุคคลผู้วิกลจริต
- คู่สมรส (สามีหรือภรรยา)
- ญาติ เช่น พี่น้อง ลุง ป้า น้า อา หรือหลาน (ต้องเคยร่วมปกครองดูแลบุคคลวิกลจริตมิเช่นนั้นก็ไม่มีสิทธิ์ยื่นคำร้องตามฎีกาที่ 5541/2545)
- ผู้ปกครองหรือผู้พิทักษ์
- พนักงานอัยการ ซึ่งสามารถยื่นคำร้องแทนครอบครัวได้ในกรณีที่ไม่มีญาติร้องขอ
- บุตรบุญธรรม (ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 371/2510)
📖 อ่านเพิ่มเติม: ขั้นตอนการรับบุตรบุญธรรมหลังจากมี พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม
นอกจากนี้หากบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็น “คนไร้ความสามารถ”เป็น บุตรที่ยังอยู่ในอำนาจปกครองของบิดามารดากฎหมายได้กำหนดไว้ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1569 ว่า
ผู้ใช้อำนาจปกครองเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตรในกรณีที่บุตรถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ ผู้ใช้อำนาจปกครองย่อมเป็นผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ แล้วแต่กรณี
หมายความว่า หากบุตรอยู่ในความปกครองของบิดาหรือมารดาและถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ บิดาหรือมารดาจะถือเป็นผู้อนุบาลของบุตรโดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องมีการแต่งตั้งใหม่จากศาลอีก โดยศาลจะพิจารณาจากหลักฐานทางการแพทย์ พยานบุคคล และพฤติการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ถูกร้องมีสภาพจิตหรือร่างกายที่เข้าข่าย “วิกลจริต” จริง ก่อนมีคำสั่งตั้ง “ผู้อนุบาล” อย่างเป็นทางการ
ขั้นตอนการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ตั้งผู้อนุบาล
1. การเตรียมเอกสาร ในการยื่นคำร้องในเรื่องขอตั้งผู้อนุบาลนั้นจะมีเอกสารที่ต้องนำไปยื่นต่อศาล หลายใบดังนี้
- ทะเบียนบ้านบัตรประชาชน ของผู้ที่ต้องการให้เป็นผู้อนุบาล
- ใบสูติบัตรหรือเอกสารการสมรสหรือเอกสารใดใดที่ช่วยยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างผู้ไร้ความสามารถกับผู้อนุบาล
- ใบรับรองแพทย์ ที่ระบุว่าบุคคลนั้นมีภาวะวิกลจริตหรือมีภาวะที่ต้องมี ผู้อนุบาล
- รูปถ่ายของผู้ที่ต้องการให้ตั้งผู้อนุบาล
- บัญชีเครือญาติ การใช้บัญชีเครือญาติในการขอจัดตั้งผู้อนุบาลจะใช้เนื่องจากเหตุผลที่ว่าต้องได้รับการยินยอมจากทายาทก่อนที่จะมีผู้จัดตั้งอนุบาล
- เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น บัตรผู้พิการ หนังสือยินยอมทายาท ถ้ามี
2. การยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนหรือศาลครอบครัวในเขตที่ ผู้ไร้ความสามารถหรือผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่
3. การไต่สวนของศาล (สอบพยาน แพทย์ ญาติ ฯลฯ)
4. การมีคำสั่งศาลตั้งผู้อนุบาล
เมื่อศาลให้พิจารณาถึงหลักฐานในการยื่นเพื่อขอตั้งผู้อนุบาลแล้วนั้น หากมีหลักฐานที่ชัดเจนครบถ้วนและดำเนินขั้นตอนถูกต้องตามกฎหมายศาลจะมีคำสั่งตั้งผู้อนุบาล
5. การแจ้งผลและขึ้นทะเบียนผู้อนุบาล
หลังจากศาลมีคำสั่งในการจัดตั้งผู้อนุบาลแล้วนั้นศาลจะทำประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา
สรุปได้ว่าผู้อนุบาลคือบุคคลที่ที่สามแต่งตั้งเพื่อให้ดูแลและจัดการผลประโยชน์ของผู้ไร้ความสามารถแบบเต็มรูปแบบ
ไม่ว่าจะเรื่องชีวิต ความเป็น ทรัพย์สิน การทำนิติกรรมสัญญาผู้อนุบาลจะสามารถทำแทนผู้ไร้ความสามารถได้อย่างถูกกฎหมาย แต่การกระทำใดๆที่ผู้อนุบาลกระทำการแทนผู้ไร้ความสามารถต้องเป็นไปตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1574 คือ ผู้อนุบาลจะกระทำแทนคนไร้ความสามารถโดยพลการไม้ได้ ต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อน
💬 อ่านคำปรึกษาและคำตอบจากทนาย (Q&A)
- Q: การขอเป็นผู้อนุบาลสามีที่อยู่ในต่างประเทศ
- Q: การยื่นคำร้องต่อศาลให้คู่สมรสที่ประสพอุบัติเหตุทางสมองเป็นผู้ไร้ความสามารถและแต่งตั้งผู้อนุบาล
- Q: สิทธิของผู้อนุบาลในการปกป้องทรัพสินมารดาผู้ไร้ความสามารถ
ผู้พิทักษ์

อีกบทบาทที่สำคัญไม่แพ้ผู้อนุบาล คือบทบาทของผู้พิทักษ์ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งบทบาททางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่ไม่สามารถจัดการตนเองได้ในบางส่วน ดังนี้
ผู้พิทักษ์ จะมีหน้าที่คล้ายผู้อนุบาลในแง่ของการดูแลผลประโยชน์แต่จะแตกต่างกันตรงที่ผู้พิทักษ์จะดูแล ผู้เสมือนไร้ความสามารถ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 32 ได้ให้ คำนิยาม บุคคลเสมือนไร้ความสามารถไว้ว่า
เป็นบุคคลที่มีกายพิการหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือประพฤติสุรุ่ยสุร่ายเสเพลเป็นอาจิณ หรือติดสุรายาเมา หรือมีเหตุอื่นใดทำนองเดียวกัน จนไม่สามารถจะจัดทำการงานโดยตนเองได้ หรือจัดกิจการไปในทางที่อาจจะเสื่อมเสียแก่ทรัพย์สินของตนเองหรือครอบครัว
ดังนั้นบุคคลที่เข้าข่ายการเป็นบุคคลเสมือนไร้ความสามารถตามมาตรา 32 ได้แก่
- ผู้ที่มีกายพิการหรือร่างกายไม่สมประกอบ
- ผู้ที่มีจิตฟันเฟือนไม่สมประกอบ ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล หากศาลพิจารณาแล้วพบว่าวิกลจริตจริงศาลอาจสั่งให้กลายเป็นผู้ไร้ความสามารถแทน
- ผู้ที่ประพฤติตัวสุรุ่ยสุร่ายหรือติดยาติดสุรา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 912/2520
ผู้สูงอายุอายุ 74 ปี ป่วยเบาหวานและเป็นอัมพาตมานานกว่า 13 เดือน ครึ่งร่างกายข้างขวาเคลื่อนไหวไม่ได้ สามารถนั่งและคลานระยะใกล้ได้ เข้าใจคำถามและตอบได้บางส่วน ศาลพิจารณาว่าผู้ป่วยนี้เข้าข่ายผู้เสมือนไร้ความสามารถ
บุคคลที่มีสิทธิในการร้องขอให้ศาลจัดตั้งผู้พิทักษ์ (เหมือนกับผู้อนุบาลทุกประการ) ดังนี้
- บิดาหรือมารดา
- คู่สมรส (สามีหรือภรรยา)
- ญาติ เช่น พี่น้อง ลุง ป้า น้า อา หรือหลาน
- ผู้ปกครองหรือผู้พิทักษ์
- พนักงานอัยการ ซึ่งสามารถยื่นคำร้องแทนครอบครัวได้ในกรณีที่ไม่มีญาติร้องขอ
- บุตรบุญธรรม
แม้ว่าผู้เสมือนไร้ความสามารถยังมีความคิด ความสามารถในการตัดสินใจ และสามารถจัดการเรื่องบางอย่างด้วยตนเองได้ แต่ การกระทำบางประเภทยังอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือสิทธิของตนเองหรือครอบครัวเพื่อป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมายและทรัพย์สิน
กฎหมายจึงกำหนดให้ ผู้เสมือนไร้ความสามารถต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ก่อนในการกระทำบางอย่าง
ตามป.พ.พ. มาตรา 34 ดังนี้
- การนำทรัพย์สินไปลงทุน
- การคืนทรัพย์สินที่ไปลงทุน
- กู้ยืมเงิน หรือ ให้ยืมสังหาริมทรัพย์ที่มีค่า
- รับประกันใดใดที่ทำให้ตนต้องถูกบังคับชำระหนี้
- เช่า หรือ ให้เช่าสังหาริมทรัพย์ ที่กำหนดระยะเวลาเกินหกเดือนหรืออสังหาที่กำหนดระยะเวลาเกินสามปี
- การให้โดยเสน่หา
- รับการให้โดยเสน่หาที่มีภาระติดพัน
- ทำการใดใดเพื่อได้มาหรือปล่อยสิทธิ์ในอสังหาหรืออสังหา
- ก่อสร้างดัดแปลงโรงเรือนหรือซ่อมแซมอย่างใหญ่
- เสนอคดีต่อศาล
- ประนีประนอมยอมความ
หากมีกรณีอื่นใดนอกจากที่กล่าวมาที่คนเสมือนไร้ความสามารถทำลงไปแล้วเกิดการเสื่อมเสียแก่ทรัพย์สินของตนเองหรือครอบครัว ศาลจะสั่งให้ผู้พิทักษ์มีอำนาจกระทำการนั้นแทนหากการใดที่กระทำลงไปโดยฝ่าฝืนการกระทำนั้นถือเป็น โมฆียะ
แต่ในทางกลับกันหากผู้พิทักษ์ไม่ยินยอมให้ผู้เสมือนไร้ความสามารถกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา 34 โดยปราศจากเหตุผลอันควร คนเสมือนไร้ความสามารถก็สามารถร้องขอศาลให้สั่งอนุญาตได้โดยไม่ต้องรับการยินยอมจากผู้พิทักษ์ เพราะถือเป็นประโยชน์ของคนเสมือนไร้ความสามารถเช่นกัน
ขั้นตอนการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ตั้งผู้พิทักษ์
ผู้ที่เข้าข่าย ผู้เสมือนไร้ความสามารถ หากครอบครัวหรือผู้มีส่วนได้เสียเห็นว่าจำเป็นต้องมีผู้ช่วยดูแลผลประโยชน์ บุคคลเหล่านี้สามารถร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้พิทักษ์ได้ กระบวนการในการขอจัดตั้งผู้พิทักษ์มีลักษณะใกล้เคียงกับการขอผู้อนุบาลโดยหลัก ๆ จะประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้
- รวบรวมเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน เอกสารแสดงความสัมพันธ์กับผู้เสมือนไร้ความสามารถ ใบรับรองแพทย์ และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- ยื่นคำร้องต่อศาล ได้ที่ศาลเยาวชนหรือศาลครอบครัวในเขตภูมิลำเนาของผู้เสมือนไร้ความสามารถเป็นผู้รับคำร้อง
- การไต่สวนของศาล ศาลอาจสอบพยาน แพทย์ หรือญาติ เพื่อพิจารณาสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ถูกร้อง
- คำสั่งศาลและการขึ้นทะเบียน หากศาลเห็นว่ามีเหตุอันสมควร จะมีคำสั่งตั้งผู้พิทักษ์อย่างเป็นทางการ และจัดทำทะเบียนผู้พิทักษ์ตามกฎหมาย
💬 อ่านคำปรึกษาและคำตอบจากทนาย (Q&A)
- Q: ต้องการร้องต่อศาลให้เป็นผู้พิทักษ์
- Q: หน้าที่ของผู้พิทักษ์คนเสมือนไร้ความสามารถ
- Q: จะขอเป็นผู้พิทักษ์ได้หรือไม่
ส่งท้าย
จะเห็นว่าผู้อนุบาลและผู้พิทักษ์ถือได้ว่าเป็น “ผู้ช่วยชีวิตทางกฎหมาย” ของผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยจิตเวช คนหนึ่งดูแลเต็มรูปแบบ อีกคนคอยควบคุมเรื่องสำคัญ เพื่อให้ชีวิตและทรัพย์สินของเขาปลอดภัยการตั้งขึ้นมานั้นผ่านศาลและกฎหมายทำให้ทุกอย่างมั่นใจว่าถูกต้องและคุ้มครองได้จริง
📢 หากคุณกำลัง ต้องการขอให้ศาลตั้งผู้อนุบาล/ผู้พิทักษ์ หรือต้องการปรึกษาปัญหากฎหมายอื่นๆ ปรึกษาทนาย กว่า 700 คนทั่วประเทศผ่านเว็บไซต์ได้เลย
ปรึกษาทนายตัวจริง
สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว


